ต้องเป็นปัญญาของตนเอง


         อย่างสติปัฏฐานจะเกิดหรือยังไม่เกิด อย่ากังวล หรืออย่าไปพยายาม  แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ถ้ามีความเข้าใจเพิ่มขึ้นๆๆ วันหนึ่งสติสัมปชัญญะ ซึ่งเป็นสติปัฏฐานก็เกิด เพราะว่าถ้าไม่มีสติปัฏฐานแล้วที่จะทำให้รู้แจ้งอริยสัจธรรมเป็นไปไม่ได้เลย เพราะสติปัฏฐานก็รวมอยู่ในส่วนของธรรมที่เป็นฝ่ายของการตรัสรู้ คือ โพธิปักขิยธรรม

         เพราะฉะนั้นจะเห็นความต่างของการเพียงรู้ชื่อกับการเข้าใจจริงๆ ในความเป็น โพธิปักขิยธรรม แล้วก็ต้องเป็นความเข้าใจ คือ ปัญญาของเรา ไม่ใช่อยู่ในหนังสือแล้วก็อธิบาย แล้วก็เราก็คิดว่านั่นเป็นความเข้าใจของเราแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่ นั่นเป็นเพียงสิ่งที่จะทำให้เราไตร่ตรองพิจารณาจนกระทั่งรู้ลักษณะแท้ๆ ของสภาพธรรมแต่ละหมวด ซึ่งเป็นโพธิปักขิยธรรม

         เพราะฉะนั้นการศึกษาจึงต้องละเอียด เพียงแต่รู้ว่าธรรมที่เป็นฝักฝ่ายที่จะทำให้รู้แจ้งอริยสัจธรรม จะขาด ๓๗ ประการนี้ไม่ได้

         เพราะฉะนั้นสติที่เป็นสติปัฏฐานกับสติที่เป็นสัมมาสติในมรรคมีองค์ ๘ ใช่ไหมคะ นับแล้วก็คือว่าเจริญขึ้น จนถึงความเป็นสติสัมโพชฌงค์  ก็เป็นเรื่องของสภาพธรรมที่เป็นจิต เป็นเจตสิก เป็นรูป แต่ว่าสภาพธรรมที่จะเจริญ ที่จะทำให้รู้แจ้งได้ก็ต้องเป็นฝ่ายนามธรรม

     


    Tag  _ ปัญญาของเราเอง รู้ชื่อกับความเข้าใจ รู้เรื่องราวเพื่อไตร่ตรอง อย่ากังวลเรื่องเกิดสติปัฏฐาน โพธิปักขยธรรม ๓๗ ประการ
    หมายเลข 2892
    26 ส.ค. 2558