ล้อมรอบด้วยธรรม แต่ไม่รู้จัก ... บ้านธัมมะ 26/7/69

  
nattawan
วันที่  26 ก.ค. 2569
หมายเลข  52778
อ่าน  205

พระธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นคำที่เตือนให้ตื่นจากความไม่รู้ ถ้าไม่ประสงค์จะฟังคำของพระองค์ ... ขณะนี้มีธรรมะไหม? ... เห็นเป็นธรรมะไหม? ... ยังไม่รู้จักเห็นแล้วสมควรเห็นไหมว่าเห็นเป็นธรรมะ?!

เห็นเป็นเห็นไม่ใช่เรา ... ก็รู้อยู่แล้วเพราะฉะนั้นขณะนั้นก็ไม่ใส่ใจที่จะตื่นจากความไม่รู้ ยินดีที่จะอยู่กับความเนินช้าต่อไป ไม่ได้ใส่ใจในคำของพระองค์ เพื่อที่จะตื่นจากความไม่รู้

สัมผัปลาปปะ (การกล่าวเพ้อเจ้อ) แม้กล่าวพระพุทธะพจน์ในการที่ไม่สมควร แต่กล่าวด้วยความอยาก คำนั้นก็ออกจากจิตที่เป็นอกุศล แม้เป็นคำจริง คำแท้ คำที่เป็นประโยชน์นั้นก็เป็นสัมผัปลาปปะ

ถ้าใจเป็นอกุศลไม่ว่าประเภทใดแล้วจะเข้าใจไหม?! ชินชาด้วยความไม่รู้ไม่เห็นประโยชน์ แล้วจะเข้าใจความจริงไหม?! ... ความจริงเหล่านั้นเป็นประโยชน์เมื่อเข้าใจความจริง เป็นปัญญาที่เห็นประโยชน์

ไม่ฟังคำของพระองค์ก็อยู่ในความไม่รู้และความติดข้องต่อไป เป็นผู้เนิ่นช้า

ฟังธรรมะเพื่ออะไร?? ต้องตั้งต้นแล้วตั้งต้นอีก ฟังแล้วเข้าใจแค่ไหน? ... แค่นี้ และไม่เข้าใจแค่ไหน? ... มาก เพราะฉะนั้นการฟังแต่ละครั้งเข้าใจขึ้นบ้างแค่ไหน ... ในคำที่กล่าวถึงสิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้แค่ไหน และไม่รู้ความจริงแค่ไหน ... ต้องเป็นผู้ตรงเพื่อที่จะได้ไม่ประมาทว่า แต่ละคำที่ได้ฟังเข้าใจขึ้นลึกซึ้งแค่ไหน!! เข้าใจเดี๋ยวนี้แค่ไหน?!!

ฟังเพื่อให้เห็นความละเอียดลึกซึ้งของแต่ละคำว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมะ ... กว่าจะถึงความเป็นธรรมะต้องมั่นคงจริงๆ ว่าสิ่งที่มีนั่นแหละมีจริงๆ ต้องฟังด้วยความเคารพว่าไม่รู้แค่ไหน!!! ไม่ใช่รีบร้อนจะไปรู้

ฟังธรรมะเพื่อเข้าใจความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ตามกำลังปัญญาของตนๆ เพราะมีจริงๆ แต่ยังไม่รู้ จึงต้องฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อให้เข้าใจความเป็นธรรมะที่ไม่ใช่เรา


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
chatchai.k
วันที่ 26 ก.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ