อวดคุณวิเศษ

  
acsmaster
วันที่  1 ก.ย. 2569
หมายเลข  53036
อ่าน  30

ผมได้อ่านคำถามเกี่ยวกับการอวดอุตริมนุสธรรมที่มีผู้ตั้งกระทู้ไว้ก่อนนี้บ้างแล้ว แต่เพื่อความชัดเจนในบางแง่มุมสำหรับความเข้าใจยิ่งขึ้นของผม ผมจึงขออนุญาตตั้งคำถามในประเด็นนี้อีกครั้ง หกข้อ แบ่งเป็นรายกรณีดังนี้ครับ :

1) "อุตริมนุสธรรม" รวมถึงคุณวิเศษอะไรบ้างครับ? (เช่น เฉพาะฌาณหรือแม้อุปจารสมาธิด้วย, เฉพาะมรรคผลหรือรวมถึงแม้สติปัฎฐานด้วย เป็นต้น)

2) ภิกษุรู้อยู่ว่าตนไม่มีคุณวิเศษใดๆ เลย แต่จงใจอวดอุตริมนุสธรรมว่ามีคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

3) ภิกษุสำคัญตนผิดว่ามีคุณวิเศษอย่างหนึ่ง ทั้งที่จริงไม่มีเลย แล้วอวดอุตริมนุสธรรมตามที่ตนสำคัญผิดไปนั้น เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

4) ภิกษุสำคัญตนผิดว่ามีคุณวิเศษอย่างหนึ่ง (เช่น ได้ทุติยฌาณ) ทั้งที่จริงสำเร็จคุณวิเศษอีกอย่างหนึ่ง (เช่น ปฐมฌาณ) แล้วอวดอุตริมนุสธรรมตามที่ตนสำคัญผิดไปนั้น เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

5) ภิกษุรู้อยู่ว่าตนมีคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง (เช่น ได้ปฐมฌาณจริงๆ) แต่อวดอุตริมนุสธรรมว่าตนได้คุณวิเศษอีกอย่างหนึ่ง (เช่น ทุติยฌาณ ซึ่งตนไม่มี) เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

6) ภิกษุรู้อยู่ว่าตนมีคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วอวดอุตริมนุสธรรมในคุณวิเศษตามที่ตนมีจริง เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

กราบขอบพระคุณอย่างสูงล่วงหน้าสำหรับความกรุณาในคำตอบครับ และกราบขออภัยอย่างมากที่คำถามยาวและข้อเท็จจริงซับซ้อนครับผม


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
khampan.a
วันที่ 8 ก.ย. 2569

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

1) "อุตริมนุสธรรม" รวมถึงคุณวิเศษอะไรบ้างครับ? (เช่น เฉพาะฌาณหรือแม้อุปจารสมาธิด้วย, เฉพาะมรรคผลหรือรวมถึงแม้สติปัฎฐานด้วย เป็นต้น)

อุตริมนุสสธรรม หมายถึง ธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ ได้แก่ การบรรลุฌานขั้นต่างๆ และการบรรลุ มรรคผล นิพพาน ไม่ได้รวมขณะก่อนได้ฌาน และขณะก่อนได้บรรลุ มรรค ผล นิพพาน อุตริมนุสสธรรมจึงเป็นธรรมของผู้ที่ได้ฌานและเป็นพระอริยบุคคล และ ธรรมอันยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์ คือ เป็นธรรมที่ยิ่งกว่ากุศลกรรมบถ ๑๐


2) ภิกษุรู้อยู่ว่าตนไม่มีคุณวิเศษใดๆ เลย แต่จงใจอวดอุตริมนุสธรรมว่ามีคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

ภิกษุรู้อยู่ว่าตนเองไม่มีคุณเศษใดๆ แล้วจงใจอวดคุณวิเศษเหล่านั้น ถ้ามีมนุษย์ผู้ฟังรู้เรื่อง เป็นอาบัติปาราชิกเลย ถ้าเขาฟังไม่รู้เรื่อง เป็นถุลลัจจัย แต่ถ้าพูดอยู่คนเดียว ไม่มีคนฟังเลย เป็นอาบัติทุกกฏ


3) ภิกษุสำคัญตนผิดว่ามีคุณวิเศษอย่างหนึ่ง ทั้งที่จริงไม่มีเลย แล้วอวดอุตริมนุสธรรมตามที่ตนสำคัญผิดไปนั้น เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

ภิกษุสำคัญว่าได้บรรลุ แล้วอวดคุณวิเศษตามที่ตนสำคัญผิดนั้น ไม่ได้เป็นอาบัติอะไร แม้ผู้โง่เขลา ไม่รู้ความจริง ถ้าไม่ได้มีความปรารถนาลามก พูดอวด ก็ไม่ได้มีอาบัติ


4) ภิกษุสำคัญตนผิดว่ามีคุณวิเศษอย่างหนึ่ง (เช่น ได้ทุติยฌาณ) ทั้งที่จริงสำเร็จคุณวิเศษอีกอย่างหนึ่ง (เช่น ปฐมฌาณ) แล้วอวดอุตริมนุสธรรมตามที่ตนสำคัญผิดไปนั้น เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

สำคัญผิดว่าได้บรรลุ ไม่ได้เป็นอาบัติ


5) ภิกษุรู้อยู่ว่าตนมีคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง (เช่น ได้ปฐมฌาณจริงๆ) แต่อวดอุตริมนุสธรรมว่าตนได้คุณวิเศษอีกอย่างหนึ่ง (เช่น ทุติยฌาณ ซึ่งตนไม่มี) เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

เมื่อภิกษุไม่ได้บรรลุคุณวิเศษถึงขั้นนั้น แล้วอวดคุณวิเศษนั้น ถ้ามีผู้ฟังรู้เรื่อง เป็นอาบัติปาราชิกเลย ถ้าเขาฟังไม่รู้เรื่อง เป็นถุลลัจจัย แต่ถ้าพูดอยู่คนเดียว ไม่มีคนฟังเลย เป็นอาบัติทุกกฏ

***ดังนั้น ประเด็นเรื่องล่วงละเมิดปาราชิกข้อที่ ๔ ในเรื่องการอวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน นั้น จะต้องเป็นการโกหกว่าตนบรรลุฌานหรือมรรคผลตรงๆ เท่านั้น*** ภิกษุที่ได้ฌานหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลจริงๆ ท่านจะไม่บอกเรื่องที่ตนได้คุณวิเศษต่ออนุปสัมบัน (คฤหัสถ์หรือสามเณร) อย่างแน่นอน เพราะถ้าบอกคุณวิเศษที่มีจริงในตนแก่อนุปสัมบัน ก็จะต้องอาบัติปาจิตตีย์ด้วย ซึ่งเป็นธรรมดาที่ว่าภิกษุผู้เป็นพระอริยบุคคลย่อมจะไม่ล่วงละเมิดพระบัญญัติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติ แม้เพราะเหตุแห่งชีวิต และภิกษุผู้ได้ฌาน เมื่อท่านจงใจล่วงละเมิดสิกขาบท ฌานก็ย่อมเสื่อมทันที


6) ภิกษุรู้อยู่ว่าตนมีคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วอวดอุตริมนุสธรรมในคุณวิเศษตามที่ตนมีจริง เป็นอาบัติอะไร หรือไม่ครับ?

ภิกษุอวดคุณวิเศษที่มีจริง แก่ภิกษุด้วยกัน ไม่มีอาบัติ แต่ถ้าอวดคุณวิเศษที่มีในตน แก่อนุปสัมบัน คือ คฤหัสถ์ และสามเณร เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ครับ



... ยินดีในกุศลของคุณ acsmaster และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ