อาชีพในฝัน
 
sasithornjajub
วันที่  8 ก.ย. 2559
หัวข้อหมายเลข  28174
อ่าน  259

ดิฉันมีความฝันอยากประกอบอาชีพจักษุแพทย์ แต่เรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง ทำอย่างไรดีคะ

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 8 ก.ย. 2559 20:38 น.

อาชีพอะไรก็ได้ที่สุจริต และเป็นผู้ที่ทำดี ศึกษาพระธรรม เพราะชีวิตจะไม่มีค่า ไม่ประเสริฐเลย หากไม่ได้สะสมปัญญาความเข้าใจพระธรรมในชาติที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ยังมีคำสอนของพระพุทธศาสนา ดังนั้นอาชีพที่สุจริต ใดก็ได้ พร้อมกับศึกษาพระธรรม นั่นจึงเป็นสิ่งที่มีค่า และสะสมต่อไป ความฝัน ความต้องการมีได้ แต่จะเป็นไปตามความต้องการไหม ก็แล้วแต่เหตุ ชีวิตที่เกิดมาไม่ใช่ให้ได้สิ่งที่ต้องการ แต่เวลาที่เหลืออยู่ได้ทำสิ่งที่ประเสริฐหรือยัง ครับ

ขอเชิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์สุจินต์ดังนี้

ชีวิตที่มีประโยชน์ คุ้มค่ากับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์และพบกับพระพุทธศาสนา คืออย่างไร

ส.      ที่สำคัญที่สุดคือขณะนี้ เป็นขณะที่หาได้ยากยิ่ง คือขณะที่มีโอกาสได้ฟังเพื่อเข้าใจความจริงของสิ่งที่มีในชีวิต เพราะว่าชีวิตคือแต่ละหนึ่งขณะ เพราะฉะนั้น ขณะใดก็ตามที่มีชีวิตอยู่โดยไม่ได้เข้าใจสิ่งที่มีในชีวิต ขณะนั้นก็ผ่านไปโดยที่เมื่อไรมีโอกาสจะได้ฟังและเข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ ทุกอย่างไม่ได้เกิดเพราะความต้องการ ทุกคนอยากไม่มีกิเลส อยากมีปัญญา อยากรู้ความจริงของสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏในขณะนี้ แต่ไม่ใช่จะสำเร็จไปด้วยความอยาก เพราะสิ่งที่มีในแต่ละขณะก็มีทุกขณะ แต่ก็ไม่เข้าใจ แสดงถึงความยาก ความลึกซึ้ง ความละเอียดอย่างยิ่ง

     เพราะฉะนั้น โอกาสที่ประเสริฐสุด คือ แต่ละ ๑ ขณะที่มีโอกาสได้ฟังความจริงของสิ่งที่ปรากฏ แล้วจะรู้จริงๆว่า สิ่งนี้ไม่ได้รู้โดยง่าย ผู้ที่จะรู้ได้ไม่ใช่บำเพ็ญความดีในเวลาสั้นๆ แล้วจะรู้ได้ แต่ต้องอาศัยการรู้จักสภาพธรรมะตามความเป็นจริง ตรงต่อธรรมะ แล้วก็รู้ว่า หนทางเดียวที่สามารถเข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริงที่เคยหลงยึดถือว่า เที่ยง เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มั่นคงแม้ในขณะนี้ ก็ต่อเมื่อมีโอกาสได้ยินได้ฟังพระธรรม พระพุทธพจน์ที่ทรงแสดงเมื่อได้ทรงตรัสรู้แล้ว

     เพราะฉะนั้น โอกาสที่แต่ละหนึ่งคนจะได้ยินได้ฟัง ไม่ใช่เพียงแต่ว่า เมื่ออยากฟังก็ได้ฟัง แต่การที่จะได้ฟังแม้ในวันนี้ ก็จะเห็นได้ว่า บางคนอยากจะมาฟัง แต่ก็มาไม่ได้ด้วยเหตุต่างๆ นานาประการ

     เพราะฉะนั้น ผู้ใดก็ตามที่ได้ฟังก็รู้ได้ว่า ขณะที่มีประโยชน์ที่สุดก็คือได้ฟังด้วยความเคารพเพื่อที่จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเหตุว่าเพียงเห็นรูปพุทธปฏิมากรเตือนให้ระลึกถึง แต่รูปนั้นก็ไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะฉะนั้น จะไม่ได้เข้าใจความจริงเพียงการกราบไหว้ แต่ด้วยการรู้ว่า พระธรรมที่ทรงแสดง ๔๕ พรรษา ก็คือเป็นสิ่งที่มีในขณะนี้ แล้วสามารถเข้าใจถูก เห็นถูกได้ต่อเมื่อได้ฟัง

     เพราะฉะนั้น การได้ฟังแต่ละครั้งก็เป็นสิ่งที่ยาก เพราะเหตุว่าแม้สิ่งนี้มีจริง มีศรัทธา มีจิตผ่องใส ไม่ติดข้องในสิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่โกรธเคือง หรือไม่ขุ่นเคือง ขณะนั้นจิตสามารถรับฟังพระธรรมด้วยการที่ว่า เมื่อฟังแล้วจะเห็นความยากยิ่งว่า กว่าจะได้รู้คำที่ได้ยินได้ฟังโดยยากยิ่ง ทั้งแม้การได้ฟังและในการที่ฟังแล้วจะรู้ความจริงของที่ได้ฟังก็ยากยิ่ง แต่ก็มีบุคคลในครั้งก่อนนานแสนนานมาแล้วคิดอย่างนี้ แต่ก็ไม่ละความเพียร และเมื่อมีโอกาสเมื่อไรก็สามารถสะสมความเห็นถูก ความเข้าใจถูกในสิ่งที่มีจริง เพราะรู้ว่า ขณะนี้ ธรรมดาอย่างนี้ เห็นอย่างนี้ คิดอย่างนี้ ได้ยินอย่างนี้ เป็นสิ่งที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อรู้ความจริง โดยใช้เวลานานมาก

     เพราะฉะนั้น เราเป็นใคร ก็คือผู้มีโอกาสได้ฟังพระธรรมด้วยความเคารพ คือฟังเพื่อเข้าใจ เข้าใจสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้ แล้วรู้ว่า ยากที่จะรู้ตามอย่างที่ทรงแสดง รู้อย่างอื่นจะเป็นความจริงได้ไหม ในเมื่อความจริงก็คืออย่างนี้แหละ

     เพราะฉะนั้น ฟังเพื่อเข้าใจอย่างมั่นคงว่า ฟังเพื่อชำระจิตจากความไม่รู้ ทำให้เกิดติดข้องที่นำมาซึ่งการประสบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เที่ยง เพียงชั่วคราว แม้แต่ชาตินี้จะอยู่นานสักเท่าไร ไม่มีใครบอกได้เลย แต่ชีวิตที่เป็นอยู่คุ้มค่ากับการเกิดมา หรืออยู่ไปวันๆ สุขทุกข์ไปวันๆ แล้วจากโลกนี้ไปโดยเก็บความไม่รู้ติดตามไปด้วยมากมายทุกชาติ

     เพราะฉะนั้น กว่าจะเข้าใจจริงๆ ก็ต้องรู้จริงๆว่า ต้องอาศัยพระธรรมที่ทรงแสดง แต่ละคำไม่ผ่านและไม่เผิน แม้แต่คำว่า “ธรรมะ” ก็ต้องรู้ว่าเป็นสิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ กำลังปรากฏ แล้วเข้าใจแค่ไหน ถ้ารู้ว่า ไม่สามารถรู้การเกิดดับของสภาพธรรมะที่มีจริง เพราะเหตุว่าความไม่รู้กั้นไว้มาก แล้วยังติดข้อง อาจจะต้องการรู้จนกระทั่งไปทำอย่างอื่นที่ผิดปกติ และไม่ใช่ความเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏ ขณะนั้นก็เห็นได้ว่า ไม่ทำให้เข้าใจความจริงของสิ่งที่ปรากฏ แต่ขณะนี้ที่ฟังสิ่งที่ปรากฏ ถ้าฟัง ทุกคำยากลึกซึ้งและละเอียด อาศัยความเข้าใจเท่านั้นที่ทำให้ละความคิดที่เป็นตัวตนจะไปรู้ความจริง เพราะเหตุว่าการรู้ความจริงได้ต้องเป็นความเข้าใจที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Avitathata
Avitathata
วันที่ 8 ก.ย. 2559 21:31 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 8 ก.ย. 2559 22:04 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ประกอบอาชีพที่ไม่ผิดทำนองคลองธรรม ไม่ประกอบอาชีพที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนสัตว์อื่น  ที่สำคัญไม่ควรคิดถึงเฉพาะชาตินี้เพียงชาติเดียว     ชีวิตของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่ชาตินี้ชาติเดียว ยังต้องเกิดอีก     สิ่งที่จะเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง คือ กุศลธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูกที่เจริญขึ้นจากการฟังการศึกษาพระธรรมในชีวิตประจำวัน   ปัญญานี้แหละ   จะเป็นเครื่องนำทางชีวิตไปสู่ความดีทั้งปวง ช่วยประคับประคองให้ดำเนินไปในทางที่ถูกที่ควรต่อไป ครับ
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
thanee nakornvac
thanee nakornvac
วันที่ 9 ก.ย. 2559 03:56 น.

   อนุโมทนา สาธุครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ปาริชาตะ
วันที่ 9 ก.ย. 2559 12:36 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 11 ก.ย. 2559 14:18 น.

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ประสาน
วันที่ 15 ก.ย. 2559 05:45 น.

สาธุๆๆขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 15 ก.ย. 2559 12:03 น.

เรียนหนังสือไม่เก่งไม่เป็นไร  เพียงเป็นคนดีศึกษาพระธรรมและทำอาชีพสุจริตดีแล้วค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
phawinee
วันที่ 15 ก.ย. 2559 18:38 น.

ขออนุโมทนาในกุศลค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
peem
วันที่ 16 ก.ย. 2559 11:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ