รู้จักตนหรือยัง?

 
เมตตา
วันที่  24 พ.ค. 2569
หมายเลข  52396
อ่าน  34

มังคลัตถทีปนีแปล เล่ม ๑ - หน้าที่ 173

กถาว่าด้วยการตั้งตนไว้ชอบ

[๑๐๖] จิต ชื่อว่า ตน, อีกนัยภาพทั้งหมด ชื่อว่า ตน. จริงอยู่ จิตและอัตภาพทั้ง ๒ นั้น เรียกว่า ตน เพราะอรรถว่า ไป ได้แก่ แล่นไปสู่ภพน้อยภพใหญ่ ถึง คือประสบทุกข์ในสงสารต่างโดยชาติและชราเป็นต้นติดต่อกัน. อตฺต ธาตุ เป็นไปในความไปโดยความติดต่อ, ความไปไม่ขาดระยะ ชื่อว่าความไปโดย ความติดต่อ. อนึ่ง ด้วยสามารถความอื่น จิตและอัตภาพทั้ง ๒ นั้น เรียกว่าตน เพราะอรรถว่า มานะว่า เรา ตั้งลงแล้วในอัตภาพนี้ และเพราะอรรถว่า กิน ได้แก่ เสวยสุขและทุกข์. จะกล่าวชื่อความตั้งตนไว้ชอบ. บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังตนผู้ทุศีลให้ตั้งอยู่ในศีล ยังตนผู้ไม่มีศรัทธาให้ตั้งอยู่ในความถึงพร้อมด้วยศรัทธา ยังตนผู้ตระหนี่ให้ตั้งอยู่ในความถึงพร้อมด้วย การบริจาคนี้เรียกว่า การตั้งตนไว้ชอบ


[เล่มที่ 35] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้า 1 - หน้า 115

จักกวรรคที่ ๔

๑. จักกสูตร

ว่าด้วยจักร ๔

[๓๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักร (คือธรรมดุจล้อรถ) ๔ ประการนี้ เป็นเหตุให้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายผู้ประกอบพร้อมแล้วได้จักร (ที่จะหมุนนำไปสู่ความเจริญ) ๔ ประการ เป็นเหตุให้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายผู้ประกอบพร้อมแล้ว ถึงความใหญ่ความไพบูลย์ในโภคทรัพย์ทั้งหลายไม่นานเลย จักร ๔ ประการ คืออะไร คือ ปฏิรูปเทสวาสะ (ความอยู่ในถิ่นที่เหมาะ) ๑ สัปปุริสูปัสสยะ (ความพึ่งพิงสัตบุรุษ) ๑ อัตตสัมมาปณิธิ (ความตั้งตนไว้ชอบ) ๑ ปุพเพกตปุญญตา (ความเป็นผู้มีความดีอันได้ทำไว้ก่อน) ๑ นี้แลจักร ๔ ซึ่งเป็นเหตุให้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายผู้ประกอบพร้อมแล้วได้ จักร ๔ ประการ เป็นเหตุให้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายผู้ประกอบพร้อมแล้ว ถึงความใหญ่ความไพบูลย์ในโภคทรัพย์ทั้งหลายไม่นานเลย

นรชนพึงอยู่ในถิ่นที่เหมาะ พึงทำอารยชนให้เป็นมิตร ถึงพร้อมด้วยความตั้งตนไว้ชอบ มีความดีอันได้ทำไว้ก่อน ข้าวเปลือก ทรัพย์ ยศ เกียรติ และความสุข ย่อมพรั่งพรูมาสู่นรชนผู้นั้น.

จบจักกสูตรที่ ๑


อ.ธนากร: สืบเนื่องจากเมื่อวานก็มีสนทนาธรรมโดยหยิบยกคลิปธรรมเตือนใจเกี่ยวกับการตั้งตนไว้ชอบครับ ซึ่งในคำบรรยายของท่านอาจารย์ได้กล่าวถึง จักร ๔ ครับ ซึ่ง ก็คือธรรมที่หมุนไปผันไปสู่การที่จะอบรมเจริญปัญญาขึ้นโดยลำดับครับ ข้อแรก ก็คือการอยู่ในถิ่นประเทศที่เหมาะสม หรือว่าสถานที่ครับ ที่เอื้ออำนวยต่อการที่จะได้ยินได้ฟังพระธรรม มีพุทธบริษัท มีพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ครับ ประการต่อมา ก็คือการได้คบกับสัตบุรุษ ทำให้ได้ยินได้ฟังพระสัจจธรรมนะครับ ประการต่อมา ก็คือการตั้งตนไว้ชอบครับ แล้วข้อสุดท้าย ก็คือบุญที่ได้กระทำไว้แต่ปางก่อน หรือว่าบุพเพกตบุญญตา ซึ่งก็เป็นเหตุที่ทำให้จักรข้างต้นได้หมุนไป ซึ่งก็เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยที่ทำให้มีธรรมฝ่ายเจริญขึ้นของปัญญาก็หมุนไปเรื่อยๆ

แต่ว่าในคำบรรยาย สิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด ก็คือการตั้งตนไว้ชอบ เพราะว่า ถ้าหากว่า ขาดการตั้งตนไว้ชอบแล้วนี่ครับ อะไรๆ ที่มีก็ไม่มีประโยชน์เลยครับ ซึ่งท่านอาจารย์ก็ได้กล่าวเตือนครับว่า การตั้งตนไว้ชอบ ก็คือฟังเพื่อเข้าใจครับ

ในเบื้องต้นก็กราบเรียนท่านอาจารย์ว่า ในเรื่องของการตั้งตนไว้ชอบ เป็นสิ่งที่เข้าใจยากอย่างยิ่ง เพราะว่า ถ้าไม่มีพื้นฐานความเข้าใจธรรมอะไรมาก่อน เวลาฟังอย่างนี้ก็เป็นตัวตนที่จะตั้งไว้ หรือว่าตั้งตนไว้ชอบ แต่ว่าการตั้งตนไว้ชอบก็ต้องอาศัยสัจจบารมี หรือว่าอาศัยความเป็นผู้ตรงแล้วก็จริงใจที่จะเกื้อกูลต่อการตั้งตนไว้ชอบจริงๆ ครับ ก็กราบเรียนท่านอาจารย์ว่า การตั้งตนไว้ชอบที่เป็นธรรมจะเป็นอย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: รู้จักตนหรือยัง?

อ.ธนากร: ยังไม่ได้รู้จักอย่างแท้จริงครับ

ท่านอาจารย์: แล้วจะตั้งตนได้ไหม?

อ.ธนากร: ไม่ได้ครับ

ท่านอาจารย์: พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดง เพื่อให้คนที่ไม่เคยรู้ความจริงเลยอยู่ในโลกมืดมาตลอดก็ไม่รู้ ได้เข้าใจความจริงที่กำลังมีที่กำลังปรากฏทีละเล็กทีละน้อย ถ้าไม่มีความเข้าใจอะไรจะไปตั้งตนไว้ชอบได้ไหม?

อ.ธนากร: ไม่ได้เลยครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า ตนคืออะไร?

อ.ธนากร: ครับ อันนี้ข้ามไม่ได้ครับ ลึกซึ้งอย่างยิ่งครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องไม่ลืม ธรรมละเอียดลึกซึ้งยากที่จะรู้ได้ ได้ยินอะไรมาก็จะทำ ได้ยินคำว่า ตั้งตนก็จะตั้งตน เป็นไปได้อย่างไรที่จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสรู้อะไรไม่สนใจเลยทั้งสิ้น!! เพียงแต่ได้ฟังก็จะทำแล้ว

อ.ธนากร: โห้.. อันนี้ลึกซึ้งอย่างยิ่งครับ เพราะว่าจริงๆ คำแรกที่ต้องศึกษา ก็คือคำว่าตนครับ

ท่านอาจารย์: ผ่านได้ไหมสักคำ!! ไม่รู้อะไรเลยทั้งสิ้น มีโอกาสได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไม่ถึงความละเอียดความลึกซึ้งที่พระองค์ตรัสว่า ธรรมลึกซึ้งยากที่จะรู้ได้

ธรรมคืออะไรก็ไม่รู้ สักอย่างก็ไม่รู้ เพราะไม่เคยรู้มาก่อน จนกว่าได้ยินคำไหนต้องรู้ว่า นี่เป็นคำของผู้ที่ทรงตรัสรู้ จะง่ายๆ เหมือนคนอื่นไหม? ชวนกันมาตั้งตนไว้ชอบ?

อ.ธนากร: ไม่เหมือนแน่นอนครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เริ่มถึงความละเอียดที่จะต้องรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อน จึงสามารถที่จะรู้ว่า พระองค์ทรงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำที่ได้ฟังไม่ง่าย ไม่ใช่ว่ามีตัวตนที่จะทำเพียงแค่ได้ยินคำว่า ตั้งตนไว้ชอบ

อ.ธนากร: จริงอย่างนั้นครับ เพราะว่าถ้าไม่เคยได้ยินได้ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงมาก่อนเลย ก็จะไม่รู้เลยว่า ที่เรียกว่าตนๆ จริงๆ ก็มีแต่ธรรม แล้วก็ธรรมที่มีมากมายมหาศาลก็คือความไม่รู้ครับ ไม่รู้จักตนว่า ไม่รู้อะไรเลยครับ

ท่านอาจารย์: แล้วจะตั้งตนได้ไหม?

อ.ธนากร: ไม่ได้ครับ

ท่านอาจารย์: ก็ต้องรู้ก่อนว่า ตนคืออะไร? ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีทั้งหมดที่เคยไม่รู้มาเลย ความจริงคืออะไร? มิเช่นนั้น ก็ไม่รู้คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยแน่นอน

อ.ธนากร: ครับ ในบางแห่งท่านก็จะไม่ได้ใช้คำว่า ตั้งตนไว้ชอบ แต่ว่าตั้งจิตไว้ชอบ แต่ว่าโดยอรรถความหมายก็เหมือนกันครับ

ท่านอาจารย์: รู้จักจิตกันทุกคนแล้วใช่ไหม?

อ.ธนากร: ไม่ครับ

ท่านอาจารย์: เห็นไหม แค่นี้ก็ไม่รู้แล้ว!! ได้ยิน จิต ก็จะตั้งจิตแล้ว ไม่ใช่ตนแล้ว

อ.ธนากร: ครับ ก็ไม่ต่างอะไรกับตั้งตนครับ เพราะว่า ถ้าไม่รู้ว่าจิตคืออะไร ก็จะไปตั้งจิตไว้ชอบไม่ได้ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จากไม่รู้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงอะไร ก็จะค่อยๆ เข้าใจขึ้น เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งละเอียดอย่างยิ่งไม่ง่ายที่จะเพียงคิดว่า พระองค์ตรัสว่าตั้งตนไว้ชอบตั้งจิตไว้ชอบ แล้วมีใครสามารถที่จะทำได้ เพราะไม่รู้จักแม้ตนแม้จิต

อ.ธนากร: ครับ ก็ชัดเจนอย่างยิ่งครับ ถ้าจะศึกษาในเรื่องตั้งตนไว้ชอบ หรือว่าการตั้งจิตไว้ชอบ แต่ไม่รู้ว่าตนคืออะไร? ไม่รู้ว่าจิตคืออะไร? ก็ไม่สามารถที่จะมีการตั้งจิตตั้งตนไว้ชอบอะไรเลยครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ธนากร ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 25 พ.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ