ข้อความจาก พระไตรปิฏกเล่มที่ ๘๕ (หน้าที่ ๑๓ อธิบายอุเทศวาระ)

  
Nareopak_Boonyarittipat
วันที่  27 ส.ค. 2569
หมายเลข  53015
อ่าน  24

"บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ย่อมพิจารณากรรม นั้นให้หนัก ย่อมพิจารณากรรมที่เคยสร้างสมมาให้หนัก ขอความอนุเคราะห์ช่วยอธิบายขยายความ " ... ย่อมพิจารณากรรมนั้นให้หนัก" คืออย่างไรค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
khampan.a
วันที่ 30 ส.ค. 2569

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ธรรมเป็นเรื่องที่ละเอียดอย่างยิ่ง ในประเด็นคำถาม ข้อความดังกล่าว เป็นการอธิบายถึง อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ว่าโดยความหมาย คือ ธรรมที่เป็นอารมณ์อันหนักแน่น กล่าวคือ จิต เจตสิก รูป ที่เกิดในวาระก่อนๆ และ พระนิพพาน เป็นปัจจัยที่มีกำลัง อุปการะเกื้อกูลให้นามธรรม คือ จิตและเจตสิกเกิดขึ้นในภายหลัง หรือ สิ่งที่เป็นอารมณ์และเป็นที่อาศัยที่มีกำลัง เป็นเหตุให้จิตและเจตสิก มีกำลัง ดังนั้น การให้ทานที่สำเร็จไปแล้ว การสมาทานรักษาศีลถือเอาเป็นข้อประพฤติปฏิบัติที่สำเร็จไปแล้ว การรักษาอุโบสถศีลที่สำเร็จไปแล้ว เป็นปัจจัยให้กุศลจิตเกิดในภายหลังได้ เพราะการเจริญกุศลดังกล่าวที่สำเร็จไปแล้ว เป็นอารมณ์ที่หนักแน่น ควรค่าแก่การระลึกถึง ควรแก่การใส่ใจอย่างยิ่ง ควรแก่การเสพคุ้นบ่อยๆ จึงเกื้อกูลให้กุศลจิตขึ้นต่อไปได้ซึ่งเป็นกุศลจิตที่มีกำลังด้วย เพราะอาศัยอารมณ์ดังกล่าวนั้น โดยอารัมมณูปนิสสยปัจจัย เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้อความที่ว่า "ย่อมพิจารณากรรมนั้นให้หนัก" จึงเข้าใจได้ว่ามีการเจริญกุศลที่สำเร็จแล้วเป็นอารมณ์ที่หนักแน่น ควรค่าการระลึกถึงซึ่งจะเป็นเหตุให้กุศลจิตขึ้นได้ ครับ

... ยินดีในกุศลของคุณ Nareopak และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ