กล่าวมุสา แล้วไม่ทำบาปแม้น้อยหนึ่ง ไม่มี
 
pirmsombat
วันที่  23 พ.ย. 2550
หมายเลข  5645
อ่าน  3,846

 ดูก่อนราหุล  เรากล่าวว่าบุคคลผู้ไม่มีความละอายในการกล่าวมุสาทั้งที่รู้อยู่  ที่จะไม่ทำบาปกรรมแม้น้อยหนึ่งไม่มี  ฉันนั้นเหมือนกัน  เพราะเหตุนั้นแหละ  ราหุล  เธอพึงศึกษาว่า  เราจักไม่กล่าวมุสา  แม้เพราะหัวเราะกันเล่น  ดูก่อนราหุล  เธอพึงศึกษาอย่างนี้แล
................................


พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนพระราหุล ไม่กล่าวมุสา แม้เพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น เพราะถ้ากล่าวมุสาได้ ที่จะไม่ทำบาปแม้น้อยหนึ่ง ไม่มีดั้งนั้นบุคคลใดมุสาได้ ย่อมทำบาปอย่างอื่นแม้น้อยหนึ่งได้ผู้ใดมุสา จะเป็นผู้ที่น่ากลัวมาก เพราะสามารถทำอกุศลได้ทุกอย่าง ครับเพราะบาปแม้นัอยหนึ่งก็ยังทำได้ บาปมากๆ ก็ทำด้วย การกล่าวมุสาแม้เรื่องเล็กน้อย หรือแม้เพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น ก็ไม่ควรกล่าว เพราะตามการสะสมจะเป็นเหตุปัจจัยให้กล่าวมุสาเรื่องใหญ่ๆ สำคัญๆ ก่อให้เกิดความเสียหาย


หรือเสียประโยชน์มากมาย ไม่เป็นที่เชื่อถือของบุคคลอื่น และสามารถทำบาปมากๆ ได้  พระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนท่านพระราหุล  ไม่ให้กล่าวมุสาแม้เรื่องเล็กน้อย เช่นเพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น นอกจากนี้ ผมว่า การไม่กล่าวมุสา แม้เรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องสำคัญเราก็ควรอบรม เพราะเป็นการอบรมเจริญ สัจจบารมีด้วย ถ้าไม่อบรมเจริญสัจจบารมี ซึ่งมีประโยชน์มาก และสำคัญมาก บารมีหนึ่งวันหนึ่งๆ เรามักจะพูดมุสากันไม่น้อย ด้วยเหตุใดก็ตาม เช่นพูดจาล้อเล่น


ซึ่งไม่เป็นความจริง หรือพูดมุสา เพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น


และอื่นๆ อีกมาก ส่วนมากจะคิดว่าไม่เป็นไรความจริงการกล่าวมุสาไม่สมควร และไม่ดี เราควรอบรมการไม่กล่าวมุสาคือการพูดความจริง จะได้เป็นสัจจบารมีบางส่วน เพราะ สัจจบารมีหมายถึงพูดจริง ทำจริง เพื่อเป็นกุศลที่ถึงซึ่งความพ้นทุกข์ได้คือเจริญ สติปัฏฐาน ถึงฝั่งโน้น คิอ พระนิพพาน นะครับ


  ความคิดเห็น 1  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 23 พ.ย. 2550

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

ตราบใดที่เป็นปุถุชน เมื่อมีเหตุปัจจัยย่อมล่วงศีลได้   แม้ทำอนันตริยกรรม ถ้าเหตุปัจจัยพร้อม

  พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 308

   ข้อความบางตอนจาก อรรถกถา พหุธาตุกสูตร

  ก็ในข้อนี้มีอธิบายดังนี้ว่า  ความเป็นปุถุชนมีโทษมาก  ตรงที่จักกระ-

ทำอนันตริยกรรม  มีการฆ่ามารดาเป็นต้นได้  ส่วนพระอริยสาวกมีกำลังมาก

ตรงที่ไม่กระทำกรรมเหล่านี้ . ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็น 2  
 
แช่มชื่น
วันที่ 23 พ.ย. 2550

อกุศลกรรมทุกประการน่ากลัว   เพราะตามให้ผล คือให้ได้รับวิบากเป็นทุกข์ในภายภาคหน้าได้  แต่ถ้ากลัวอกุศลกรรมเพราะอกุศลจิต ขณะนั้นเป็นโทสมูลจิต ไม่ใช่กุศล ไม่สลด ไม่ถอยกลับ   แต่ถ้าละอายด้วยหิริ กลัวด้วยโอตตัปปะ  สติระลึก และปัญญาเห็นโทษในอกุศลธรรม   ขณะนั้นจึงจะสลด  และถอยกลับจากอกุศลจิตที่จะก่ออกุศลกรรมอย่างรวดเร็วทันทีครับขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 24 พ.ย. 2550
คนที่พูดมุสา  พูดเท็จ  พูดโกหก  จะไม่ทำชั่วในที่ลับไม่มีค่ะ
 
  ความคิดเห็น 4  
 
medulla
วันที่ 24 พ.ย. 2550
ขออนุโมทนาค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
 
  ความคิดเห็น 5  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 26 พ.ย. 2550


ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
K
K
วันที่ 26 พ.ย. 2550

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 7  
 
aiatien
aiatien
วันที่ 27 พ.ย. 2550
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 8  
 
panop
วันที่ 17 ก.ค. 2551
อ้างอิงจาก : หัวข้อ โดย pirmsombat

 ดูก่อนราหุล  เรากล่าวว่าบุคคลผู้ไม่มีความละอายในการกล่าวมุสาทั้งที่รู้อยู่  ที่จะไม่ทำบาปกรรมแม้น้อยหนึ่งไม่มี  ฉันนั้นเหมือนกัน  เพราะเหตุนั้นแหละ  ราหุล  เธอพึงศึกษาว่า  เราจักไม่กล่าวมุสา  แม้เพราะหัวเราะกันเล่น  ดูก่อนราหุล  เธอพึงศึกษาอย่างนี้แล
................................


พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนพระราหุล ไม่กล่าวมุสา แม้เพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น เพราะถ้ากล่าวมุสาได้ ที่จะไม่ทำบาปแม้น้อยหนึ่ง ไม่มีดั้งนั้นบุคคลใดมุสาได้ ย่อมทำบาปอย่างอื่นแม้น้อยหนึ่งได้ผู้ใดมุสา จะเป็นผู้ที่น่ากลัวมาก เพราะสามารถทำอกุศลได้ทุกอย่าง ครับเพราะบาปแม้นัอยหนึ่งก็ยังทำได้ บาปมากๆ ก็ทำด้วย การกล่าวมุสาแม้เรื่องเล็กน้อย หรือแม้เพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น ก็ไม่ควรกล่าว เพราะตามการสะสมจะเป็นเหตุปัจจัยให้กล่าวมุสาเรื่องใหญ่ๆ สำคัญๆ ก่อให้เกิดความเสียหาย


หรือเสียประโยชน์มากมาย ไม่เป็นที่เชื่อถือของบุคคลอื่น และสามารถทำบาปมากๆ ได้  พระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนท่านพระราหุล  ไม่ให้กล่าวมุสาแม้เรื่องเล็กน้อย เช่นเพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น นอกจากนี้ ผมว่า การไม่กล่าวมุสา แม้เรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องสำคัญเราก็ควรอบรม เพราะเป็นการอบรมเจริญ สัจจบารมีด้วย ถ้าไม่อบรมเจริญสัจจบารมี ซึ่งมีประโยชน์มาก และสำคัญมาก บารมีหนึ่งวันหนึ่งๆ เรามักจะพูดมุสากันไม่น้อย ด้วยเหตุใดก็ตาม เช่นพูดจาล้อเล่น


ซึ่งไม่เป็นความจริง หรือพูดมุสา เพียงเพื่อหัวเราะกันเล่น


และอื่นๆ อีกมาก ส่วนมากจะคิดว่าไม่เป็นไรความจริงการกล่าวมุสาไม่สมควร และไม่ดี เราควรอบรมการไม่กล่าวมุสาคือการพูดความจริง จะได้เป็นสัจจบารมีบางส่วน เพราะ สัจจบารมีหมายถึงพูดจริง ทำจริง เพื่อเป็นกุศลที่ถึงซึ่งความพ้นทุกข์ได้คือเจริญ สติปัฏฐาน ถึงฝั่งโน้น คิอ พระนิพพาน นะครับ


คนที่ทำผิด แล้วไม่ยอมรับผิด คือมุสา

จึงทำผิดซ้ำซ้อน จากเรื่องเล็กๆ ก็บานปลายไปใหญ่โตได้

วิธีที่จะให้คนนั้นยุติการทำชั่ว(ทุศีล)

ด้วยการบอกกล่าว เล่าเรื่องโทษของการทำให้ผู้อื่นเสืยหาย

ว่า...ตัวเองก็จะเดือดร้อน(เป็นทุกข์)ไปด้วย

ถึงแม้ผู้เสียหายจะไม่เอาผิด(ให้อภัย)แล้วก็ตาม.........

"เมตตาค้ำจุนโลก"

 
  ความคิดเห็น 9  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 29 พ.ย. 2557

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 10  
 
ms.pimpaka
ms.pimpaka
วันที่ 24 มี.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ