มารผู้มีบาป
 
yai93
วันที่  15 ธ.ค. 2548
หมายเลข  592
อ่าน  2,439

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อัครบัญญัติ (บัญญัติกันว่าเยี่ยมยอด) ๔  นี้  อัครบัญญัติ ๔   คืออะไร คือ ที่เยี่ยมยอดทางเป็นเจ้าเป็นใหญ่  ได้แก่ มารผู้มีบาป  ไม่ทราบว่าคือใคร หรือเป็นอะไรครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 16 ธ.ค. 2548

พญามารผู้มีบาปได้แก่ ท้าววสวัตตี ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นที่ ๖ (ปรนิมมิตวสวัตตี ) มารผู้นี้ในสมัยครั้งพุทธกาลมักจะมารบกวนพระพุทธองค์ และพระพุทธสาวกเสมอ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
study
วันที่ 16 ธ.ค. 2548

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑  หน้าที่ 80

ท้าวปชาบดี คือ พญามาร

     ก็ในบทว่า  ปชาปติ  นี้  มาร   พึงทราบว่า  ปชาบดี.  ส่วนพญามารนั่นแล  ท่านประสงค์เอาว่า ปชาบดี  ในที่นี้  โดยความเป็นใหญ่กว่า  ปชา  กล่าวคือหมู่สัตว์.

     ถามว่า  พญามารนั้น  ย่อมอยู่  ณ  ที่ไหน ? 
     ตอบว่า  ย่อมอยู่ในเทวโลกชั้นปรนิมมิตวสวัตตี  จริงอยู่  พญามารวสวัตตี  ครองราชย์อยู่ในเทวโลกนั้น.  อาจารย์บางพวกกล่าวว่า  พญามารประทับครองความยิ่งใหญ่ในบริษัทของตน  ณ  ส่วนหนึ่ง (ของเทวโลกนั้น) ดุจราชโอรสของพระราชาผู้เรืองนามประทับอยู่  ณ  ปลายแดนราชอาณาจักรฉะนั้น.  ก็ในข้อนี้  พึงทราบว่า  ท่านจัดเอาบริษัทมารเข้าไว้ด้วย  มาร  ศัพท์นั่นเอง. 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
study
วันที่ 16 ธ.ค. 2548

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒- หน้าที่ 17
                                  
๖.  สัปปสูตร  มารนิรมิตเพศเป็นพระยางู

    [๔๓๑]   ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-

     สมัยหนึ่ง     พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ อยู่  ณ  พระวิหารเวฬุวันอันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต   กรุงราชคฤห์.

     สมัยนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประทับนั่งกลางแจ้งในราตรีอันมืดสนิท ทั้งฝนก็ลงเม็ดประปรายอยู่.

     [๔๓๒]  ครั้งนั้น  มารผู้มีบาปประสงค์จะให้เกิดความกลัว ความครั่นคร้าม  ขนลุกขนพองแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า   จึงนิรมิตเพศเป็นพระยางูใหญ่เข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ  กายของพระยางูนั้นเป็นเหมือนเรือลำใหญ่ที่ขุดด้วยซุงทั้งต้น  พังพานของมันเป็นเหมือนเสื่อลำแพนผืนใหญ่  สำหรับปูตากแป้งของนักผลิตสุรา  นัยน์ตาของมันเป็นเหมือนถาดสำริดขนาดใหญ่ของพระเจ้าโกศล  ลิ้นของมันแลบออกจากปากเหมือนสายฟ้าแลบขณะ  เมฆกำลังกระหึ่ม เสียงหายใจเข้าออกของมัน   เหมือนเสียงสูบช่างทองที่กำลังพ่นลมอยู่ฉะนั้น.
     [๔๓๓]  ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า  นี่มารผู้มีบาป ดังนี้   จึงได้ตรัสกะมารผู้มีบาปด้วยพระคาถาทั้งหลายว่า    มุนีใดเสพเรือนว่างเปล่าเพื่ออยู่อาศัย   มุนีนั้นสำรวมตนแล้ว   สละความอาลัยในอัตภาพนั้นเที่ยวไป   เพราะการสละความอาลัยในอัตภาพแล้วเที่ยวไปนั้น  เหมาะสมแก่มุนีเช่นนั้น.

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
study
วันที่ 16 ธ.ค. 2548

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒   หน้าที่ 30
                                
๑. ปาสาณสูตร  มารกลิ้งศิลาขู่พระพุทธเจ้า

    [๔๔๖]  สมัยหนึ่ง    พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ อยู่   ณ  ภูเขาคิชฌกูฏ กรุงราชคฤห์.  ก็สมัยนั้นแล   พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งในที่แจ้ง  ในเวลากลางคืนเดือนมืด  และฝนกำลังตกประปรายอยู่.

     [๔๔๗]  ครั้งนั้นแล  มารผู้มีบาปต้องการจะยังความกลัว ความหวาดเสียว  ขนพองสยองเกล้า  ให้เกิดขึ้นแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า  จึงเข้าไป   ณ  ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่  ครั้นแล้ว กลิ้งศิลาก้อนใหญ่ ๆ ไปใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้า.

     [๔๔๘]  ครั้งนั้นแล  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า  นี่มารผู้มีบาปจึงตรัสสำทับกะมารผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า     แม้ถึงว่าท่านจะพึงกลิ้งภูเขาคิชฌกูฏหมดทั้งสิ้น  ความหวั่นไหวก็จะไม่มีแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้หลุดพ้นแล้วโดย ชอบแน่แท้. 

     ลำดับนั้น  มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง รู้จักเรา  พระสุคตทรงรู้จักเรา  ดังนี้  จึงได้หายไปในที่นั้นเอง.

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ