พระภิกษุคือใคร คือผู้สละ
ผู้ฟัง ในสมัยก่อนเราจะเข้าใจกันว่า พระพุทธเจ้าท่านก็คือจะไม่รับเงินทองอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบัน คือเหมือนจากที่ดิฉันได้เห็น ก็คือพระภิกษุท่านต้องมาหาหมอ ต้องใช้จ่าย ต้องมีปัจจัยในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น บางครั้งดิฉันเห็นว่าการที่ท่านรับไว้ก็ไม่น่าจะผิดศีล เพราะว่าท่านต้องเอามาใช้ในการดูแลตัวเองรักษาตัวเอง หรือว่าบางครั้งอย่างมีกิจ เช่น พิธีศพ หรือว่างานบุญ ถ้าเราใส่ซองถวาย ถ้าสมมติว่าเป็นการผิด เพราะฉะนั้นทางญาติโยมก็จะผิดไปด้วยหรือ เพราะว่าก็เหมือนปฏิบัติเป็นแบบตามๆ กันมาอย่างนี้
ท่านอาจารย์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดมาก เราถึงต้องตั้งต้นว่าพระภิกษุคือใคร อันนี้ต้องชัดเจนเปลี่ยนไม่ได้เลย ไม่ว่ากาลสมัยไหน
พระภิกษุคือใคร คือผู้สละ มั่นคงที่จะศึกษาเข้าใจพระธรรม ขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิต ไม่มีใครบอก ไม่มีใครสั่ง ไม่มีใครทำให้บุคคลนั้นเป็นอย่างนั้นได้ นอกจากตนเอง ซึ่งการที่จะบวช ไม่ใช่ว่าบวชเพราะอย่างนั้น บวชเพราะอย่างนี้ แต่บวชเหตุเดียวคือ เห็นภัยในสังสารวัฏ ต้องเป็นผู้ที่สะสมคุณความดีใหญ่มามาก ได้ฟังพระธรรมมามาก จึงสามารถที่จะดำเนินตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ จึงได้ประทานอนุญาตให้อุปสมบท
ไม่ใช่ใครก็ตาม ไม่รู้อะไรเลยแล้วก็ไปบวช เพราะอะไรจึงบวช มีคำตอบไหม คนที่ไม่เข้าใจธรรมเลย ไม่รู้อะไรเลยทั้งสิ้น แต่บวช ตอบได้ไหมว่าเพราะอะไร คำตอบหนึ่งเพราะกิเลส อยากบวช แต่ไม่ได้เข้าใจเลยว่าการสละเพศคฤหัสถ์สู่เพศบรรพชิต เป็นเพศที่สูงยิ่ง เป็นที่เคารพนับถือของทุกคน ในคุณความดีของบุคคลนั้น ที่สามารถที่จะขัดเกลากิเลสในเพศบรรพชิต
ขัดเกลาคำนี้ ต้องรู้ว่าไม่มีอะไรอย่างคฤหัสถ์อีกต่อไป เสื้อผ้าสวยๆ การสนุกสนานบันเทิงรื่นเริงต่างๆ ทุกอย่าง เพราะเห็นประโยชน์ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือที่จะได้เข้าใจธรรม
จิตใจของคนนั้นต้องมั่นคงที่จะประพฤติตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประพฤติอย่างไร อากัปกิริยา การเดิน ความเป็นอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องคล้อยตามพระธรรมวินัย จึงสมควรที่จะเป็นภิกษุ มิฉะนั้นไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัย
ถ้ากล่าวถึง ในครั้งโน้นพระภิกษุท่านป่วยกันหรือเปล่า ป่วย แล้วใครดูแลหรือเปล่า
