ลืมเสมอว่าเป็นธรรม

  
เมตตา
วันที่  29 ส.ค. 2569
หมายเลข  53025
อ่าน  36

อ.คำปั่น: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ เป็นประโยชน์มากที่ได้ฟังครับ เพราะว่าเป็นคำที่เกื้อกูลให้เข้าใจในความเป็นจริงของธรรม ซึ่งในวันนี้ผมก็ได้รับประโยชน์มากเลยที่ได้ฟังในความเป็นจริงของธรรม ซึ่งก็เป็นการได้ฟัง ซ้ำๆ ในความเป็นจริงที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวอยู่เสมอครับในความเป็นจริงของธรรม ประมวลแล้ว ก็คือสภาพที่เป็นธาตุรู้สภาพรู้อย่างหนึ่ง แล้วก็สภาพที่ไม่รู้อย่างหนึ่งครับ

ซึ่งยิ่งฟังก็ยิ่งเห็นเลยครับว่า ไม่เบื่อครับท่านอาจารย์เพราะว่า แต่ละคำๆ ที่ได้ฟังก็เป็นประโยชน์ให้ได้เข้าใจในความเป็นจริงของธรรมให้มั่นคงในความเป็นจริงของธรรมจริงๆ ครับ ไม่เบื่อแน่นอนที่จะได้ฟัง คำ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ เพราะว่า คำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงนี่ ครับ เป็นคำจริงทั้งหมด และคำจริงทั้งหมดนี้ถ้าประมวลตามข้อความในอรรถกถา ปฐมตถาคตสูตร ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยังธรรมให้เป็นไป ที่เป็นธรรมจักรนี่ครับ ก็แสดงถึงเทศนาญาณอย่างหนึ่ง ก็คือปัญญาเป็นเครื่องแสดงธรรม และเทศนาญาณนี้ ก็เพราะพระองค์ทรงมีปฏิเวธญาณ ก็คือปัญญาที่ทรงแทงตลอดในความเป็นจริงของธรรมครับ

ถ้าหากว่าใครก็ตามที่เบื่อที่จะฟัง คำจริง ก็เท่ากับว่าเบื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ เมื่อคืนก็ได้สนทนากันเรื่องนี้ด้วยครับ ก็ยิ่งฟังก็ยิ่งเห็นประโยชน์ที่ได้ฟังที่จะได้ศึกษาต่อไปครับ

ทีนี้ในประเด็นที่จะเป็นคำถาม เป็นประเด็นธรรมครับว่า แม้ว่าจะเป็นผู้ที่ไม่เบื่อที่จะฟัง เพราะว่าเป็นคำจริงทุกคำ และวันนี้ก็ได้ฟังในความเป็นจริงของธรรม ก็คือทุกขณะเป็นธรรม แวดล้อมด้วยธรรม หรือล้อมรอบด้วยธรรม แต่ก็ลืมเสมอครับ ลืมเสมอว่าเป็นธรรม ครับ เพราะเหตุใดครับท่านอาจารย์ครับ

ท่านอาจารย์: ลืมไหมล่ะว่าเป็นธรรม?

อ.คำปั่น: ลืมแน่นอนครับขณะนั้น

ท่านอาจารย์: เพราะไม่รู้ใช่ไหม?

อ.คำปั่น: เพราะไม่รู้ครับ

ท่านอาจารย์: แล้วจะให้ไม่ลืมได้อย่างไร? ก็หลงไป ลืมไปทุกอย่าง!!

อ.คำปั่น: ท่านอาจารย์ตอบสั้น แต่ว่าละเอียดลึกซึ้งมากเลยครับ เพราะโมหะ

ท่านอาจารย์: อวิชชา พูดเมื่อกี้นี้เองใช่ไหม?

อ.คำปั่น: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: ไม่ได้ไกลเลย!!

อ.คำปั่น: แต่ละคำเกื้อกูลมากครับ ไม่สามารถที่จะคัดค้านหรือปฏิเสธได้เลย เพราะว่า ความจริงเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ แต่ละคำที่ได้ฟังก็เป็นประโยชน์ให้ได้มั่นคงในความเป็นจริงของธรรมยิ่งขึ้นที่จะเกื้อกูลที่จะค่อยๆ ให้ไม่ลืมในความเป็นธรรม ครับ แล้วก็ต้องไม่ขาดการฟังครับ ยิ่งฟังก็ยิ่งเห็นประโยชน์ที่จะได้สะสมความเข้าใจจริงๆ เพราะว่าสิ่งที่เป็นธรรม ก็คือขณะนี้ทั้งหมดเลยครับ

แม้แต่ที่ได้ฟังที่ท่านอาจารย์ได้สนทนาธรรมที่บ้านคุณมาดีที่ผ่านมาครับ ก็แม้แต่คำที่เคยได้ฟังมาแล้ว แต่พอได้ฟังอีกก็เหมือนกับว่า คือตอกย้ำในความเป็นธรรมเลยครับ ที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความเป็นธรรมที่เป็นสภาพที่ไม่รู้อะไร ท่านอาจารย์ก็กล่าวว่า สีสันวัณณะต่างๆ ไม่ใช่สภาพรู้ เพราะฉะนั้น จึงรู้อะไรไม่ได้ คือเพียงประโยคนี้ประโยคเดียว ก็เกื้อกูลให้มั่นคงว่า สภาพที่เป็นรูปทั้งหลายนี่ไม่สามารถที่จะรู้อะไรได้ เพราะว่า เขาไม่ใช่สภาพรู้ธาตุรู้ นี่ก็คือเพิ่มพูนมากเลยครับท่านอาจารย์ที่จะเกื้อกูลให้เข้าใจในความเป็นธรรมจริงๆ ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ธรรมฟังแล้ว ละเอียดขึ้นๆ ๆ ๆ จนประมาณไม่ได้ เพราะละเอียดอย่างยิ่งจึงไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง

อ.คำปั่น: กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างยิ่งครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.คำปั่น ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
chatchai.k
วันที่ 29 ส.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ