คำจริงของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บ่าย 30/7/69

สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีความเกิดเป็นธรรมดาสิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา ... อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ... ทำไงได้ นอกจากจะรู้ความจริง ไม่ใช่เพียงพูด
ไม่มี แล้วมี แล้วหามีไม่ ... แล้วจะมีไปทำไม?! นั่นคือทุกข์จริงๆ หนีไม่พ้นไม่มีวันจบสิ้น จนกว่าจะค่อยๆ รู้ความจริงว่า เป็นสิ่งที่มีจริงๆ แต่ละหนึ่งเกิดเพราะปัจจัยแล้วดับ ต้องเห็นโทษจริงๆ ไม่เกิดดีกว่า จะเกิดทำไมเพราะเพียงเกิดแล้วก็ดับ!!
เดี๋ยวนี้เห็น ... ได้ยิน ... สภาพรู้และสิ่งที่ปรากฏเป็นทุกข์ เพราะเพียงเกิดและดับ เดี๋ยวนี้เข้าใจระดับไหน จนกว่าจะรู้ ฟังแล้วประจักษ์แจ้ง
ฟังเข้าใจมั่นคง มีเราหรือเปล่า มีโต๊ะไหม ... ทำไมต้องคิด ... จนกว่าจะเข้าใจจริงๆ ไม่ต้องคิดเลย
เมื่อเป็นธรรมะแต่ละหนึ่ง ทำไมเป็นบัญญัติไปได้ล่ะ?! ฟังธรรมะเท่าไหร่ก็ไม่สามารถประจักษ์แจ้งจริงๆ ได้ แต่ความจริงสามารถประจักษ์แจ้งได้แต่ต้องมีความเข้าใจ
ทางไปจากความเป็นทุกข์ ที่จะไม่ทุกข์อีกต่อไป ที่จะพ้นทุกข์ จนกระทั่งไม่มีอีกแล้วที่จะอยู่ตรงนี้ต่อไป ... ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ... หนทางคือรู้ (ปัญญา) เข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง แล้วจะมีอะไรอีกที่ดีกว่านั้น เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ที่เข้าใจเป็นหนทาง มรรคมีองค์หนึ่ง ... สัมมาทิฏฐิ เห็นถูกตามความเป็นจริงของสิ่งที่มี จนกว่าจะรู้ว่านั่นคือทุกข์ เพราะเพียงแค่มีจริงแล้วดับไป
ต้องรู้ว่าความจริงห่างไกลมากจนกว่าอริยสัจต้องครบสามรอบ
มั่นคงในความจริงว่า ขณะนี้ไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดทั้งสิ้น
เดี๋ยวนี้กำลังฟัง ค่อยๆ เข้าใจไม่กี่คำที่พระองค์ทรงแสดง 45 พรรษาจากการที่ได้ทรงตรัสรู้ความจริง ... อดทนไหม ... ค่อยๆ เข้าใจจนธรรมะปรากฏได้ ความเข้าใจแม้หนึ่งขณะเป็นหนทางที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ จนกว่าจะรู้ความจริงเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นฟังธรรมะต้องละเอียดขึ้นๆ จนกระทั่งมั่นคงจริงๆ มิฉะนั้นจะไม่สามารถเข้าใจความจริง
ไม่ใช่เรา แต่เห็นสิ่งที่เกิดแล้วเดี๋ยวนี้เพราะเกิดแล้วดับทันที ขณะนี้ยังไม่เข้าใจตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ... เริ่มเห็นความลึกซึ้ง นั่นคือหนทาง เป็นหนทางที่ถูกต้อง
รู้เองไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องฟัง!!
