การอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับ ทำได้โดยวิธีไหนครับ
 
เพียงดิน
เพียงดิน
วันที่  6 ก.ย. 2559
หัวข้อหมายเลข  28169
อ่าน  311

การอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับ ทำได้โดยวิธีไหนครับ

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 6 ก.ย. 2559 15:55 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง เกื้อกูลอุปการะเพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรมประการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน  ไม่ใช่อกุศลธรรม,    กุศล ซึ่งเป็นความดีในชีวิตประจำวันสามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งในเรื่องของทาน ศีล  และการอบรมเจริญปัญญาขึ้นอยู่กับว่า ผู้นั้นจะเห็นประโยชน์ของกุศลมากน้อยแค่ไหน การอุทิศส่วนกุศล ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย จุดประสงค์ของการอุทิศส่วนกุศล ก็เพื่อให้บุคคลอื่นได้ร่วมอนุโมทนาซึ่งจะเป็นเหตุให้กุศลจิตของบุคคลอื่นเกิดได้   กุศลจิตที่อนุโมทนาย่อมเป็นกุศลของผู้อนุโมทนาเอง  ซึ่งกุศลที่เกิดขึ้นด้วยการอนุโมทนานี้จะเป็นเหตุให้ได้รับผลที่ดี  คือกุศลวิบากจิตเกิดขึ้น ไม่ใช่เราหยิบยื่นกุศลของเราให้คนอื่น  แต่การที่เราทำกุศล แล้วเป็นเหตุให้คนอื่นที่รู้อนุโมทนายินดีด้วย  ไม่ว่าจะเป็นตอนไหนก็ตาม      ขณะใดที่เขาอนุโมทนายินดีด้วย        ขณะนั้นก็เป็นกุศลของเขา  ซึ่งจะต้องเป็นกุศลจิตของผู้ที่อนุโมทนาเท่านั้นจริง ๆ ดังนั้น ทั้งการอุทิศส่วนกุศล และการอนุโมทนาในกุศลที่ผู้อื่นได้กระทำ ล้วนเป็นกุศลทั้งนั้น ควรที่จะอบรมเจริญให้มีขึ้นในชีวิตประจำวัน

    ซึ่ง การอุทิศส่วนกุศล ใช้กับผู้ที่ตายจากไปแล้ว และ ใช้กับอมนุษย์ ไม่ใช่กับผู้ที่มีชีวิตอยู่ ครับ

    การอุทิศส่วนกุศล (ปัตติทาน)  เป็นกุศลประการหนึ่ง เพื่อประโยชน์คือให้บุคคลอื่นได้ร่วมอนุโมทนา    ซึ่งจะเป็นเหตุให้กุศลจิตของบุคคลอื่นเกิดได้       ดังข้อความตอนหนึ่ง   จากพระอภิธรรมปิฎก   ธรรมสังคณีปกรณ์  ว่า                   

 พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑  หน้า ๔๒๙

   "เมื่อบุคคลให้ทาน กระทำการบูชาด้วยของหอมเป็นต้น  แล้วให้ส่วนบุญว่า  ขอส่วนบุญ  จงมีแก่บุคคลชื่อโน้น  หรือว่า   ขอส่วนบุญจงมีแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย     ดังนี้ พึงทราบว่า   เป็นบุญกิริยาวัตถุอันเกิดแต่การให้ส่วนบุญ".   

    การอุทิศส่วนกุศลให้ใคร  จุดประสงค์ก็เพื่อให้ผู้นั้นได้รู้  เพื่อผู้นั้นจะได้เกิดกุศลจิตอนุโมทนา    สำคัญอยู่ที่สภาพจิตจริง ๆ  กุศลจิตที่อนุโมทนาย่อมเป็นกุศลของผู้อนุโมทนาเอง  ซึ่งกุศลที่เกิดขึ้นด้วยการอนุโมทนานี้จะเป็นเหตุให้ได้รับผลที่ดี คือ กุศลวิบากจิตเกิดขึ้น  ไม่ใช่เราหยิบยื่นกุศลของเราให้คนอื่น  แต่การที่เราทำกุศล แล้วเป็นเหตุให้คนอื่นที่รู้อนุโมทนายินดีด้วย  ขณะใดที่เขาอนุโมทนายินดีด้วย   ขณะนั้นก็เป็นกุศลของเขา   ซึ่งจะต้องเป็นกุศลจิตของผู้ที่อนุโมทนาเท่านั้นจริง ๆ  ซึ่งไม่ว่ากุศลประเภทใดที่ได้ทำแล้ว ก็สามารถอุทิศส่วนกุศลให้ได้ ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 6 ก.ย. 2559 16:38 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอเชิญคลิกฟังคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้ที่นี่ครับ

อุทิศส่วนกุศลให้คนตาย

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
เพียงดิน
เพียงดิน
วันที่ 7 ก.ย. 2559 02:59 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ปาริชาตะ
วันที่ 8 ก.ย. 2559 16:37 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 8 ก.ย. 2559 19:52 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
rrebs10576
วันที่ 10 ก.ย. 2559 23:50 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ