ลาภ,ยศ,สรรเสริญ,สุข คืออะไร

  
Kuat639
วันที่  11 ส.ค. 2569
หมายเลข  52911
อ่าน  32

อยากรู้ว่า
1.ลาภ คืออะไร,ยศ คืออะไร,สรรเสริญ คืออะไร เป็น ปรมัตถ์ หรือ บัญญัติ?
2.หรือ เป็นนัยของการอธิบายธรรมหรือไม่อย่างไรจากคำว่าโลกธรรม 8
3. เคยได้ยิน อ.สุจินต์กล่าวว่าถ้าไม่มีหรือไม่รู้บัญญัติก็จะใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้คืออย่างไรขอคำอธิบายเพิ่มเติม?


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
khampan.a
วันที่ 14 ส.ค. 2569

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ย่อมเป็นไปเพื่ออุปการะเกื้อกูลให้สัตว์โลก ได้เข้าใจถูกเห็นถูกในธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงๆ โดยนัยที่หลากหลาย โดยพยัญชนะที่หลากหลาย ทั้งหมดทั้งปวง ย่อมไม่พ้นไปจากเพื่อให้เข้าใจสภาพธรรมที่มีจริงๆ เป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย ไม่ใช่เรา รวมทั้งพระธรรมที่ว่าด้วยโลกธรรม ก็คือ ธรรมที่มีจริงๆ เป็นธรรมประจำโลก โลกธรรมในส่วนที่ไม่ดี ไม่น่าปรารถนา มีทุกยุคทุกสมัย และ ไม่ใช่มีเฉพาะโลกธรรมฝ่ายไม่ดีเท่านั้น ฝ่ายที่ดีก็มีด้วย

สภาพธรรมของโลกธรรม ก็ไม่พ้นจากสภาพธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย ที่กล่าวว่าเป็นลาภ ก็คือ เพราะเห็นสิ่งที่น่าปรารถนา ได้ยินเสียงที่ไพเราะ ได้กลิ่นที่ดี เป็นต้น เพราะมีธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไป จึงมีการหมายรูว่าเป็นลาภ ในทางตรงกันข้าม เสื่อมลาภ ก็คือ เสื่อมจากการได้เห็นสิ่งที่น่าปรารถนา เป็นต้น มียศ ความเสื่อมยศ ก็โดยนัยเดียวกัน เพราะได้รับสิ่งที่น่าปรารถนา และเสื่อมจากสิ่งที่น่าปรารถนาน่าใคร่น่าพอใจ จึงสมมติบัญญัติว่าได้ยศบ้าง และเสื่อมยศบ้าง แท้ที่จริงแล้วมีแต่ธรรมที่เกิดดับเท่านั้น สำหรับการสรรเสริญ และ การนินทา ก็เป็นเพียงสมมติจากเสียงที่ได้ยินแล้วหมายรู้ว่าเสียงนี้ สรรเสริญ เสียงนี้นินทา แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นเพียงเสียงเท่านั้นที่ปรากฏ
สุข เป็นเวทนา เป็นความรู้สึกที่เป็นสุข ทุกข์ เป็นเวทนา ความรู้สึกที่เป็นทุกข์ เป็นสภาพธรรมที่มีจริง ที่เป็นเวนทนาเจตสิกเท่านั้น

ผู้ที่มีความเข้าใจตามความเป็นจริง ย่อมไม่เศร้าโศกเสียใจ เมื่อประสบกับโลกธรรมฝ่ายเสื่อม และ ย่อมไม่หลงระเริง ไม่มัวเมากับลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข ที่เกิดขึ้น ไม่หวั่นไหวไปด้วยอำนาจของอกุศลประการต่างๆ ท่านย่อมไม่ตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้เลย

สำหรับในเรื่องการรู้บัญญัตินั้น ควรที่จะได้เข้าใจว่าในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เมื่อจิตเกิดขึ้น ย่อมรู้อารมณ์ตามควรแก่จิตขณะนั้นๆ จิตที่เกิดขึ้นรู้บัญญัติเรื่องราวต่างๆ ก็มี รู้ว่าเป็นอะไร นี่ก็เป็นการรู้บัญญัติ มีบัญญัติเป็นอารมณ์ เพราะอารมณ์ของจิต นอกจากปรมัตถธรรมแล้ว ก็ยังมีบัญญัติด้วย ไม่ได้ห้ามการรู้บัญญัติเลย เพราะเป็นชีวิตปกติจริงๆ ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด แต่สำหรับผู้ที่มีปัญญาเข้าใจความจริง ท่านย่อมรู้ว่าอะไรเป็นปรมัตถธรรม อะไรเป็นบัญญัติ ไม่หลงผิดครับ

... ยินดีในกุศลของคุณ Kuat639 และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ