แต่กำลังวิปลาส เมื่อไหร่จะรู้!!

 
เมตตา
วันที่  30 พ.ค. 2569
หมายเลข  52419
อ่าน  28

อ.ณภัทร: ครับ เพราะฉะนั้น ฟังเรื่องวิปลาสครับก็ผ่านไปเหมือนกัน ก็คือทิฏฐิวิปลาส สัญญาวิปลาส ก็ผ่านไปครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ก็แค่จำชื่อได้ เห็นไหม แต่เดี๋ยวนี้กำลังวิปลาสใช่ไหม ไม่รู้!! แค่จำไว้ๆ แต่กำลังวิปลาส เมื่อไหร่จะรู้!!

อ.ณภัทร: ดังนั้น การที่จะค่อยๆ เห็นถูกต้องตามความเป็นจริงครับท่านอาจารย์ ที่จะเป็นธรรม ไม่ใช่เราจริงๆ นี่ครับ เริ่มตั้งแต่ขั้นการฟังก่อนว่าธรรมคืออะไร แล้วธรรมมีกี่ประเภท เป็นธาตรู้อย่างหนึ่ง ธาตุไม่รู้อย่างหนึ่ง เป็นต้น นะครับ ที่จะค่อยๆ เริ่มเข้าใจความจริงในขณะนี้เดี๋ยวนี้ว่า เห็นเป็นธรรมอย่างหนึ่ง สิ่งที่ปรากฏทางตาก็เป็นธรรมอย่างหนึ่ง

แต่ความมั่นคงที่จะค่อยๆ มั่นคงขึ้นก็ต้องตามลำดับ เพราะฉะนั้น การที่จะค่อยๆ อย่างที่แค่มั่นคงคำเดียวครับท่านอาจารย์ก็เป็นความลึกซึ้งอย่างยิ่งเพราะว่า ถ้าไม่เข้าใจในเบื้องต้นก่อนเลย ก็ไม่มีโอกาสที่จะถึงความเป็นธรรมที่ไม่ใช่เราแน่นอนครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น สุดที่จะหวังสุดที่จะทำทั้งสิ้นเป็นเรื่องของธรรมทั้งหมด ที่จะค่อยๆ เข้าใจขึ้นว่า ไม่ใช่เรา แล้วเป็นอะไร จึงค่อยๆ ละการที่เคยเป็นเรา เพราะรู้ว่าไม่ใช่เราเพราะเป็นอะไร

อ.ณภัทร: ครับ ดังนั้นการที่ปัญญาเจริญขึ้นตามลำดับ ความเป็นเราก็จะค่อยๆ ลดลงตามที่ปัญญาเข้าใจ

ท่านอาจารย์: หนทางเดียวค่ะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ขณะนี้ที่กำลังเข้าใจจะค่อยๆ เป็นปัจจัยปรุงแต่งให้ไม่ลืม ที่จะเริ่มรู้ว่า สิ่งนี้ที่กำลังปรากฏคืออะไร ไม่ใช่เพียงแค่พูด เป็นสิ่งที่ปรากฏทางตา แล้วคืออะไร?

อ.ณภัทร: ครับ

ท่านอาจารย์: กำลังปรากฏและปรากฏตลอดทุกชาติทุกวัน แต่มันไม่คุ้นเคยเลยกับความจริงลักษณะที่มีจริง ที่มีจริงๆ ด้วย ถูกปกปิดไว้ด้วยความไม่รู้ และความต้องการ และความเป็นเรา เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดทันที

เพราะฉะนั้น ประมาทความไม่รู้ไม่ได้ และประมาทความรู้ไม่ได้ ความไม่รู้จะหมดไปด้วยความรู้

เพราะฉะนั้น ความไม่รู้เท่าไหร่ ความรู้ต้องเท่าไหร่ที่จะละความไม่รู้ได้

อ.ณภัทร: ครับ ดังนั้นการสนทนากับท่านอาจารย์ ถ้าจะบอกว่า ข้อความก็คล้ายๆ เดิมทุกครั้งที่สนทนากับท่านอาจารย์ แต่ก็เป็นการับการจับด้ามมีดอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าวว่า การเข้าใจแต่ละขณะที่สนทนาที่เข้าใจ ก็เป็นไปอย่างนั้นครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: มีดเล่มเล็กมาก หรือใหญ่พอ?

อ.ณภัทร: ครับ ก็ไม่มีหนทางอื่นจริงๆ ครับ ยิ่งฟังยิ่งสนทนา ก็เข้าใจว่า นี่แหละ ยากแสนยาก ถ้าไม่ฟังพระธรรม ไม่เห็นคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สังสารวัฏฏ์ก็ต้องยีดยาวออกไปไม่รู้จบครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เริ่มรู้หนทางใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ครับ

ท่านอาจารย์: ความเข้าใจในความลึกซึ้งยิ่งขึ้น เป็นหนทางละหนทางเดียว

อ.ณภัทร: ครับ แต่สิ่งที่ยากครับ สิ่งที่ปรากฏนี่ครับ ปรากฏรวดเร็วเหลือเกินครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เป็นผู้ตรงใช่ไหม? ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดแต่ยังเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะลืมเสมอ จนกว่าจะไม่ลืม จึงมีคำว่า ถิรสัญญา สัญญาที่มั่นคงในความเป็นจริงซึ่งเป็นธรรมแต่ละหนึ่ง อนัตตา

อ.ณภัทร: ครับ แม้ฟังแล้วก็รู้แข็ง เดี๋ยวก็รู้แข็ง เดี๋ยวรู้แข็งๆ ก็เป็นอย่างนั้นใช่ไหมครับท่านอาจารย์ที่จะค่อยๆ มั่นคงในความเป็นแข็งที่ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: แน่นอน เพราะจนกว่าจะ รู้แข็งๆ ๆ ๆ ด้วยความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถูกต้องไหม?

อ.ณภัทร: ครับ

ท่านอาจารย์: จนกว่าจะเริ่มรู้ว่า เป็นอะไร จึงจะไม่ใช่อัตตาสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะสิ่งนั้นเป็นอัตตาไม่ได้ เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ ต้องเป็นความจริงซึ่งไม่ใช่ใครทั้งสิ้นไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น แข็งเป็นแข็ง

อ.ณภัทร: ครับ แล้วก็ชีวิตประจำวันไม่ได้มีแค่แข็งอย่างเดียวด้วย มีอย่างอื่นอีกมากมาย แล้วแค่แข็งยังไม่รู้จริงๆ แล้วอย่างอื่น โอ้โห!! ก็ยากจริงๆ ครับ

ท่านอาจารย์: นี่เป็นเหตุที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงที่ละเอียดยิ่งในชีวิตประจำวันให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่ว่า ขณะที่ไม่เข้าใจเหมือนไม่มีอะไรเลย มีแต่เราทั้งหมด สิ่งหนึ่งสิ่งใดทั้งหมด กว่าจะค่อยๆ รู้ว่า เป็นอะไร จึงไม่ใช่เรา ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด จนกว่าจะหมดความเป็นเรา และเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะเข้าใจถูกขึ้นตามระดับขั้นจนสามารถประจักษ์แจ้งความจริง ซึ่งเป็นใครไม่ได้เป็นอะไรไม่ได้ เป็นแค่ความจริงของสิ่งที่มีจริงแต่ละหนึ่ง

ถ้าศึกษาธรรมแล้วไม่รู้จักบารมี ไม่มีทางที่จะรู้ธรรมได้

อ.ณภัทร: ครับ แต่ก็คงไม่ต้องไปคิดใช่ไหมครับว่า ผู้ที่หมดความสงสัย คือพระอริยบุคคลที่เป็นพระโสดาบัน แต่ตรงนี้ไม่ต้องมาคิดเลยว่า โอ้โห .. กว่าจะหมด

ท่านอาจารย์: พระโสดาบันจะสงสัยสิ่งที่กำลังปรากฏไหมว่า เป็นอะไร?

อ.ณภัทร: หมดความสงสัยครับ

ท่านอาจารย์: กว่าจะถึงวันนั้นตลอดหมด ทั่วหมด ไม่เกิดอีกเลยที่จะสงสัย

อ.ณภัทร: ครับ แต่ถ้าไม่เริ่มจากวันนี้ ก็จะไม่มีวันนั้นครับ

ท่านอาจารย์: ทุกขณะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งมหาศาล แม้แต่เพียงขณะเดียว ถ้าไม่มีหนึ่งขณะ ขณะต่อไปจะมีได้อย่างไร?

อ.ณภัทร: ครับ ก็กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ

ขอเชิญรับฟังได้ที่ ..

สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาส

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 31 พ.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ