Loading...
  011027  ความหมายของคำว่า สตินทรีย์ [ธรรมสังคณี]
JANYAPINPARD
วันที่ 30 ม.ค. 2552 07:06 น.
อ่าน 1,599
 
 

    พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑  หน้าที่ 330

 ความหมายของคำว่า  สตินทรีย์

            ธรรมที่ชื่อว่า   สติ   เพราะเป็นเหตุระลึก  หรือว่า  ย่อมระลึกเอง  หรือว่า

เป็นเพียงการระลึกเท่านั้น.    ก็สตินั้น  ชื่อว่า  เป็นเพียงการระลึกเท่านั้น.  

       ก็สตินั้น  ชื่อว่า  อินทรีย์   ด้วยอรรถเป็นอธิบดีโดยครอบงำความเป็นผู้หลง

ลืมด้วยสติ            อีกอย่างหนึ่ง  ชื่อว่า  อินทรีย์   เพราะครองความเป็นใหญ่ใน

ลักษณะแห่งการอุปการะ    สตินั่นแหละเป็นอินทรีย์

        ชื่อว่า  สตินทรีย์.   ก็สตินี้นั้นมีการระลึก   (การไม่ฟั่นเฟือน)   เป็นลักษณะ

.   ก็สตินี้นั้นมีการระลึก   (การไม่ฟั่นเฟือน)   เป็นลักษณะ

และมีการเข้าไปประคองไว้เป็นลักษณะ         สติย่อมให้กำหนด     ย่อมให้ระลึก

กุศลกรรมโดยชอบ    เหมือนขุนคลังของพระราชารักษารัตนะ  ๑๐ อย่าง    ย่อม

ยังพระราชาให้กำหนด    ให้ระลึกถึงอิสริยสมบัติในเวลาเย็นเวลาเช้า      ฉะนั้น.

ด้วยเหตุนั้น     พระนาคเสนเถระจึงถวายพระพรพระราชาว่า มหาบพิตร ขุนคลัง

ของพระเจ้าจักรพรรดิ           ย่อมให้พระเจ้าจักรพรรดิให้ระลึกถึงอิสริยสมบัติทั้ง

เวลาเย็นและเวลาเช้าว่า  ข้าแต่เทวะ ช้างมีประมาณเท่านี้    ม้ามีประมาณเท่านี้

รถมีประมาณเท่านี้   พลเดินเท้ามีประมาณเท่านี้    เงินมีประมาณเท่านี้    ทองมี

ประมาณเท่านี้  สมบัติทั้งปวงมีประมาณเท่านี้     ขอเทวะจงระลึกถึงอิสริยสมบัติ

นั้น   ฉันใด     ขอถวายพระพรมหาบพิตร     สติก็ฉันนั้นเหมือนกันแล     ย่อมให้

ระลึกถึงกุศลธรรมทั้งหลาย  คือ  สติปัฏฐาน ๔  เหล่านี้   สัมมัปปธาน ๔ เหล่านี้

อิทธิบาท ๔ เหล่านี้    อินทรีย์ ๔ เหล่านี้   พละ ๕ เหล่านี้  โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้

นี้อริยมรรคประกอบด้วยองค์  ๘    นี้      สมถะ    นี้วิปัสสนา  เหล่านี้เป็นอริยสัจ

นี้เป็นวิชชา   นี้เป็นวิมุตติ  เหล่านั้นเป็นโลกุตรธรรม  มหาบพิตร  สติมีการระลึก

นี้เป็นวิชชา   นี้เป็นวิมุตติ  เหล่านั้นเป็นโลกุตรธรรม  มหาบพิตร  สติมีการระลึก

เป็นลักษณะอย่างนี้แล.

              ก็สติใคร่ครวญคติทั้งหลายแห่งธรรมที่เป็นประโยชน์        และไม่เป็น

ประโยชน์        รู้ว่าธรรมทั้งหลายมีกายทุจริตเป็นต้นเหล่านี้     ว่าไม่มีประโยชน์

ย่อมบรรเทาธรรมที่ไม่เป็นประโยชน์       รู้ว่าธรรมมีกายสุจริตเป็นต้นเหล่านี้เป็น

ประโยชน์   ย่อมประคับประคองธรรมที่เป็นประโยชน์   เหมือนปริณายกแก้วของ

พระเจ้าจักรพรรดิ   รู้สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์   และสิ่งที่เป็นประโยชน์ของพระเจ้า-

จักรพรรดิ      ย่อมนำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ออกไป      ย่อมน้อมเข้ามาซึ่งสิ่งเป็น

ประโยชน์  ฉะนั้น.      ด้วยเหตุนั้น  พระนาคเสนเถระถึงถวายพระพรพระราชาว่า

 [๓๘]  สัมมาสติ  มีในสมัยนั้น  เป็นไฉน  ?

         สติ  ความตามระลึก  ความหวนระลึก    สติ  กิริยาที่ระลึก     ความทรงจำ
     
ความไม่เลื่อนลอย     ควานไม่ลืม    สติ   สตินทรีย์   สติพละ    ความระลึกชอบ

ความไม่เลื่อนลอย     ควานไม่ลืม    สติ   สตินทรีย์   สติพละ    ความระลึกชอบ

ในสมัยนั้น   อันใด  นี้ชื่อว่า  สัมมาสติมีในสมัยนั้น.

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
suwit02
วันที่ 30 ม.ค. 2552 09:52 น.
 

สาธุ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top