Loading...
  006260  ลักษณะแท้ๆ ของรูปารมณ์ เป็นอย่างไร
บ้านธัมมะ
วันที่ 19 ธ.ค. 2550
อ่าน 1,122
 
 

 

ก. อาตมาอยากจะถามเรื่องการเจริญสติปัฏฐาน อาตมาได้อ่าน

พระอภิธรรมปิฎกเล่ม ๒ ขันธวิภังค์ ในหมวดของรูป ๒๘ รูป

มีรูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ รูปละเอียด รูปไกล เป็นต้น

.
.
.

 

อ. รูปทั้งหมดมี ๒๘ รูป และมีเพียงรูปเดียวเท่านั้นที่เห็นได้

คือ รูปารมณ์ที่ปรากฏทางตา

ซึ่งเป็นรูปที่เห็นได้ (สนิทัสสนรูป)

และกระทบได้ (สัปปฏิฆรูป)

 

อีก ๑๑ รูป คือ เสียง ๑ กลิ่น ๑ รส ๑ โผฏฐัพพะ ๓

จักขุปสาทรูป ๑ โสตปสาทรูป ๑ ฆานปสาทรูป ๑ ชิวหาปสาทรูป ๑ กายปสาทรูป ๑

เป็นรูปที่กระทบได้แต่เห็นไม่ได้

 

รูป ๑๒ รูปที่กระทบได้นี้เป็นรูปหยาบ

จึงเป็นรูปใกล้ต่อการพิจารณารู้ได้

ส่วนรูปอีก ๑๖ รูป ที่เหลือนั้นเห็นไม่ได้ และกระทบไม่ได้

จึงเป็นรูปละเอียด และ เป็นรูปไกลต่อการพิจารณารู้ได้

 

สภาพธรรมมีจริงที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้นั้น

ผู้อบรมเจริญสติปัฏฐานสามารถพิสูจน์รู้ลักษณะของสภาพธรรรมนั้นๆ

ที่กำลังปรากฏตามปรกติตามความเป็นจริงได้

 

แต่ก็เป็นเรื่องละเอียดและลึกซึ้งมาก

เช่น รูปารมณ์ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่ปรากฏทางตานั้น

เพียงได้ฟังเท่านี้ก็รู้สึกว่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก

แต่ไม่ใช่ความรู้ในขณะกำลังเห็น

 

ถ้าบุคคลนั้นไม่ได้อบรมเจริญสติปัฏฐานจนปัญญาคมกล้า

ก็จะไม่รู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมตามความเป็นจริง

 

เพราะขณะเห็นทางตานั้นมีรูปารมณ์แน่ๆ

แต่ก็เห็นเป็นคน สัตว์ เป็นวัตถุต่างๆ

จนกระทั่งเกิดความสงสัยว่า รูปารมณ์นั้นเป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไร

 

รูปารมณ์เป็นสภาพธรรมที่ปรากฏเมื่อลืมตาแล้ว

เห็นโดยที่ยังไม่ได้นึกถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย

นั่นแหละเป็นลักษณะแท้ๆ ของรูปารมณ์

ซึ่งปัญญาจะต้องเจริญจนเข้าใจ

จนชินว่ารูปารมณ์ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน หรือวัตถุใดๆ ทั้งสิ้น

ลักษณะที่แท้จริงของรูปารมณ์เป็นสภาพธรรมที่ปรากฏทางตาเท่านั้นจริงๆ

 

ฉะนั้น เมื่อสติปัฏฐานยังไม่เกิด

ก็ยังไม่ระลึกศึกษาพิจารณาลักษณะของรูปารมณ์จริงๆ ว่า

เป็นเพียงว่าสิ่งที่ปรากฏทางตา

จึงละคลายการยึดถือสิ่งที่เคยเห็นเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นวัตถุต่างๆ ไม่ได้เลย

 

 



แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top