ธรรมะที่เป็นหนทาง


         ทุกอย่างเป็นธรรม ค่อยๆรู้จักทีละ ๑ ค่ะ  เวลาที่รู้จักแล้วนะคะ ปัญญา สัมมาทิฏฐิ ความเข้าใจถูก เป็นทางแน่นอน แล้วก็จะนำไปสู่หนทางที่เป็นกุศลยิ่งขึ้น ตามลำดับขั้นของความเข้าใจถูก ถ้ามีความเข้าใจเพียงเล็กน้อย ไม่พอเลยค่ะ เพราะว่าสะสมอกุศลมามาก

         ด้วยเหตุนี้สัมมาทิฏฐินำทาง ปัญญานำทางชีวิตไปสู่ทางที่เข้าใจถูก ปลอดภัยจากทุกข์ทั้งปวง เพราะฉะนั้นเป็นมรรค เป็นทางแน่นอน แล้วเป็นทางที่ดี ทางที่ถูกด้วย

          สำหรับสภาพที่ตรึกหรือจรดในอารมณ์ คือ วิตกเจตสิกเกิดมากในวันหนึ่งๆ แล้วแต่ว่าไปทางไหน ใครรู้คะถ้าไม่ได้ฟังธรรมว่า กำลังไป

         เพราะฉะนั้นที่ถามทั้งหมดก็คือ ขณะใดที่มีความคิดที่เป็นกุศล  ขณะนั้นก็นำไปสู่ทางที่จะเป็นกุศลเพิ่มขึ้น เพราะว่าค่อยๆสะสม โดยเฉพาะเกิดร่วมกับปัญญา เมื่อมีความเห็นความเข้าใจที่ถูกต้อง วันหนึ่งๆก็เป็นอย่างนี้ ให้เข้าใจตามความเป็นจริง แต่เวลาที่เราไปคิดถึงเรื่องราวต่างๆ เราก็ลืมว่า ทั้งหมดเป็นธรรม แต่จากการฟังบ่อยๆ จะมีการเกิดสติ สภาพที่ระลึกได้ในขณะนั้น แล้วแต่ว่าเราจะระลึกถึงเรื่องราวของธรรม หรือเข้าใจลักษณะของธรรมว่าเป็นธรรมในขณะนั้น

         เพราะฉะนั้นถ้าเป็นมรรคที่ดี พูดเป็นกุศล เพราะจิตขณะนั้นเป็นกุศล เพราะฉะนั้นแม้สัมมาวาจาก็เป็นทางด้วย ทางเดินของจิตโดยคำพูด ที่จะเข้าใจมรรคมีองค์ ๘ ต้องค่อยๆเข้าใจตามความเป็นจริง เพราะว่ายังเป็นไปกับรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เรื่องราว ชีวิตประจำวัน แต่แม้กระนั้นก็ยังสามารถที่จะเข้าใจได้ว่า แม้แต่วาจาก็เป็นไปตามวิตกเจตสิก

         เพราะฉะนั้นคำพูดสำคัญด้วยว่า ขณะนั้นเป็นกุศลหรืออกุศล ใครรู้คะ ก็ต้องเป็นบุคคลนั้นเองที่ฟังธรรมแล้ว จึงสามารถเข้าใจได้ว่า เป็นธรรม มิฉะนั้นก็เป็นเรา เป็นเขา เป็นกุศล เป็นอกุศล แต่ทั้งหมดให้ทราบว่า อยู่คนเดียว ธรรมเกิด เกิดแล้วดับไปทีละ ๑ ขณะสืบต่อ เพราะฉะนั้นจริงๆก็เป็นไปตามที่จะต้องเป็น ตามเหตุตามปัจจัย แต่ว่าสามารถเข้าใจธรรมเพิ่มขึ้น แม้แต่คำพูดก็ต้องเปลี่ยน ถ้าสัมมาวาจาเกิดเมื่อไร เป็นทางไปไหนคะ ถ้ามิจฉาเกิดไปไหน ก็เป็นทางอีกเหมือนกัน

         เพราะฉะนั้นทั้งการกระทำ ทั้งคำพูดก็เป็นทางด้วย ถ้าทุกคนไม่มีวิตก การคิดไตร่ตรองสิ่งที่ได้ฟัง ไม่มีทางถึงการรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

         เพราะฉะนั้นในขณะนี้ทุกคำเพื่อจะน้อมไปสู่ทางที่จะทำให้ไม่คิดเรื่องอื่น เรื่องอื่นคิดทีหลัง หรือว่ากำลังอยู่ตรงนี้ ได้เฝ้าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการได้ฟังธรรมที่พระองค์ได้ทรงแสดงไว้ ณ กาลครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะได้ยินได้เฝ้า เหมือนได้ฟังพระธรรมจากพระโอษฐ์

         เพราะฉะนั้นโอกาสนี้ก็เป็นโอกาสที่วิตกเจตสิกจะตรึก จะคิดไปทางไหน ไปทางที่จะเข้าใจธรรม คือ สิ่งที่กำลังได้ฟัง เพราะฉะนั้นสัมมาวาจา พูดที่เป็นวจีสัจจะ คือ คำนั้นเป็นคำจริง ที่สามารถทำให้เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ โดยวิตกเกิด ไม่ใช่ไปคอยตอนเป็นมรรคมีองค์ ๘  แต่ขณะนี้เอง   แม้แต่ความคิดที่จะนำไปสู่การเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏก็ต้องเป็นในขณะที่ฟังธรรมด้วย


    หมายเลข 8521
    ปรับปรุง 5 ก.ย. 2558