Print 
ธรรมะจากจังหวัดเลย
 
kanchana.c
kanchana.c
วันที่  20 ก.ค. 2556
หมายเลข  23219
อ่าน  954

ธรรมะจากจังหวัดเลย

            เมื่อวันที่ 10 -12 ก.ค. 2556   สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ.    นำโดย

สมาชิกหมายเลย 1  ท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ และคณะฯ กว่า 30 คนที่เดิน

ทางทั้งทางอากาศ ทางรถทัวร์ และรถยนต์ส่วนตัว ได้เดินทางไปอนุเคราะห์สหายธรรม

ที่เขียนจดหมายมาจากจังหวัดเลยว่า ต้องการกราบท่านอาจารย์สักครั้งหนึ่งในชีวิต

            ความจริงตั้งใจจะรายงานสด เพราะที่ภูนาคำรีสอร์ทมี free wifi แต่จาก

สนามบินจังหวัดเลย    กว่าจะถึงที่พักในอำเภอด่านซ้าย ได้แวะที่ภูเรือ   โดนฝนเลย

ละลาย (เป็นเกลือหรือน้ำตาล เลือกเอาเอง) หมดแรงจะรายงานอะไรทั้งสิ้น ขออภัยที่

เมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สื่อข่าวของชมรม ฯ แล้ว  ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างที่ควรจะ

ทำ  เลยคิดว่า   กลับถึงบ้านแล้วรายงานแห้งก็ได้  จะได้ค้นคว้าที่มาของประเพณีผีตา

โขนด้วย  เพราะถามกันไปมาว่า  เป็นมาอย่างไร  ถึงได้สืบทอดยืนยาวมากว่า 100 ปี

ก็ไม่มีใครในคณะตอบได้(อาจจะถามคนที่ไม่รู้ก็ได้)  แต่คิดอีกที (ด้วยความขี้เกียจ) ว่า

จะรู้ไปทำไม มีแต่เรื่องราวที่เกิดจากความคิดของผู้ไม่มีปัญญา  รู้แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์

อะไร   ไม่ได้ช่วยทำให้รู้สภาพธรรมะตามความเป็นจริงเลย

            ได้อ่าน “ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยฯ” โดยวันชัย๒๕๐๔

มีเรื่องราวและภาพถ่ายอย่างละเอียด  (แม้กระทั่งรูปนางละเวง ที่มาดูขบวนแห่ผีตาโขน)

อ่านสนุกและมีสาระแน่น ก็โล่งใจว่า ไม่ต้องรายงานแล้ว เพราะมีผู้รายงานอย่างสมบูรณ์

ที่สุด   แต่มีแฟนคลับ (หน้าม้า) โทรมาถามหารายงานการเจริญกุศลที่จังหวัดเลย  เลย

ต้องนำความจำที่เกิดจากการเห็นและได้ยิน ฯลฯ  เมื่ออาทิตย์ก่อน   ซึ่งดับไปหมดแล้ว

กลับมาทบทวนเพื่อรายงานแห้งอีกครั้ง

         

      ในการเดินทางครั้งนี้ ทุกท่านตั้งใจเจริญกุศลทุกประการตามการสะสม    ตั้งแต่

ออกเดินทาง จะเห็นบางท่านช่วยดูแลผู้สูงวัยด้วยความเต็มใจ ระหว่างดูขบวนแห่ น้องๆ

หลายคนก็ช่วยบริการอาหาร น้ำดื่ม พัด ร่ม ผ้าเย็น นอกจากบริการพวกเราแล้ว ยังใจดี

บริการคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ด้วย แม้แดดจะร้อน แต่เห็นภาพที่เกิดจากกุศลจิตแล้ว ชื่นใจค่ะ

(ไม่ได้ลงมือทำเอง เพราะถูกจัดเป็นผู้สูงวัยที่ควรได้รับการบริการ  จึงได้แต่อนุโมทนา

ซึ่งเป็นกุศลจิตเช่นกัน)

         ได้พบกับคุณไพโรจน์และคุณทองแถม ชัชวาลย์ เจ้าของจดหมายที่มารอกราบ

ท่านอาจารย์ ที่ภูนาคำรีสอร์ท เวลาบ่ายสองโมงเย็น  เราช้าอีกตามเคย เพราะมัวแต่ทำ

ธุระส่วนตัว มาร่วมการสนทนาธรรมหลังจากนั้น พอจับใจความ  ที่ท่านอาจารย์บรรยาย

ธรรมะได้ว่า

         “แต่ละคนก็แต่ละหนึ่ง ประพฤติตามที่เป็นไป ตามการสะสม แม้แต่จะมาพบเพื่อ

แสดงธรรม หรือ จะมาฟังธรรมก็ตาม” อย่างเช่นท่านอาจารย์มาแสดงธรรม พวกเราและ

คุณไพโรจน์และคุณทองแถม มาฟังธรรม

            “โลกภายในผลิตโลกภายนอก คือ ความคิดนึกทำให้เกิดโลกภายนอก เรื่อง

ราวต่างๆ ถ้าไม่คิด ก็ไม่มีอะไรเลย”

            “เมื่อรู้ว่า การฟังธรรมมีประโยชน์ ก็อย่าทิ้งประโยชน์โดยไม่ฟังให้เข้าใจ ฟัง

เพื่อไม่ลืม ขณะที่ฟังไม่คิดเรื่องอื่น ฟังเพื่อรู้ว่า ทุกอย่างเป็นธรรมะ และ เป็นอนัตตา

จนกว่าจะไม่มีอะไรเหลือเลย มีแต่สภาพธรรมะที่กำลังปรากฏเพียงอย่างเดียว”

            “ขณะที่เห็น แล้วไม่รู้ว่า เห็นเป็นธรรมะ  ที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย    ขณะนั้น

กำลังโปรยธุลี ลงในจิต เพิ่มขึ้นทุกขณะ”

            จำธรรมะมาได้แค่นี้ค่ะ ทั้งๆที่ท่านอาจารย์บรรยายตั้ง 2 ชั่วโมง    น้อยแต่

เข้าใจบ้าง  ก็ยังดีกว่าไม่เข้าใจเลย

            จบการบรรยายธรรมะ ท่านอาจารย์ได้มอบของที่ระลึกที่นำมาจากมูลนิธิ ฯ เป็น

กระเป๋าเดินทางใบใหญ่   ที่ใส่หนังสือธรรมะ แผ่นซีดี และอื่นๆ พร้อมกับเชิญทั้ง 2 ท่าน

ร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่เธอบอกว่า ต้องขับรถกลับบ้านระยะทางกว่า 100

กม.

             วันกลับ ได้เห็นคุณทองแถมมานั่งยิ้มรอส่งท่านอาจารย์ที่สนามบิน เธอบอกว่า

คิดว่ามาไม่ทันแล้ว แต่ก็ทันจนได้ วันนี้มาคนเดียว   เพราะสามีต้องดูแลคนแก่ที่บ้าน 2

ท่าน เธอนำของฝากที่ไม่ใช่ธรรมะมาคืน (คือซองสีขาวใส่ธนบัตร) ขอรับแต่ธรรมะอย่าง

เดียว เลยเป็นเรื่องที่ต้องหาผู้มอบกันวุ่นวายเพื่อคืนให้ เพราะไม่มีผู้ประสงค์จะแสดงตัว 

แม้กระนั้น ที่สนามบินก็ยังมีคนมอบเงินให้คุณทองแถมอีก    เพื่อเป็นค่าเดินทาง มาฟัง

ธรรมะที่กรุงเทพฯ เธอก็ไม่ยอมรับ ยืนยันว่า ขอรับแต่ธรรมะเท่านั้น อนุโมทนาในกุศลจิต

ของผู้ให้และผู้รับ (รวมทั้งไม่รับด้วย) ค่ะ

 

 รอยยิ้มด้วยปีติของผู้ให้ธรรมะและผู้รับธรรมะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Boonyavee
วันที่ 20 ก.ค. 2556 22:54 น.

   ขอกราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพสูงสุด  

ที่ท่านเมตตาพร่ำสอนธรรมะ เพื่อความเห็นถูก เข้าใจถูกในสภาพธรรมะตามความเป็น

จริง แล้วละคลายความเป็นเรา    แต่เมื่อปัญญาน้อยนิด จะละคลายได้     ก็ด้วยอาศัย

การฟังพระธรรมให้มากขึ้น ทำให้ระลึกถึงคำที่ท่านอาจารย์กล่าวว่า "ฟังทั้งชีวิตก็ยังไม่

พอ"  เมื่อมีโอกาสที่ได้ฟังพระธรรม  ก็ไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปค่ะ 

   ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของ คุณไพโรจน์และคุณทองแถม   ชัชวาลย์ ในความ

ศรัทธาของทั้งสองท่าน และขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของคุณแม่แดง ที่เขียนเรื่อง

ราวให้ผู้ที่ไม่ได้ร่วมเดินทาง ได้เกิดกุศลจิตร่วมอนุโมทนาในกุศลของทุกๆท่านด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 21 ก.ค. 2556 04:12 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 21 ก.ค. 2556 10:17 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

(ภาพพระประธาน ในพระอุโบสถ วัดเนรมิตวิปัสสนา อ.ด่านซ้าย จ.เลย)

รออ่านบทความจากการเดินทางไปเลยจากพี่แดงมาหลายวัน

เช้านี้เปิดมาพบ อ่านไปยิ้มไป ด้วยความชื่นชอบสำนวนการเขียนของพี่แดงมาหลายปีแล้ว

แม้จะอดขำกับการที่พี่กล่าวถึงนางละเวงไม่ได้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งซาบซึ้งในความจริง

ที่ท่านอาจารย์มักกล่าวเสมอๆ ในระยะนี้ว่า

"... ประพฤติ ตามที่เป็นไป แม้แต่จะมา แม้แต่การที่จะพบ แม้แต่การขยับ

เคลื่อนไหว ทุกอย่าง  ประพฤติ ตามที่เป็นไป แสดงว่า ไม่มีใคร สามารถที่จะเป็นตัวตน  

แต่สะสมมา ที่จะพูด สะสมมาที่จะคิด สะสมมาที่จะเคลื่อนไหว อย่างไร

ก็ ประพฤติ ตามที่เป็นไป ไม่ต้องไปถึงข้างหน้า

เดี๋ยวนี้เอง!!!

........

กราบท่านอาจารย์ ครับ

แต่ละคน ก็เป็นแต่ละหนึ่ง ย่อมประพฤติ เป็นไป ตามที่ได้สะสมมา

ประโยชน์สูงสุด ของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ในชาตินี้

จึงอยู่ที่

ความประพฤติ เป็นไป ในการเจริญกุศลทุกประการ ในการสะสม อบรม เจริญปัญญา 

เพื่อความเข้าใจ ความจริง ของสิ่งที่มีจริงๆ ที่กำลังมี กำลังปรากฏ ในขณะนี้

เพื่อถึงความสิ้นไป ในความประพฤติ ที่เป็นไป ในวันหนึ่ง 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่แดงครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Jans
Jans
วันที่ 21 ก.ค. 2556 10:28 น.

            “โลกภายในผลิตโลกภายนอก คือ ความคิดนึกทำให้เกิดโลกภายนอก

เรื่องราวต่างๆ ถ้าไม่คิด ก็ไม่มีอะไรเลย”

   กราบอนุโมทนาในกุศลศรัทธาของ คุณไพโรจน์และคุณทองแถม ชัชวาลย์

 และกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของพี่แดง ที่เขียนเรื่องราวธรรมดีๆ

ให้ทุกท่านได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ด้วยค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 21 ก.ค. 2556 21:56 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   “เมื่อรู้ว่า การฟังธรรมมีประโยชน์ ก็อย่าทิ้งประโยชน์โดยไม่ฟังให้เข้าใจ ฟังเพื่อ

ไม่ลืม ขณะที่ฟังไม่คิดเรื่องอื่น ฟังเพื่อรู้ว่า ทุกอย่างเป็นธรรมะ และ เป็นอนัตตา   จนกว่า 

จะไม่มีอะไรเหลือเลย มีแต่สภาพธรรมะที่กำลังปรากฏเพียงอย่างเดียว”

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ. กาญจนา มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ก.ค. 2556 22:42 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Lamphun
วันที่ 22 ก.ค. 2556 09:45 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
papon
papon
วันที่ 22 ก.ค. 2556 19:38 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
rrebs10576
วันที่ 22 ก.ค. 2556 20:48 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
kinder
วันที่ 23 ก.ค. 2556 16:30 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
วรรณวีร์
วรรณวีร์
วันที่ 27 ก.ค. 2556 08:48 น.

ขออนุโมทนาและกราบขอบคุณธรรมมะดีๆจากทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
montha
montha
วันที่ 27 ก.ค. 2556 20:43 น.

“โลกภายในผลิตโลกภายนอก คือ ความคิดนึกทำให้เกิดโลกภายนอก

เรื่องราวต่างๆ ถ้าไม่คิด ก็ไม่มีอะไรเลย”

   กราบอนุโมทนาในกุศลศรัทธาของ คุณไพโรจน์และคุณทองแถม ชัชวาลย์

และกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของพี่แดง  ที่เขียนเรื่องราวธรรมดี ๆ

ให้ทุกท่านได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 28 ก.ค. 2556 09:04 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ. กาญจนา มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านค่ะ...

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ