พุทธกิจ - ในปัจฉิมยาม


    ท่านอาจารย์ สำหรับในปัจฉิมยามคือตั้งแต่ ตีสองจนกระทั่งถึงหกโมงเช้า แบ่งออกเป็น ๔ ภาค ๔ ชั่วโมง ต่อจากนั้นพระองค์ทรงอธิษฐานจงกรม คือตั้งแต่ตีสองถึงตีสาม ก็ทรงอธิษฐานจงกรม ในภาคที่ ๒ คือตั้งแต่ตีสามถึงตีสี่ ทรงเสด็จเข้าไปในพระคันธกุฎี มีพระสติสัมปชัญญะสำเร็จสีหไสยาสน์โดยข้างเบื้องขวา ชั่วโมงเดียวที่ทรงพักผ่อนโดยบรรทม ในภาคที่ ๓ คือตั้งแต่ตีสี่ ถึงตีห้า ปล่อยเวลาให้ล่วงไปด้วยผลสมาบัติ ในภาคที่ ๔ คือตั้งแต่ตีห้าถึงหก โมงเช้า เสด็จเข้ามหากรุณาสมาบัติทรงตรวจดูสัตว์โลกด้วยพุทธจักษุ เพื่อทรงตรวจดูสัตว์ทั้งหลายมีสัตว์ที่มีธุลีในตาน้อย และสัตว์ที่มีธุลีในตามาก นี่คือปัจฉาภัตตกิจของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ซึ่งทรงบำเพ็ญพระบารมีที่จะอนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อให้การถึงพร้อมด้วยสัตตูปการสัมปทา เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงกระทำปัจฉาภัตตกิจแล้วอย่างนี้ เมื่อส่องตรวจดูสัตว์โลกด้วยพุทธจักษุ เมื่อทรงตรวจดูสัตว์ทั้งหลายผู้มีอธิการอันตนไม่ได้กระทำแล้วคือไม่ได้ทำบุญไว้ก่อน และมีอธิการอันตนได้กระทำแล้วในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทั้งหลาย และในกรรมทั้งหลายมีทาน ศีล และอุโบสถกรรม เป็นต้น ผู้มีอุปนิสัยที่ยังไม่ถึงพร้อม ทั้งผู้มีอุปนิสัยที่ถึงพร้อม ทั้งท่านผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัยแห่งพระอรหันต์ในอวสานแห่งภาคที่ ๔ ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคก็จะทรงเสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์เหล่านั้น ซึ่งข้อความต่อไปมีว่า ในกาลใด พระผู้มีพระภาคทรงปรารถนาที่จะเสด็จเข้าไปในที่ไหนๆ แต่พระองค์เดียว พระองค์ก็ทรงปิดประตูในเวลาที่จะเสด็จบิณฑบาต โดยที่เสด็จเข้าไปภายในพระคันธกุฎี แต่กาลนั้น ภิกษุทั้งหลายย่อมทราบด้วยสัญญาณนั้นว่าพระผู้มีพระภาคจะเสด็จเข้าไปในบ้านแต่พระองค์เดียวเท่านั้น พระองค์ได้ทรงเห็นแล้วซึ่งบุคคลบางคนที่จะพึงแนะนำแน่แท้ ภิกษุเหลานั้นก็ถือบาตร และจีวรของตนกระทำประทักษิณพระคันธกุฎี ถวายบังคมแล้วย่อมเข้าไปบิณฑบาต

    ผู้ฟัง ในอรรถกถา พระพุทธเจ้าตรวจดูสัตว์โลกถึงสองครั้งในแต่ละวัน เวลาบ่าย และ เวลาตีห้าถึงหกโมงเช้า

    ท่านอาจารย์ ที่พักผ่อน สำเร็จสีหไสยาสน์ ตีสามถึงตีสี่ และผลสมาบัติ ตีสี่ถึงตีห้า


    หมายเลข 5080
    3 ก.ค. 2567