ความจริงที่ต้องเจอ

  
เทวราช
วันที่  23 ส.ค. 2551
หมายเลข  9648
อ่าน  2,656

บรมครูของเหล่ามนุษย์และเทวดาตรัสไว้ว่า ไม่มีสิ่งใดเลยในโลกนี้ ที่คงทนถาวรสักอย่าง ไม่วันใดก็วันหนึ่งต้องดับสลายไปไม่ช้าก็เร็ว สิ่งที่แน่นอนที่สุดที่หลีกไม่พ้นก็คือความตาย แต่ก่อนจะตายนี่สิจะทำอย่างไรกันดี มีใครเคยคิดไหมเอย สนุกไปเรื่อยๆ หรือเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตายกันดี เพราะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น จงทำใจล่วงหน้าไว้ได้เลย แม้แต่ผู้ที่ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะก็ไม่สามารถหลบพ้น แต่สิ่งที่พระองค์หลงเหลือไว้ให้กับชาวโลก แม้จะเป็นเพียงแสงสว่างเล็กๆ สำหรับคนที่ไร้ปัญญาหรือไม่เคยรู้จักปัญญาด้วยซ้ำแต่ ก็ยังมีค่ามหาศาลไม่ใช่เหรอ จงตื่นจากภวังค์กันเถิด แล้วมาค้นหาสัจธรรมเผื่ออะไรจะดีขึ้นก่อนที่จะไม่มีเวลา


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
paderm
วันที่ 23 ส.ค. 2551

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

[๒๐๒] เทวดาทูลถามว่า

คนมีชีวิตเป็นอยู่อย่างไร นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ.

[๒๐๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า

คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญานักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ.

  
  ความคิดเห็นที่ 2  
  
paderm
วันที่ 23 ส.ค. 2551

เมื่อเข้าใจความจริงว่าสัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นธรรมดา ชีวิตที่เหลืออยู่ก็ควรประกอบสิ่งที่เป็นสาระคือ กุศลธรรมและการเจริญอบรมปัญญา แต่สิ่งที่ต้องละเอียดคือรู้ว่าชีวิตเหลือน้อยจึงควรแสวงหาสัจจธรรม จึงควรเข้าใจว่าสัจจธรรมคืออะไร เริ่มจากการอบรมจากขั้นการฟัง สัจจธรรมคือ ความจริงที่มีในขณะนี้ เป็นธรรมไม่ใช่เรา ไม่ต้องไปค้นหาสัจจธรรม มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ควรอบรมคือ ปัญญา จึงไม่ควรเป็นผู้ประมาทในการศึกษาธรรม เพราะถ้าศึกษาในหนทางที่ผิดย่อมนำไปสู่การปฏิบัติผิดได้ครับ ช้าๆ แต่มั่นคงและถูกต้อง ดีกว่าเร่งรีบแต่เป็นหนทางที่ผิด

  
  ความคิดเห็นที่ 4  
  
wannee.s
วันที่ 24 ส.ค. 2551

คนที่มีชีวิตอยู่ด้วยปัญญาประเสริฐ เพราะว่าคนที่มีปัญญาก็จะรู้ว่าอะไรควรเว้น อะไร

ควรเจริญ เช่น กุศลควรเจริญ อกุศลทุกอย่างควรเว้นและคนที่มีปํญญา ก็จะให้ทาน

รักษาศีล ฟังธรรม อบรมเจริญสติปัฏฐาน จึงชื่อว่ามีชีวิตอยู่ด้วยปัญญาประเสริฐที่สุดค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 5  
  
prakaimuk.k
วันที่ 24 ส.ค. 2551

ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดด้วยปัญญาที่ถูกต้อง มีชีวิตอยู่ด้วยปัญญาประเสริฐ

ที่สุด......ขออนุโมทนาค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 6  
  
ajarnkruo
วันที่ 24 ส.ค. 2551

ค้นหาสัจธรรม ด้วยการศึกษาพระธรรมให้เกิดความเข้าใจถูกต้องขึ้นว่า สัจธรรมที่เคยค้นหานั้นกำลังมีปรากฏในขณะนี้ ไม่มีตัวตนของผู้ใดจะเข้าถึงความจริงที่เป็นสัจธรรมได้เลย แต่เป็น "ปัญญา" ต่างหาก ที่จะรู้ตรง รู้ทั่ว รู้ชัด จนประจักษ์แจ้งตามความจริงตรงตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ทุกประการ แต่เหตุต้องสมควรแก่ผล ใครก็เร่งรัดให้มีปัญญามากๆ เทียบเท่าพระอริยเจ้าภายในชาติเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยเวลาจากการศึกษาพระธรรมไปในแต่ละชาติ ชาติใดไม่พบพระธรรม ชาตินั้นก็สูญเปล่าไป ชาติใดพบพระธรรม ชาตินั้นก็เป็นชาติที่ไม่เป็นโมฆะ เหตุนี้ การเจริญปัญญาภาวนาจึงเป็นจิรกาลภาวนา เพราะการประจวบเหมาะของเหตุปัจจัยอันประเสริฐนี้ หาไม่ได้โดยง่ายเลย

  
  ความคิดเห็นที่ 7  
  
เมตตา
วันที่ 24 ส.ค. 2551

รู้ว่าชีวิตเหลือน้อยจึงควรแสวงหาสัจจธรรม จึงควรเข้าใจว่าสัจจธรรมคืออะไร เริ่มจาก

การอบรมจากขั้นการฟัง สัจจธรรมคือความจริงที่มีในขณะนี้ เป็นธรรมไม่ใช่เรา ไม่ต้อง

ไปค้นหาสัจจธรรม มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ควรอบรมคือปัญญา

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 8  
  
pornpaon
วันที่ 25 ส.ค. 2551

ท่านอาจารย์มักถามอยู่บ่อยๆ ในการสนทนาธรรมว่า แล้วจะไปหาที่ไหนคะ หาที่ไหนในเมื่อขณะนี้ธรรมะมีอยู่ เกิดขึ้นปรากฎแต่ไม่รู้เลย แล้วเดี๋ยวนี้ รู้รึยัง เห็นรึยังเตือนสติว่า ความไม่รู้ของเรานั้นมีมากมายขนาดไหน ธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัวจนมองไม่เห็น เพราะไม่เคยรู้ว่าเป็นธรรมะ ไม่เคยเข้าใจว่า จริงๆ แล้ว ธรรมะ คืออะไร

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ 6 คำง่ายๆ ที่พวกเราไม่เคยรู้ความจริงและติดข้องจนต้องเกิดแล้วเกิดอีกมาเนิ่นนานเหลือเกินในสังสารวัฏฏ์และคงจะยังต้องเกิดแล้วเกิดอีกกันอย่างยาวนานต่อไป จนกว่าที่จะรู้แล้วละ ทั้งหมด.......

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 9  
  
ปริศนา
วันที่ 25 ส.ค. 2551

ตราบใด สติปัฏฐาน ยังไม่เกิด

แม้ความจริงจะปรากฏอยู่ตลอดเวลาก็ไม่มีทางที่จะ ได้เจอกับความจริง.ผู้ใดเห็น "ธรรม"ผู้นั้นย่อมเห็น ตถาคต.

  
  ความคิดเห็นที่ 10  
  
Noparat
วันที่ 25 ส.ค. 2551

') ;"> ขออนุโมทนาทุกท่านค่ะ ') ;">

  
  ความคิดเห็นที่ 11  
  
เจริญในธรรม
วันที่ 25 ส.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ
  
  ความคิดเห็นที่ 12  
  
aew
วันที่ 26 ส.ค. 2551

ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของทุกท่านค่ะ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ