มหานารทกัสสปชาดก
ขุททกนิกาย ชาดก มหานารทกัสสปชาดก มีข้อความว่า
เป็นอดีตชาติของท่านพระอานนท์ เมื่อครั้งที่ท่านเกิดเป็นพระนางรุจา ราชธิดาของพระเจ้าวิเทหราช พระนางรุจาราชธิดา สามารถที่จะระลึกอดีตชาติได้ถึง ๗ ชาติ
ท่านผู้ฟังจะได้เห็นการสะสมความวิจิตรของจิต สำหรับพระสาวกที่ได้เป็นเอตทัคคะ โดยการเป็นผู้เลิศในทางทรงจำ และในการเป็นพหูสูต แม้ในอดีตชาติที่ท่านเกิดเป็นพระนางรุจา ราชธิดาของพระเจ้าวิเทหราชนั้น ท่านก็เคยสะสมเหตุปัจจัยมาทำให้สามารถระลึกอดีตชาติได้ถึง ๗ ชาติ
พระนางรุจาราชธิดาได้กราบทูลพระราชบิดาถึงอดีตชาติว่า ข้าแต่พระจอมประชาชน ชาติที่ ๗ ของกระหม่อมฉันในอดีต กระหม่อมฉันเกิดเป็นบุตรนายช่างทอง ในแคว้นมคธ ราชคฤห์มหานคร กระหม่อนฉันได้คบหาสหายผู้ลามก ทำบาปกรรมไว้มาก เที่ยวคบชู้ภรรยาของชายอื่น เหมือนจะไม่ตาย กรรมนั้นยังไม่ให้ผล เหมือนไฟอันเถ้าปกปิดไว้ ในกาลต่อมา ด้วยกรรมอื่นๆ กระหม่อมฉันนั้นได้เกิดในวังสรัฐ เมืองโกสัมพี เป็นบุตรคนเดียวในสกุลเศรษฐีผู้สมบูรณ์ มั่งคั่ง มีทรัพย์มากมาย คนทั้งหลายสักการะบูชาอยู่เป็นนิจ
เป็นชาติที่ ๒ ในอดีต ๗ ชาติที่ท่านระลึกได้
ในชาตินั้น กระหม่อนฉันได้คบหาสมาคมมิตรสหาย ผู้ยินดีในกรรมอันงาม ผู้เป็นบัณฑิต เป็นพหูสูต เขาแนะนำให้กระหม่อมฉันรักษาอุโบสถศีลในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ตลอดราตรีเป็นอันมาก กรรมนั้นยังไม่ให้ผล ดังขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ใต้น้ำ
จะเห็นได้ว่า กุศลกรรมก็ยังไม่ได้ให้ผล แต่ว่ากุศลกรรมที่ยังไม่ได้ให้ผลนั้น เหมือนกับขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ใต้น้ำ แม้ว่าท่านสะสมอบรมปัจจัยที่จะได้ตรัสรู้ แต่ว่าเมื่อยังไม่ตรัสรู้ กุศลกรรมและอกุศลกรรมก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดต่างๆ กัน
ครั้นภายหลัง บรรดาบาปกรรมทั้งหลาย ปรทารกกรรมอันใดที่กระหม่อมฉันได้กระทำไว้ในมคธรัฐ ผลแห่งกรรมนั้นมาถึงกระหม่อมฉันแล้ว เหมือนดื่มยาพิษอันร้ายแรง ฉะนั้น
ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากตระกูลเศรษฐีนั้นแล้ว ต้องหมกไหม้อยู่ในโรรุวนรกสิ้นกาลนาน เพราะกรรมของตน
เป็นชาติที่ ๓ ในอดีต ๗ ชาติที่ท่านระลึกได้
กระหม่อมฉันระลึกถึงทุกข์ที่ได้เสวยในนรกนั้น ไม่ได้ความสุขเลย กระหม่อมฉันยังทุกข์เป็นอันมากให้สิ้นไปในนรกนั้นนานปี แล้วเกิดเป็นลา ถูกเขาตอนอยู่ใน ภินนาคตมหานคร
เป็นอดีตชาติที่ ๔ ที่ท่านเกิดเป็นลา
กระหม่อมฉันเมื่อเกิดเป็นลา ต้องพาลูกผู้ดีทั้งหลายไปด้วยหลังบ้าง ด้วยรถบ้าง นั่นเป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาผู้อื่น
ข้อความต่อไปมีว่า
ผลของอกุศลกรรม คือ การคบชู้ภรรยาของผู้อื่น ผลของกรรมนั้นเอง เมื่อจุติจากชาติที่เป็นลานั้นแล้ว ก็ได้ไปบังเกิดเป็นลิงในป่าใหญ่ ซึ่งก็ได้รับทุกข์ทรมานสาหัส
เมื่อจุติจากชาติที่ ๕ ซึ่งเป็นลิงแล้วนั้น ได้บังเกิดเป็นโค ถูกเขาตอน มีกำลังแข็งแรง ต้องเทียมยานอยู่สิ้นกาลนาน
ครั้นจุติจากชาติที่ ๖ ที่เป็นโคนั้นแล้ว ก็มาบังเกิดเป็นกระเทย ในตระกูลที่มีโภคสมบัติมาก ในแคว้นวัชชี
ครั้นจุติจากชาติที่เป็นกระเทยนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นนางอัปสรในนันทวัน ณ ดาวดึงส์พิภพ กุศลที่ได้กระทำไว้ในเมืองโกสัมพีตามมาให้ผล
เมื่อจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษย์ ไม่พ้นจากความเป็นหญิงตลอด ๗ ชาติ และชาติที่ ๗ ก็ได้เกิดเป็นเทวดาผู้ชาย
พระนางรุจาได้กราบทูลพระราชบิดาต่อไป มีข้อความตอนหนึ่งว่า
ชายใดปรารถนาความเป็นบุรุษทุกๆ ชาติไป ก็พึงเว้นภรรยาผู้อื่นเสีย เหมือนบุคคลล้างเท้าสะอาดแล้ว เว้นเปลือกตม ฉะนั้น
หญิงใดปรารถนาเป็นบุรุษทุกๆ ชาติไป ก็พึงยำเกรงสามี เหมือนนางเทพอัปสร ผู้เป็นบาทบริจาริกา ยำเกรงพระอินทร์ ฉะนั้น
ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ และสุข อันเป็นทิพย์ ก็พึงเว้นบาปทั้งหลาย ประพฤติแต่สุจริตธรรม ๓ อย่าง
สตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม ควรเป็นผู้ไม่ประมาทด้วยกาย วาจา ใจ มีปัญญาเครื่องพิจารณา เพื่อประโยชน์ของตน นรชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้ที่เป็นคนมียศ มีโภคทรัพย์บริบูรณ์ทุกอย่าง นรชนเหล่านั้น ได้สั่งสมกรรมดีไว้ในปางก่อนแล้วโดยไม่ต้องสงสัย สัตว์ทั้งปวงล้วนมีกรรมเป็นของตน [แนวทางเจริญวิปัสสนา ตอนที่ 264]
