หลักการปฏิบัติ กุศลกรรม 10
 
know
วันที่  6 พ.ค. 2554
หัวข้อหมายเลข  18319
อ่าน  11,172

หลักการปฏิบัติ กุศลกรรม 10

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
วันที่ 6 พ.ค. 2554 21:51 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น   

     กุศลกรรมบถ  หมายถึง  ทางแห่งการกระทำที่เป็นกุศล  หรือ การกระทำที่เป็นกุศลทางทวารต่าง ๆ  ได้แก่  ทางกาย ทางวาจา และ ทางใจ  เมื่อจำแนกแล้วมี ๑๐ ประการ  ดังนี้  ทางกาย ๓  ได้แก่  การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์  ๑  การงดเว้นจากการลักทรัพย์ ๑  การงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๑    ทางวาจา ๔  ได้แก่ การงดเว้นจากการพูดเท็จ ๑   การงดเว้นจากการพูดคำหยาบ ๑   การงดเว้นจากการพูดส่อเสียด ๑  การงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ๑  ทางใจ ๓  ได้แก่ การไม่เพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น ๑  การไม่พยาบาทปองร้าย ๑  และสัมมาทิฏฐิ (ความเห็นถูก) ๑    

     กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนั้น  เป็นความดีทั้งหมด  จะเห็นได้ว่า พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษา  มีความละเอียดลึกชึ้ง เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้ที่ได้ศึกษาและมีความเข้าใจไปตามลำดับอย่างแท้จริง  เพราะทุกส่วนของคำสอนที่พระองค์ทรงแสดงนั้น    เป็นเครื่องเตือนเพื่อความเป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต  เพื่อความประพฤติที่ดีงามทั้งทางกาย  ทางวาจา   และทางใจ            
     ขณะที่มีความประพฤติที่เรียบร้อยดีงาม  วิรัติงดเว้นจากทุจริตประการต่าง ๆ  ไม่ล่วงอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกามเป็นต้น, ตั้งจิตไว้ชอบในกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ  มีการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เป็นต้น  นั้น  เป็นการประพฤติธรรมในชีวิตประจำวัน  ประพฤติในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม  เป็นความประพฤติที่เป็นไปเพื่อระงับซึ่งอกุศลธรรมทั้งหลาย   อีกประเด็นหนึ่งที่ถาม คือ  ให้นิยามในการทำบุญควรทำอย่างไร    
     บุญ   เป็นสภาพธรรมที่ชำระจิตให้สะอาด (เพราะโดยปกติแล้วจิตสกปรกด้วยอำนาจของอกุศลธรรม)  จากที่เป็นอกุศล ก็ค่อย ๆ เป็นกุศลขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็ไม่พ้นไปจากขณะที่จิตเป็นกุศล  เป็นไปในทาน  เป็นไปในศีล  เป็นไปในการอบรมเจริญความสงบของจิต และเป็นไปในการอบรมเจริญปัญญา โดยที่ไม่มีตัวตนที่จะไปทำบุญ   เพราะบุญอยู่ที่สภาพจิต   จิตเป็นกุศลเป็นบุญ (ซึ่งก็สามารถกล่าวโดยโวหารของชาวโลกได้ว่า  ผู้นั้น  ผู้นี้กระทำบุญ)  ในทางตรงกันข้าม ถ้าจิตเป็นอกุศล  ก็ไม่ใช่บุญ  
     ดังนั้น  ผู้ที่เห็นประโยชน์ของการขัดเกลากิเลส ก็จะไม่ละเลยโอกาสในการเจริญกุศลประการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน  เพราะถ้ากุศลไม่เกิด  ก็จะเป็นโอกาสให้อกุศลเกิดพอกพูนหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่งถ้าจะกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว  กุศลกรรมบถ กับ บุญ  ก็มีอรรถอย่างเดียวกัน                               

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ ครับ                   

กุศลกรรมบถ 10 กับบุญกริยาวัตถุ 10 ต่างกันอย่างไร

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 6 พ.ค. 2554 21:51 น.

     การกระทำบุญ ไม่ใช่มีแต่เฉพาะทานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีมากถึง ๑๐ ประการ ด้วยกัน  ดังนี้   คือ   
๑.  ทาน   การให้วัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้รับ   
๒. ศีล ได้แก่ ความประพฤติทางกาย ทางวาจาที่เป็นกุศล คือ ไม่เบียดเบียนบุคคลอื่นให้เดือดร้อน  
๓.  ภาวนา การอบรมจิตให้สงบ คือ สมถภาวนา ๑  และ การอบรมให้เกิดปัญญา ซึ่งเป็นวิปัสสนาภาวนา ๑  
๔. อปจายนะ
การอ่อนน้อมต่อผู้ที่ควรอ่อนน้อม  ก็เป็นบุญ เพราะว่าจิตใจในขณะนั้นไม่หยาบกระด้างด้วยความถือตัว  
๕. เวยยาวัจจะ
การสงเคราะห์แก่ผู้ที่ควรสงเคราะห์  ไม่เลือกสัตว์ บุคคล  ผู้ใดที่อยู่ในสภาพที่ควรสงเคราะห์ช่วยเหลือให้ความสะดวก ให้ความสบาย ก็ควรจะสงเคราะห์แก่ผู้นั้น แม้เพียงเล็กน้อยในขณะนั้น ก็เป็นกุศลจิต เป็นบุญ   
๖. ปัตติทาน การอุทิศส่วนกุศลให้บุคคลอื่นได้ร่วมอนุโมทนา ซึ่งจะเป็นเหตุให้กุศลจิตของบุคคลอื่นเกิดได้   
๗. ปัตตานุโมทนา
การอนุโมทนาแก่ผู้อื่นที่ได้กระทำกุศล เพราะเหตุว่าถ้าเป็นคนพาล ไม่สามารถจะอนุโมทนาได้เลย    เพราะฉะนั้น ขณะใดที่ได้ทราบการกระทำบุญกุศลของบุคคลอื่น ก็ควรเป็นผู้ที่มีจิตยินดี ชื่นชม อนุโมทนาในกุศลกรรมของบุคคลอื่นที่ตนได้ทราบนั้น ไม่ใช่เป็นผู้ที่ตระหนี่แม้แต่จะชื่นชมยินดีในบุญกุศลของบุคคลอื่น   
๘.  ธัมมเทศนา   
การแสดงธรรมแก่ผู้ต้องการฟัง ไม่ว่าเป็นญาติมิตรสหาย หรือบุคคลใดก็ตาม  ซึ่งสามารถจะอนุเคราะห์ให้เขาได้เข้าใจเหตุผลในพระธรรมวินัย ก็ควรที่จะได้แสดงธรรมแก่บุคคลนั้น   
๙.  ธัมมัสสวนะ การฟังธรรมเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในสภาพธรรมตรงตามความเป็นจริง ก็เป็นบุญ   
๑๐. ทิฏฐุชุกัมม์ การกระทำความเห็นให้ตรงตามสภาพธรรมและเหตุผลของสภาพธรรมนั้นๆ
     ธรรมใดที่เป็นกุศล ก็ให้เข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริงว่า  เป็นกุศลจริง ๆ ธรรมใดที่เป็นอกุศล ก็ให้พิจารณากระทำความเห็นให้ตรงตามสภาพธรรมจริงๆ ว่า สภาพธรรมนั้นเป็นอกุศล ไม่ปะปนกุศลธรรมกับอกุศลธรรม เพราะฉะนั้น เรื่องของการเจริญกุศล เรื่องของการกระทำบุญ จึงเป็นสิ่งที่ควรจะสะสมเท่าที่สามารถจะกระทำได้ ไม่ควรเป็นผู้ประมาท     ดังนั้น จึงแสดงให้เห็นว่า  สภาพธรรมที่ดีงาม ที่เกิดขึ้นเป็นไปในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน การสละวัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น  การมีเมตตา มีความเป็นมิตร มีความเป็นเพื่อนหวังดีต่อผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง       ไม่หวังร้าย  พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้ทุกเมื่อ   ตลอดจนถึงความเป็นผู้มีความประพฤติที่ดีงามทั้งทางกาย  ทางวาจา และทางใจ  ทำในสิ่งที่ควรทำ เว้นในสิ่งที่ควรเว้น ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น  เป็นต้น ก็เป็นบุญ เป็นกุศล เป็นการประพฤติธรรม เป็นการประพฤติที่เป็นไปเป็นเพื่อชำระจิตของตนให้สะอาดจากอกุศล  ครับ              

..ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณ know และ ทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Jesse
วันที่ 6 พ.ค. 2554 23:23 น.
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
bsomsuda
วันที่ 7 พ.ค. 2554 08:33 น.

"ผู้ที่เห็นประโยชน์ของการขัดเกลากิเลส ก็จะไม่ละเลยโอกาสในการเจริญกุศลประการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะถ้ากุศลไม่เกิด  ก็จะเป็นโอกาสให้อกุศลเกิดพอกพูนหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ"

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 7 พ.ค. 2554 09:56 น.

ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ไรท์แจกแล้วไง
วันที่ 7 พ.ค. 2554 14:57 น.

บุญเป็นความดี เป็นกุศล แต่ กุศลมีสองอย่างคือ เป็นไปในวัฎฎะ และ ไม่เป็นไปในวัฎฎะเป็นไปในวัฎฎะ มีเราทำ  แต่ไม่เป็นไปในวัฎฎะ มีความเข้าใจว่าไม่มีเราทำ เป็นไปตามปัจจัย

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
know
วันที่ 9 พ.ค. 2554 18:58 น.

ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 11 พ.ค. 2554 13:25 น.

ขณะที่ประเสริฐ   คือ  ขณะที่ได้ทำความดีและเข้าใจธรรมค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 12 พ.ค. 2554 09:30 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
pamali
วันที่ 23 พ.ค. 2554 09:43 น.
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
pepa
pepa
วันที่ 29 พ.ย. 2558 10:01 น.

พอเข้าแล้วค่ะกราบขอบพระคุณค่ะ 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ