ขึ้นจากเหวลึกของความต้องการและความติดข้อง

 
เมตตา
วันที่  7 มิ.ย. 2569
หมายเลข  52470
อ่าน  12

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น การฟังพระธรรมต้องเห็นพระมหากรุณา ถ้าไม่มีคำที่แสดงความจริงให้เห็นโทษของกิเลสแม้เพียงเล็กน้อย ไม่มีทางละกิเลสค่ะ

อ.อรรณพ: เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ก็คือผมก็ปรารภถึงอันตรายของผู้ที่ได้เข้ามาในพระธรรม ได้เข้ามาฟังพระธรรม หรืออาจจะมาร่วมกันทำประโยชน์ในพระศาสนานี้ครับ แต่เราก็ยังมีกิเลสที่ท่านอาจารย์บอกว่า ซ่อนเร้น แล้วเราก็ชอบเก็บเอาไว้ครับ แต่ท่านอาจารย์มาเตือนอย่างนี้ ประโยชน์ก็คือจะได้ขัดเกลา แต่จะขัดเกลาได้ก็ต้องตรง แต่ท่านก็บอกหัวชนฝาก็ยังไม่ยอมที่จะเห็นโทษ หรือจะละนี่ ถึงขนาดนั้นเลยหรือครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: มีไหม ความคิดอย่างนี้มีไหม?

อ.อรรณพ: มีครับ เพราะว่าไม่อยากที่จะยอมรับว่าเป็นอย่างนั้น

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่ใช่นอบน้อมต่อใครทั้งสิ้น แต่นอบน้อมเคารพความจริง และผู้ที่ทรงตรัสรู้ความจริง มิเช่นนั้น ออกจากสังสารวัฏฏ์ไม่ได้ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อกุศลเพิ่มขึ้นอวิชชาความไม่รู้มากขึ้น แล้วจะเป็นยังไง คิดดู! ขนาดพระธรรมยังดำรงอยู่ ยังได้ฟัง ยังเตือนกันไปเตือนกันมาถึงความละเอียดลึกซึ้งถึงการที่จะต้องค่อยๆ ประคับประคองกันไป ไม่ทอดทิ้งให้จมอยู่ในอกุศล แต่ก็แล้วแต่การสะสมของแต่ละคน จะไปได้ถึงไหน!! เห็นโทษของอกุศลไหม? ทุกครั้งที่ร้องไห้มาจากไหน?! ทุกครั้งที่โศกเศร้าเสียใจร่ำไห้เหลือเกินทั้งวันทั้งคืนมาจากไหน?!

อ.อรรณพ: มาจากความเป็นเรา

ท่านอาจารย์: เห็นกำลังของความหนาแน่นไหม ทั้งๆ ที่กำลังมีคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฟังทุกเช้าค่ำ ประโยชน์อยู่ไหน?

อ.อรรณพ: ก็ขอให้กุศลทั้งหลายที่สะสมมาในศาสนานี้ของแต่ละบุคคลก็จะได้เป็นปัจจัยปรุงแต่งให้เห็นโทษโดยความเป็นโทษตามความเป็นจริงครับ แล้วก็เห็นโทษของกิเลสที่คิดจะเก็บเอาไว้นะครับ แล้วก็ขัดเกลาไป ซึ่งเป็นความกรุณาของท่านอาจารย์ครับซึ่งท่านอาจารย์ก็ใช้คำว่า วิธีการเตือน วิธีการสอนนะครับ ที่ท่านอาจารย์จะไม่คล้อยตาม ท่านอาจารย์จะไม่ปลอบประโลมครับ

ท่านอาจารย์ครับ แต่ว่าบางครั้งคนเราก็เหมือนต้องการ คือว่าความเอาใจบ้าง เห็นอกเห็นใจ แล้วก็ค่อยๆ ไปอะไรอย่างนี้ครับ แต่ว่าในทางเดียวในทางที่อันตราย ก็คือก็ทำให้ไม่เห็นกิเลสอกุศลที่เก็บเอาไว้ แต่เหมือนกับว่า ก็ต้องการการพูดดีๆ พูดอะไรต่ออะไรอย่างนี้ด้วยครับท่านอาจารย์ ไม่อยากได้รับการฝึกแบบรุนแรงอะไรอย่างนี้ครับ

ท่านอาจารย์: เอออวยให้เพิ่มกิเลสใช่ไหม?

อ.อรรณพ: เอออวยให้เพิ่มกิเลส

ท่านอาจารย์: ให้ต้องการไม่รู้จบมั่นคงปักหลัก

อ.อรรณพ: เอาอกเอาใจกันไป

ท่านอาจารย์: นั่นไม่ใช่ดิฉันแน่นอนค่ะ คุณอรรณพ!!

อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์ ๓ ครั้งจริงๆ ครับ เพราะฉะนั้น ก็ขึ้นกับว่า จะรับความจริงคำเตือนได้แค่ไหน?

ท่านอาจารย์: คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างไร โทมนัสเสียใจมาจากไหน?

อ.อรรณพ: มาจากโลภ

ท่านอาจารย์: ไม่เห็นเลยๆ ยังชนฝาอยู่นั่นแหละ!! จะเอาให้ได้ก็เอาไป ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ จะเอาอะไรล่ะก็เอาไป! เอาแล้วก็ไปไม่มีการละเลย

อ.อรรณพ: ครับ ผมว่า ก็ถ้าอาศัยเวลาสักหน่อยที่ค่อยๆ ไตร่ตรองไปด้วยกุศลที่ได้กระทำเอาไว้ในพระศาสนาต่างๆ ก็คงจะเป็นเหตุปัจจัยให้ ...

ท่านอาจารย์: คุณอรรณพไม่ต้องกังวลค่ะ คุณอรรณพรักษาจิตของคุณอรรณพให้ตรงให้มั่นคงด้วยความหวังดี กล่าวคำจริง ใครจะรับฟังได้มากน้อยไม่ใช่เรื่องของเราเลย แต่เรื่องของเรา คือคำไหนที่ไม่เคยฟังคำไหนที่ฟังแล้วไม่ได้ไตร่ตรอง มีโอกาสไหมที่จะให้คิด นี่ความเป็นมิตรที่ดีสูงสุดใช่ไหม!! ไม่ทอดทิ้งที่คนกำลังจมอยู่ในอกุศล

อ.อรรณพ: ไม่ทอดทิ้งที่คนกำลังจมอยู่ในอกุศล

ท่านอาจารย์: ให้รู้ความจริงว่า นี่นะเชือกนะ นี่นะแสงสว่างนะ ขึ้นจากเหวลึกของความต้องการและความติดข้อง

อ.อรรณพ: ก็ขึ้นอยู่กับกำลังนะครับ

ท่านอาจารย์: ถูกต้อง แล้วคุณอรรณพก็เบิกบานไม่เดือดร้อนค่ะ ใครจะเป็นอะไรก็คิดว่า ขณะนั้นใจของเราเป็นอย่างไร มีมิตรตลอดความหวังดีตลอด แล้วแต่ว่าจะถึงเวลาของใครจะมาสู่ความหวังดี หรือว่าไม่เห็นความหวังดี เห็นว่าเป็นโทษ คำไหนล่ะเป็นโทษ? ผิดหรือถูกสนทนาเลยให้ชัดเจน ความถูกต้องเปลี่ยนไม่ได้

อ.อรรณพ: ที่ท่านอาจารย์กล่าวมาทั้งหมดนี่จะเป็นประโยชน์กับทุกคนจริงๆ ผมอยู่ในห้องเครื่องเสียง เพราะข้างนอกเมื่อวานผ่านมาคนเต็มมากเลย แต่ผมได้ยินว่า ฟังพระธรรมถึงความเป็นพระอรหันต์ ตาโตเลยว่าท่านอาจารย์จะเตือนอะไร ก็กะในวันนี้จะได้มากราบเท้าขอความละเอียดขึ้น แล้วก็ได้ความละเอียดได้รับประโยชน์ได้รับสิ่งที่เตือนครับที่จะศึกษาพระธรรมเพื่อขัดเกลากิเลสจนกว่ากิเลสทั้งหลายจะหมดสิ้นไป ที่ท่านอาจารย์นำกล่าวที่พระวิหารเชตวัน มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

ท่านอาจารย์: พูดแล้ว พอถึงเวลาจริงๆ เก็บอกุศลไว้ หรือว่าระลึกได้

อ.อรรณพ: สมควรที่จะระลึกได้

ท่านอาจารย์: เห็นไหม โทษเท่าไหร่ กำลังเป็นโทษมองไม่เห็น แล้วอะไรจะช่วยได้?

อ.อรรณพ: ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ฟังพระธรรมเพื่อถึงความเป็นพระอรหันต์

ท่านอาจารย์: ดูเหมือนว่า ใครๆ ก็บอก โอ้โห! อาจเอื้อมถึงปานนั้นหรือ!! แล้วฟังทำไมล่ะ? เห็นไหม ถ้าไม่จริงใจเพื่อถึงความเป็นพระอรหันต์ แต่ไม่ใช่ง่ายๆ ไม่ใช่พยายาม ไม่ใช่เก็บโลภไว้ ไม่ใช่เก็บความเดือดเนื้อร้อนใจไว้ เก็บความเป็นเราไว้ อย่างนั้นไม่ถึงแน่

เพราะฉะนั้น เมื่อรู้ว่าพระอรหันต์มีปัญญาถึงระดับที่หมดกิเลสทั้งปวง เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีความเข้าใจในโทษของสิ่งที่เป็นโทษไม่มีทางละ

อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ น้อมรับโอวาทครับ แล้วก็น้อมพร้อมความเข้าใจความซาบซึ้งนี้ไว้ในใจครับ

ท่านอาจารย์: คงไม่ลืมนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุปมาเหมือนนายช่างหม้อ ไม่ทนุทนอมเลย

อ.อรรณพ: ท่านอาจารย์ครับ ผมก็นึกว่าจะพอแล้ว แต่คิดว่าคนเรานี่เขามีความน้อยใจได้

ท่านอาจารย์: อะไรล่ะ กุศลหรืออกุศล? เห็นไหม มองไม่เห็น ยังไงๆ ก็มองไม่เห็น มันบังหมดเลยค่ะ แม้แต่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่คนเดียวแล้วขณะนั้นเป็นกุศลอกุศล และใครจะช่วยได้ ปัญญาของใครจะช่วยได้ แม้พระองค์จะทรงแสดงความละเอียดอย่างยิ่งว่า อกุศลใหญ่ๆ มากๆ นี่มาจากไหนล่ะ!! ไม่ใช่ชั่วขณะเล็กๆ น้อยๆ หรือ? แล้วยังความประมาทให้ถึงพร้อม หรือความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม จนถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท กำลังคร่ำครวญถึงพร้อมด้วยอะไร?

อ.อรรณพ: ถึงพร้อมด้วยความประมาท

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องไตร่ตรอง ไม่ใช่ว่าเราสามารถที่จะจากการมีกิเลสเต็มไปสู่ความหมดกิเลสได้ มีแต่ว่าถ้าไม่ละเอียดไม่ลึกซึ้ง แทนที่จะลดกิเลสก็เพิ่มกิเลส วันหนึ่งๆ ก็เพิ่มกิเลสนับไม่ถ้วน ยังถึงวาระที่เพิ่มให้มันใหญ่ขึ้นมาจนกระทั่งถึงน้ำตาไหล

อ.อรรณพ: ฟังเช่นนี้ ถ้ายังไงได้สะสมกุศลในพระศาสนามานี่ได้ไตร่ตรองนี่ ผมคิดว่าแต่ละท่านนี่ต้องระลึกได้ ต้องสำนึกกันทุกคน แล้วผมก็เลยระลึกถึงมงคลข้อสำคัญข้อหนึ่ง คือความเป็นผู้ว่าง่าย แต่ถ้าเราแบบยังจะ ท่านอาจารย์จะเรียกหัวชนฝา นี่ก็ยังว่ายากอยู่ก็ไม่ได้ ก็ต้องไตร่ตรองถึงความเป็นผู้ว่าง่ายนะครับ ด้วยความอ่อนน้อมเพราะว่าเห็นประโยชน์จริงๆ โสภณธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นก็จะนอบน้อมอ่อนน้อมด้วยโสภณธรรม

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์จริงๆ ที่ท่านอาจารย์ไม่ทนุทนอมที่จะเอออวยแล้วก็ไปเพิ่มกิเลสอกุศล แต่จะชี้แล้วชี้อีก กล่าวแล้วกล่าวอีก เตือนแล้วเตือนอีก ที่จะให้ได้รู้สึกต้ว แล้วก็ได้ขัดเกลากิเลสอกุศลกันทุกท่านเลยนะครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ