แบบอย่างการเผยแพร่พระธรรม จากสังคมเมือง สู่สังคมชนบท [บ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์]
แบบอย่างการเผยแพร่พระธรรม จากสังคมเมือง สู่สังคมชนบท ณ บ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ และกองบิน ๕ อ่าวมะนาว ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ ๑๐-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ด้วยกุศลศรัทธาและกุศลเจตนาของคณะเจ้าภาพและทีมงานบ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ จึงได้มีการจัดกิจกรรม "สนทนาปัญหาธัมมะ" โดยมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.) และท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา โดยแบ่งสถานที่จัดงานเป็นสองแห่ง ในวันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ จัดสนทนาธรรม ณ บ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ (ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์) และในวันเสาร์ - อาทิตย์ที่ ๑๑-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ จัดสนทนาธรรม ณ อาคารดุสิตา กองบิน ๕ (กองทัพอากาศ อ่าวมะนาว อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์) ซึ่งมีผู้ร่วมรับฟังการสนทนาธรรมต่อวันประมาณสองร้อยกว่าคน ทั้งในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจากพื้นที่ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วสารทิศ รวมทั้งจากประเทศใกล้เคียง มีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีความตั้งใจและความเพียรพยายามอย่างยิ่ง ในการเดินทางมาร่วมฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ จากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และคณาจารย์ มศพ. ได้แก่ อาจารย์อรรณพ หอมจันทร์ อาจารย์ธีรพันธ์ ครองยุทธ อาจารย์กุลวิไล สุทธิลักษณวนิช อาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย อาจารย์วิชัย เฟื่องฟูนวกิจ และอาจารย์ธนากร นรวชิรโยธิน




ในวันแรก เวลา ๑๕.๐๐ น. ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้เดินทางจากกรุงเทพมหานคร มายังบ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ (ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์) เพื่อร่วมสนทนาธรรม ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ตั้งแต่เด็กน้อย ไปจนถึงผู้ใหญ่และคนเฒ่าคนแก่ ได้ร่วมให้การต้อนรับท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่งซึ่งเป็นโอกาสที่มีค่ายิ่ง กาลครั้งหนึ่งในสังสารวัฏ ที่จะได้สะสมความเข้าใจถูก ความเห็นถูก อันเป็นอริยทรัพย์อันประเสริฐ เป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ บางท่านได้เตรียมคำถามที่เป็นข้อสงสัยจากการที่ได้เริ่มฟังพระธรรมมาสนทนากับท่านอาจารย์และคณาจารย์ มศพ. ด้วย ดังคำกล่าวตอนหนึ่งที่ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้กล่าวตอบในวันนี้ สรุปใจความสำคัญได้ว่า แต่ละคำๆ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงลึกซึ้งอย่างยิ่ง จึงต้องฟังเพื่อที่จะได้รู้จักพระองค์ ปัญญาน้อยก็ต้องเริ่มต้นทีละน้อย เพื่อที่จะได้เข้าใจเพิ่มขึ้น ต้องละเอียด แต่ละคำลึกซึ้ง มิฉะนั้นจะไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ... ธรรมะคือเดี๋ยวนี้ ขณะนี้เป็นธรรมะแต่ละหนึ่ง เพราะฉะนั้นมั่นคงตั้งแต่ชาตินี้เป็นต้นไป ต้องมั่นคงทีละน้อย ความเข้าใจค่อยๆ เข้าใจมั่นคงขึ้น จนชัดเจน มั่นคง ไม่ลืม




หลังการจบสนทนาธรรม ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้ปลูกต้นสาละ บริเวณด้านหน้าของอาคารบ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งต้นสาละจัดเป็นพรรณไม้หายากยิ่ง โดยได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์วิชัย เฟื่องฟูนวกิจ เป็นผู้อนุบาลดูแลตั้งแต่เป็นต้นเล็กๆ จนกระทั่งเติบโตงอกงามไพบูลย์ โดยสาละต้นนี้เป็นหนึ่งในจำนวน ๒ ต้น ที่อาจารย์วิชัย เฟื่องฟูนวกิจได้รับต้นกล้ามาจากคุณบุญฤทธิ์ - คุณยุพิน ภูริยากร เจ้าของสวนแก่นจันทน์พรรณไม้ จังหวัดราชบุรี และได้รับความเมตตาจากอาจารย์พลตรี ดร.วีระ พลวัฒน์ กรรมการและเลขานุการของมูลนิธิฯ เป็นผู้นำต้นสาละมาให้ท่านอาจารย์ปลูกเป็นเจดีย์ที่ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ณ บ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทุกรอยยิ้ม ของชาวบ้านในพื้นที่ ทุกเพศทุกวัย ที่ได้รับโอกาสอันประเสริฐอย่างยิ่ง ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ร่วมฟังและร่วมสนทนาธรรม อันเป็นมงคลในชีวิตยิ่ง ที่ได้เข้าใกล้บัณฑิตหรือสัตบุรุษ เฉกเช่น ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เพื่อสะสมปัญญาทีละเล็กละน้อย โดยการใส่ใจฟังพระธรรมด้วยดี พร้อมทั้งพิจารณาพระธรรมโดยแยบคาย ย่อมน้อมนำไปสู่การเจริญขึ้นของธรรม นำไปสู่การรู้แจ้งอริยสัจจธรรม และนำมาแต่ความสุข ดังนั้นทุกภาพ ของเหตุการณ์ในวันนี้ ล้วนนำมาซึ่งความปีติยินดีอย่างยิ่งของคณะเจ้าภาพและทีมงานบ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้ร่วมแรงรวมใจจัดเตรียมสถานที่และความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อการเผยแพร่พระธรรมครั้งนี้ด้วยความสามัคคี
หลังจากนั้น ท่านอาจารย์และคณะเดินทางเข้าพักที่ ซึ่งทางคณะเจ้าภาพและทีมงานบ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมที่พักสำหรับท่านอาจารย์และคณาจารย์ มศพ. พร้อมด้วยสหายธรรมจำนวน ๒ แห่งด้วยกัน แห่งแรกคือที่ โรงแรมฟ้าชมคลื่น ๑ และ ๒ ภายในกองบิน ๕ กองทัพอากาศ อ่าวมะนาว และที่พักแห่งที่ ๒ คือ บริเวณหมู่บ้านคลองวาฬ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน เนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจังหวัดที่เหมาะแก่การพักผ่อนและการท่องเที่ยววิถีชุมชน โดยส่วนมาก คนในพื้นที่ประกอบธุรกิจด้านที่พักและร้านอาหาร ดังนั้นราคาที่พักและอาหาร จึงไม่แพง อีกทั้งอาหารทะเลมีความสด สะอาด และรสชาติอร่อย ทั้งนี้แม่ครัวในพื้นที่ จะเป็นชาวบ้านที่มีฝีมือปรุงอาหารตามภูมิปัญญา จากรุ่นสู่รุ่น ทุกท่านสามารถหารับประทานได้ตามอัธยาศัย อาหารทะเลดังกล่าวก็จะมาจากการทำประมงเรือเล็กที่นำขึ้นมาขายที่สะพานปลาสดๆ ใหม่ๆ ตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน และยังมีแม่ค้าขายขนมหวานที่สืบเชื้อสายมาจากขนมหวานเมืองเพชรบุรี จังหวัดใกล้เคียงที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานอีกด้วย การที่สมาชิกชมรมบ้านธัมมะส่วนหนึ่งเลือกที่จะไปพักในพื้นที่นี้ จึงเป็นโอกาสของการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนที่น่าชื่นชมยินดียิ่ง

ในวันที่สองของการสนทนาธรรม ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ อาคารดุสิตา กองบิน ๕ (กองทัพอากาศ อ่าวมะนาว อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์) ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นาวาอากาศเอก รัตนศักดิ์ โพธิ์แก้ว ผู้บังคับการกองบิน ๕ ให้ความอนุเคราะห์ดูแลสถานที่การสนทนาธรรมและจัดรถรับส่งให้แก่สหายธรรม ที่เดินทางมาทางรถไฟ พร้อมทั้งเห็นประโยชน์ของการฟังพระธรรม ตั้งแต่ช่วงเช้า ท่านผู้การจึงได้เข้าร่วมฟังการสนทนาธรรมครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการฟังการสนทนาธรรมในวันนี้ มีหลากหลายวัยตั้งแต่ เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่จนถึงผู้สูงอายุ อีกทั้งหลากหลายอาชีพ ทั้งในภาคข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน รวมทั้งชาวบ้าน ที่ประกอบอาชีพ ชาวไร่ ชาวสวน ชาวประมง และพ่อค้าแม่ค้า ในชุมชนเดินทางมาฟังการสนทนาธรรมครั้งนี้ด้วย

ในวันนี้ ช่วงเช้ามีผู้ร่วมสนทนาธรรม มีหลากหลายวัย ซึ่งท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้แสดงให้เห็นประโยชน์อย่างยิ่งของการเป็นผู้ฟังพระธรรมทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ดีแล้ว ด้วยความใส่ใจและไตร่ตรองด้วยดี และเป็นผู้ตรงต่อความเป็นจริง โดยมีอาจารย์วิชัย เฟื่องฟูนวกิจ เป็นผู้นำประเด็นต่างๆ มาสนทนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำที่จะต้องเน้นย้ำอยู่เสมอคือ ธรรมคืออะไร และในช่วงบ่าย อาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย ได้ยกประเด็นคำถาม ใส่ใจด้วยดีในคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาสนทนาร่วมกันระหว่าง คณาจารย์ มศพ. และผู้ร่วมสนทนาธรรม



หลังจากนั้น ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ได้เมตตาแสดงธรรมที่ไพเราะจับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น ใครเคารพพระสัมสมาสัมพุทธเจ้าบ้าง ดังสรุปได้ว่า “เพราะฉะนั้น ความเคารพต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่เพียงได้ยินชื่อแล้วไหว้ ได้ยินว่าเป็นผู้ตรัสรู้ เหนือบุคคลใดทั้งสิ้นในสากลจักรวาล แล้วก็ไหว้ แต่ไม่ฟังอะไรเลย ไม่ฟังคำของพระองค์เลย ฟังคำเดียวไม่ใส่ใจเลยที่จะรู้ความลึกซึ้ง นั่นเคารพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือเปล่า จึงถาม ให้รู้จักตัวเอง ไม่ต้องคิดถึงใครเลยทั้งสิ้น จริงๆ แล้วก็ไม่มีใครในโลก มีแต่ธรรมะทั้งโลก เห็นไหม ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือเปล่า เพราะฉะนั้น แม้ว่าจะบอกใครว่า เคารพนับถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วพระองค์ตรัสว่าอย่างไร ถ้าตอบไม่ได้ ไม่ฟัง ไม่รู้ เคารพหรือเปล่า เพราะฉะนั้น จึงเป็นผู้ตรง ตรงขึ้น ตรงขึ้น ตรงขึ้นทุกคำ จะนำไปสู่ความเข้าใจถูกต้องในสิ่งที่ได้ฟังทีละเล็กทีละน้อย”
อนึ่ง หลังจบการสนทนาธรรมของวันที่สองแล้ว ทางคณาจารย์ มศพ.และสหายธรรมได้พักผ่อนตามอัธยาศัย บางกลุ่มได้จัดสนทนาธรรมกลุ่มย่อยต่อ บางกลุ่มได้เดินทางไปรับประทานอาหารค่ำในตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ บางกลุ่มได้เดินทางไปชมทัศนียภาพสะพานสราญวิถี ซึ่งเดิมเป็นสะพานปลายื่นลงไปในอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจังหวัดได้ปรับปรุงก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อปรับภูมิทัศน์ของเมืองที่ตั้งอยู่ริมอ่าวทะเลที่สวยงาม เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ สะพานปลาหน้าอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ว่า “สราญวิถี” ซึ่งหมายถึงสะพานแห่งความสุขสำราญ และบางกลุ่มได้เดินทางไปถนนคนเดินประจวบคีรีขันธ์ยามค่ำคืน ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวประจวบฯ มีสินค้าวางขายที่หลากหลาย อาทิ อาหารทะเล พืช ผัก สมุนไพรปลอดสารพิษ เครื่องดื่มต่างๆ อาหารพื้นบ้าน เครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก รวมถึงสินค้าพื้นบ้านมากมาย อีกทั้งช่วงค่ำบรรยากาศดีมาก ลมพัดเย็นสบาย ด้านล่างเป็นพื้นทรายของอ่าวประจวบฯ สามารถเดินเล่นริมทะเล หรือซื้ออาหารมานั่งประทานอาหารได้ตามอัธยาศัย

ในวันสุดท้ายของการสนทนาธรรม ช่วงเช้าในวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ อาจารย์ธนากร นรวชิรโยธิน ได้อัญเชิญวัญจกธรรม หรือธรรมที่หลอกหลวง ทั้งหมด ๓๘ ประการมาสนทนา ซึ่งวัญจกธรรม เป็นอกุศลธรรม แต่ลวงให้เห็นว่าเหมือนเป็นกุศลธรรม ดังนั้น อกุศลธรรม เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ตามการสะสมของแต่ละบุคคล แต่ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมให้เข้าใจจริงๆ ไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่เป็นอกุศลตามความเป็นจริง ก็อาจจะเข้าใจผิดว่า นั่นเป็นกุศล ดังนั้น ปัญญาเริ่มจากการฟังพระธรรม ซึ่งจะสะสมไปทีละเล็กละน้อย และเป็นไปเพื่อละความไม่รู้ จนกว่าจะถึงความเป็นพระอรหันต์ " ปัญญาจึงประเสริฐสุด "




หลังจากจบการสนทนาธรรม ผู้แทนของคณะเจ้าภาพนำโดย คุณธิดา เล็กวิริยะกุล พร้อมด้วย คุณปัทมพร วงศ์เณร (ผอ.ทุม) และคุณสมยศ สื่อดิลกวัฒนา (ผู้มอบที่ดินจำนวน ๑๘ ไร่ ใน ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อจัดตั้ง บ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ คุณนคร สื่อดิลกวัฒนา) พร้อมทั้งคณะเจ้าภาพ ได้กล่าวกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และคณาจารย์ มศพ. ในการสนทนาธรรมครั้งนี้

ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงสมควรเป็นแบบอย่างในการถ่ายทอดพระธรรมคำสอน จากสังคมเมือง สู่สังคมชนบท ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงอย่างแท้จริง ตามที่จะเป็นไปได้ ตามเหตุตามปัจจัย ซึ่งชาวบ้านในชุมชน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ได้รับโอกาสที่ประเสริฐยิ่ง ที่ได้มาร่วมฟังและร่วมสนทนาธรรมครั้งนี้ จึงกล่าวได้ว่า ธรรมทานนั่นแหละประเสริฐที่สุด

อนึ่งด้วยความเข้มแข็งและความสามัคคี ของคณะทำงานของบ้านธัมมะประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะทำงานของบ้านธัมมะภาคใต้ จึงทำให้กิจกรรมการสนทนาธรรมครั้งนี้ เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง และทำให้มีผู้สนใจและใส่ใจในการศึกษาพระธรรมต่อไปมากขึ้นอีกหลายท่าน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยเผยแพร่พระธรรมต่อไป ดังนั้นจึงไม่มีอะไรดี เท่ากับการเป็นคนดีและศึกษาพระธรรม

ขอนอบน้อมกราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ
พระธรรมยิ่งเผยแพร่ ยิ่งรุ่งเรือง
ยินดีในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตกราบยินดีในกุศลจิตของคณะอาจารย์มศพ. คณะเจ้าภาพ คณะทำงาน และทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจเจริญกุศลในครั้งนี้ทั้งผู้เข้าร่วมรับฟัง ร่วมสนทนา และท่านที่ติตตามรับฟังทางบ้าน ยินดีและอนุโมทนาค่ะ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง
กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน และกราบยินดีในความดีทุกประการของ คุณ Panisa ค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลของคณะเจ้าภาพทุกๆ ท่าน และยินดีในกุศลวิริยะของคุณ
Panisa ด้วยครับ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
กราบขอบพระคุณและยินดียิ่งในกุศลของคณะอาจารย์ เจ้าหน้าที่และทีมงานบ้านธัมมะมศพ.
กราบยินดียิ่งในกุศลของคณะทำงานบ้านธัมมะประจวบฯและทีมงานรวมทั้งทุกๆ ท่านที่เห็นประโยชน์ของการสนทนาธรรมจึงมาศึกษาธรรมเพื่อความเข้าใจและประพฤติปฏิบัติตามคำของพระพุทธองค์



