Loading...
 9247   มารดาบิดาเสมือนพระอรหันต์ในบ้าน มีความหมายอย่างไร
Sam
วันที่ 14 ก.ค. 2551
อ่าน 1,368
 
 
     เรียนถามท่านผู้รู้และสมาชิกทุกท่านครับว่า  มีข้อความที่แสดงไว้ว่ามารดาและบิดา

เสมือนพระอรหันต์ในบ้านหรือไม่       ถ้ามี ความหมายคืออย่างไร    เพราะเข้าใจว่าพระ

อรหันต์ท่านเป็นผู้ดับกิเลสหมดแล้ว  แต่มารดาบิดาบางคนก็เป็นผู้ทุศีล ประทุษร้ายต่อ

บุตรด้วยการกระทำบ้าง ด้วยคำพูดบ้าง 
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
study
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 
ท่านเปรียบมารดาบิดาเสมือนพระอรหันต์ในบ้านนั้นหมายถึง เป็นผู้ที่บุตรและธิดาควร

สักการะบูชาด้วยข้าวน้ำและสิ่งของต่างๆ      เพราะมารดาบิดาเป็นผู้มีพระคุณต่อลูกๆ

คือท่านให้ชีวิต    แสดงโลกนี้แก่ลูก และให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูก   ดังนั้น มารดาบิดา

จึงเป็นผู้ควรแก่ทักษิณา  ควรแก่ของต้อนรับ   สำหรับลูกทั้งหลาย   ถึงแม้มารดาบิดา

บางคนจะเป็นผู้ทุศีลหรือไม่ทำหน้าที่ที่ดีก็ตาม แต่ลูกต้องทำตอบแทนครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
Sam
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

ขอบคุณครับ   ขอถามต่อครับว่าการถวายทานแด่พระอรหันต์ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์

มาก   แล้วการสงเคราะห์บิดามารดามีผลมาก  มีอานิสงส์มากหรือไม่  อย่างไรครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
study
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

การอุปัฏฐากมารดาบิดาเป็นมงคลอย่างสูงสุดข้อหนึ่งใน ๓๘ มงคล

และการให้สิ่งของแก่ท่านย่อมมีผลมากเช่นกัน แต่จะมากกว่าการถวายทาน

แก่พระอรหันต์หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
khampan.a
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

    มารดาบิดาเป็นบุพพการี  คือ  เป็นผู้ที่กระทำอุปการะเลี้ยงดูบุตรมาก่อน      กล่าวได้

หลายนัยว่ามารดาบิดาเป็นพรหมของบุตร  มารดาบิดาเป็นเทวดาของบุตร  มารดาบิดา

เป็นครูคนแรกของบุตร  มารดาบิดาเป็นอาหุเนยยบุคคลของบุตร (คือ เป็นบุคคลผู้ควร

แก่ของที่บุตรนำมาบูชา) 
มารดาบิดาเป็นบุคคลผู้ที่ควรได้รับการเลี้ยงดู   การเอาใจใส่

ดูแล การให้ความสะดวกสบาย   การให้ความอบอุ่นทั้งทางกายและทางใจ       และการ

เคารพสักการะบูชาจากบุตรอยู่ตลอดเวลา
        ถ้ากล่าวถึงพระคุณของมารดาบิดาแล้ว

ย่อมมีเป็นเอนกประการ  มีการเลี้ยงดูอย่างดี    พร่ำสอนไม่ให้ทำความชั่ว    ให้ตั้งอยู่ใน

ความดี   ให้ศึกษาเล่าเรียนวิชาการต่าง ๆ เป็นต้น

    เมื่อมารดาบิดาเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อบุตรเป็นอย่างยิ่งเช่นนี้   จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บุตร

จะต้องมีความกตัญญูกตเวที คือ รู้ถึงพระคุณที่มารดาบิดากระทำแก่ตนแล้วกระทำตอบ

แทนท่าน 
      ถ้าหากว่าบุตรคนใดไม่รู้คุณอีกทั้งไม่ทำการตอบแทนพระคุณของมารดา

บิดา    ย่อมชื่อว่าเป็นบุตรอกตัญญู  และการที่ผู้นั้นจะตอบแทนพระคุณของมารดาบิดา

อย่างจริงใจนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว   การที่จะตอบแทนพระคุณ

ของมารดาบิดาอย่างสูงสุดนั้นก็ยิ่งเป็นสิ่งที่กระทำได้โดยยาก 
..

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
khampan.a
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

                         การตอบแทนคุณของมารดาบิดาอย่างสูงสุด

      บุตรคนใด    ยังมารดาบิดา   ผู้ไม่มีศรัทธา      ให้สมาทานตั้งมั่นในความถึงพร้อม

ด้วยศรัทธา
       ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล       ให้สมาทานตั้งมั่น  ในความถึงพร้อมด้วยศีล 

ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่       ให้สมาทานตั้งมั่น        ในความถึงพร้อมด้วยการให้

ยังมารดาบิดาผู้ทรามปัญญา    ให้สมาทานตั้งมั่นในความถึงพร้อมด้วยปัญญา  
 
       ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล   การกระทำอย่างนั้น  ย่อมชื่อว่า

อันบุตรนั้นทำแล้วและทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดา

    บุตรธิดาผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อมารดาบิดานั้น   บัณฑิตทั้งหลายมีพระพุทธเจ้า

เป็นต้นสรรเสริญแล้ว  ความกตัญญูนั้นเป็นคุณธรรมข้อหนึ่งที่ควรจะอบรมเจริญให้มีขึ้น

ถึงแม้ว่า     บุตรธิดาจะยังไม่สามารถกระทำตอบแทนมารดาบิดาได้อย่างสูงที่สุดก็ตาม 

แต่การที่ได้รู้ว่า ท่านทั้งสองนั้นเป็นผู้ที่มีพระคุณเลี้ยงดูเรามา     แล้ว ทำการเลี้ยงท่าน

เป็นการตอบแทน    กระทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม   อีกทั้งดำรงตนอยู่ในความถูกต้อง

ดีงาม    ย่อมเป็นสิ่งที่บุตรธิดาจะพึงกระทำ
   

                                            ...ขออนุโมทนาครับ...                                           ..

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
พุทธรักษา
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 


ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.



ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
prakaimuk.k
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

     พระคุณของบิดามารดาเหลือล้น ยากที่จะทดแทนได้หมด  ควรแก่ความกตัญญูรู้

คุณและการสักการะบูชาเป็นอย่างสูง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดามารดาให้ธรรมทานแก่

ลูกด้วยค่ะ.......

     ขออนุโมทนาผู้ตั้งกระทู้และผู้ให้ความคิดเห็นที่ดีทุกๆท่านค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
แล้วเจอกัน
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

                   ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

หากประสบการณ์ของผมเป็นประโยชน์บ้าง ก็อยากจะเล่าให้สหายธรรมได้ฟังใน

การเกื้อกูลพระธรรมกับคุณพ่อ คุณแม่  แต่ก่อนอื่น  ขอนำข้อคิดในการเกื้อกูลใน

พระธรรมกับบุคคลอื่นครับ

      หากใครต้องการจะเกื้อกูลให้คุณพ่อ คุณแม่ให้สนใจพระธรรมหรือบุคคลใดก็

ตามให้ระลึกไว้เสมอว่า

 พระธรรมไม่สาธารณะทั่วไป

 พระธรรมไม่ใช่การบังคับและยัดเยียด

 ความสนใจพระธรรมต้องแล้วแต่ว่าสะสมมาหรือไม่

 การสนใจพระธรรมต้องมีกาลเวลา นั่นคือเมื่อเหตุปัจจัยพร้อมจึงสนใจ

 แทรกพระธรรมได้ ไม่ว่าจะสนทนาในเรื่องอะไรก็ตามในชีวิตประจำวัน

 อดทน เมตตา ดูกาลเวลาที่เหมาะสมและวางเฉย เพราะเข้าใจว่าเป็นอนัตตา

 เริ่มที่ตัวเราเองจนมีความเข้าใจให้ถูกต้องเสียก่อน

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
แล้วเจอกัน
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

     หากประสบการณ์ของผมในการเกื้อกูลพระธรรมกับคุณแม่มีประโยชน์บ้างกับ

สหายธรรม ก็ขอเล่าวิธีการซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ


ผมใช้วิธีเปิดกล่อม คือ ตัวเองฟังแต่ไมได้บอกให้เขาฟัง แต่ก็ให้คุณแม่ได้ยินไป

ด้วยครับ  และเมื่อได้มีโอกาสทำงานที่มูลนิธิ จึงต้องออกจากบ้านไปพักที่มูลนิธิ

คุณแม่ก็ยังไม่สนใจพระธรรม   และผิดหวังที่ผมเลือกทำงานที่นี่     เพราะคุณแม่

อยากให้ไปทำงานที่อื่น ก็ต้องอดทนรับคำบ่นบ้างเป็นธรรมดา คิดว่าหากคุณแม่

สนใจพระธรรมเมื่อไหร่ก็คงเข้าใจเอง   เคยอยู่ด้วยกันเมื่อต้องแยกกัน  ก็ต้องคิด

ถึง  ก็ใช้วิธีโทรศัพท์คุยกันบ้าง คุณแม่ก็บอกว่าคิดถึง ผมจึงกล่าวคำนี้กับคุณแม่

ซึ่งเป็นคำที่ยังตรึงใจทุกวันนี้    และปัจจุบันคุณแม่ก็จะพูดคำนี้บ่อยให้คนอื่นฟัง

เมื่อคุณแม่บอกว่าคิดถึงผม ผมก็บอกกับคุณแม่ว่า   

        ถ้าแม่คิดถึงผมก็ฟังท่านอาจารย์สุจินต์ซิครับ  เพราะผมทำงานที่นั่น

คำนี้เองทำให้แม่ผมฟังอาจารย์  แต่ถ้าเราเข้าใจธรรมมากขึ้น ก็จะเข้าใจธรรมว่า

ทุกอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามเหตุปัจจัย  ไม่มีสัตว์ บุคคลเลย    แต่เมื่อเหตุ

ปัจจัยพร้อมครับ  และคุณแม่ก็เริ่มสนใจพระธรรมมากขึ้น คือ สนใจแนวทางนี้คือ

เข้าใจธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวัน   และก็ฟังเรื่อยมาจนทุกวันนี้    โดยไม่ต้อง

บังคับขู่เข็ญอะไร  แต่เมื่อเห็นประโยชน์อันเกิดจากปัญญาขั้นการฟัง ก็ทำให้ฟัง

ต่อเนื่องเองครับ  ขอบพระคุณที่อ่าน    และก็รู้สึกซาบซึ้งและกราบขอบพระคุณ

คุณพ่อ คุณแม่ที่ทำให้มีวันนี้ครับ  สหายธรรมท่านใดมีคุณพ่อ คุณแม่ยังอยู่  อย่า

ปล่อยเวลาให้ล่วงไป     ตอบแทนท่านเท่าที่ทำได้เพราะท่านมีพระคุณมากครับ

รวมทั้งอุทิศกุศลให้คุณพ่อ คุณแม่(ในอดีตทั้งหมด)ที่ล่วงลับไปแล้ว   ไม่ว่ากุศล

ใดก็ตาม แม้การฟัง อ่านพระธรรม  เป็นต้น

                           ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
suwit02
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 
            สาธุ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 15 ก.ค. 2551
 

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
พุทธรักษา
วันที่ 16 ก.ค. 2551
 


จำได้ว่า เคยได้ยินเรื่องนี้...นานมาแล้ว

และยังคงอนุโมทนาทุกครั้งที่ระลึกถึง

ขอความเจริญมั่นคงในกุศลธรรม

จงมีแด่"ครอบครัวยี่สมบุญ"ค่ะ.
............................................

อนุโมทนา.



"ความมีกัลยาณมิตร

เท่ากับเป็นพรหมจรรย์

(การครองชีวิตประเสริฐ)

ทั้งหมดทีเดียว."
................................

 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
K
วันที่ 16 ก.ค. 2551
 

 ขออนุโมทนาทุกท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
wannee.s
วันที่ 16 ก.ค. 2551
 

ถึงแม้ว่าเราจะเลี้ยงดูมารดา บิดา ให้อยู่บนบ่าตลอดร้อยปี ก็ไม่ชื่อว่าทดแทนพระคุณได้

หมด   นอกจากให้มารดาบิดาที่ไม่มีศีลให้ตั้งอยู่ในศีล ฯลฯ  ที่สำคัญถ้าเราสามารถแนะ

นำให้มารดา บิดาได้เห็นประโยชน์ของการฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้เพราะ

เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ท่านมีความเห็นถูก เข้าใจถูก และกุศลอื่นก็เจริญค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
wirat.k
วันที่ 16 ก.ค. 2551
 

                                         ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
เมตตา
วันที่ 16 ก.ค. 2551
 

 

 

  ขออนุโมทนาทุกๆท่านค่ะ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 17  
pornpaon
วันที่ 16 ก.ค. 2551
 

 ขออนุโมทนาทุกท่านค่ะ

หลายๆ ความคิดเห็น อ่านแล้วซาบซึ้งใจ

พ่อแม่นั้น...ไม่ว่าเราจะรักท่านมากเพียงใด ก็คงยังไม่มากเท่ากับที่ท่านทั้งสองรักเรา

อนุโมทนาคุณแล้วเจอกันค่ะ

จนถึงเดี๋ยวนี้ดิฉันก็ยังไม่สามารถทำให้พ่อแม่สนใจพระธรรมที่ถูกต้องได้

แต่ก็ไม่ได้ไปบังคับหรือฝืนใจท่านทั้งสองแต่ประการใด

ด้วยเข้าใจดีว่า พระธรรม ไม่สาธารณะแก่คนทั่วไป หากไม่สะสมมาที่จะฟัง ย่อมไม่ฟัง

ได้แต่สนทนาธรรมตามกาละโอกาส

เพื่อความสบายใจ คลายทุกข์ใจของท่านที่มีมาก เท่าที่ทำได้และมีโอกาส

และพยายามหลีกเลี่ยงแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นตลอดเวลาที่ท่าน

พยายามจะพาดิฉันไปฟังธรรมที่ผิดไปจากที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงมี

พระมหากรุณาธิคุณแสดงไว้ โดยมีผู้รู้และเข้าใจในพระธรรมนั้นเช่นท่านอาจารย์

เป็นผู้นำมาแสดงให้พวกเราทั้งหลายได้เป็นผู้มีโอกาสในการฟังอยู่ในปัจจุบัน

ขออนุโมทนาทุกท่านอีกครั้งค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 18  
petcharath
วันที่ 17 ก.ค. 2551
 
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 19  
Sam
วันที่ 21 ก.ค. 2551
 

ขอบคุณทุกคำตอบครับ สาธุ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 20  
ไม่มีเรา
วันที่ 23 ก.ค. 2551
 
ขอโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 21  
JANYAPINPARD
วันที่ 26 ก.ค. 2551
 



ขออนุโมทนาคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 22  
paderm
วันที่ 9 ส.ค. 2551
 
เมื่อเห็นคุณมารดา บิดา ย่อมเห็นคุณผู้อื่นได้ครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 23  
kik
วันที่ 10 ส.ค. 2551
 

สาธุ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 24  
choonj
วันที่ 12 ส.ค. 2551
 


 

    ขออนุโมทนาครับ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 25  
Komsan
วันที่ 29 มี.ค. 2552 21:42 น.
 
ขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 26  
รู้จบลงที่รู้
วันที่ 9 ส.ค. 2557 19:50 น.
 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top