เป็นคำหวังดีโดยตลอด

[เล่มที่ 42] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๓ - หน้า 2
๕. บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบาปว่า บาปมีประมาณ น้อยจักไม่มาถึง แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตก ลง (ทีละหยาดๆ) ได้ฉันใด ชนพาลเมื่อสั่งสมบาป แม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบาปได้ฉันนั้น.
๖. บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่า บุญมีประมาณ น้อยจักไม่มาถึง แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ ตกลงมา (ทีละหยาดๆ) ได้ฉันใด ธีรชน (ชนผู้มี ปัญญา) สั่งสมบุญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบุญ ได้ฉันนั้น.
ท่านอาจารย์: ค่อยๆ เห็น ภัย จนกว่าจะถึงญาณที่ประจักษ์แจ้งภัย
อ.กุลวิไล: ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงว่า หนทางที่จะหมดเชื้อที่จะไปอบาย คือการอบรมเจริญสติปัฏฐานนั่นเอง กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ค่อยๆ เห็นโทษของอกุศล แต่ก็มากด้วยอกุศลในชีวิตประจำวันค่ะ
ท่านอาจารย์: จนกว่าจะมากด้วยปัญญาใช่ไหม?
อ.กุลวิไล: ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะท่านอาจารย์
อ.คำปั่น: ยิ่งฟังก็ยิ่งละเอียดมากๆ เลยครับของความเป็นจริงของธรรม ก็ต้องอาศัยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ ค่อยๆ ฟังค่อยๆ ศึกษา ค่อยๆ พิจารณาในความเป็นจริงครับวึ่งก็เป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้ครับ ที่ได้ฟังท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงความเป็นจริงในเรื่องของ อกุศล และกุศล ซึ่งก็เป็นธรรมที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ
อกุศลทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ไม่ควรสะสม เป็นสิ่งที่ควรหลีกออก เป็นสิ่งที่ควรเว้นครับ เป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยครับ ซึ่งในพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เมื่อได้ฟังได้ศึกษา ก็เป็นประโยชน์เกื้อกูลทั้งหมดเลยครับ
อย่างพระองค์ได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า บุคคลอย่าพึงดูหมิ่นบาปว่า บาปมีประมาณน้อยจักไม่มาถึง แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตก ทีละหยาดๆ ฉันใด คนพาลสั่งสมบาป แม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบาป ฉันนั้นครับ นี่ก็ในส่วนของที่เป็นบาปเป็นอกุศลครับ เป็นสิ่งที่ไม่ควรประมาทจริงๆ ครับ และในทางตรงข้าม สิ่งที่เป็นบุญสิ่งที่เป็นคุณความดีนี่ครับ ก็ไม่ควรประมาทเช่นเดียวกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสต่อไปว่า บุคคลอย่าพึงดูหมิ่นบุญว่า บุญมีประมาณน้อย จักไม่มาถึง แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลง ทีละหยาดๆ ฉันใด นักปราชญ์สั่งสมบุญ แม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบุญ ฉันนั้น ครับ
ก็เป็นข้อความที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่งครับ และก็ได้ฟังในเรื่องของ ความหวังดี ครับ เป็นคำที่ฟังแล้วปลาบปลื้มมากครับในคำนี้ พอฟังแล้วก็เห็นเลยครับว่า ความหวังดีไม่เป็นโทษไม่เป็นภัยแก่ใครเลย และก็บุคคลที่เลิศที่สุดประเสริฐที่สุด สูงสุด ก็คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ตรัสเลยว่า พระองค์มีพระหฤทัยเสมอกันในบุคคล ๒ คน ก็คือทั้งพระราหุล แล้วก็พระเทวทัต ครับท่านอาจารย์ มีพระหฤทัยเสมอกันหมดเลย นี่คือบุคคลผู้สูงสุดก็คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง แต่ละคำๆ เมื่อสักครู่ก็ได้ฟังคำที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลมากว่า คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ ไม่ผิดๆ และแต่ละคำที่พระองค์ตรัสล้วนแล้วแต่เป็นคำที่อนุเคราะห์เกื้อกูล เป็นคำหวังดีโดยตลอดสำหรับผู้ฟังครับท่านอาจารย์ จึงเป็นอนุสาสนีปฏิหาริย์ เป็นคำสอนที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง เพราะว่า เป็นไปเพื่อทำให้ผู้ฟังจากที่มากไปด้วยสิ่งที่ไม่ดี ค่อยๆ ขัดเกลาสิ่งที่ไม่ดี จนกระทั่งหมดความไม่ดีได้เลยครับ เป็นคำที่น่าอัศจรรย์จริงๆ ครับ ยิ่งฟังก็ยิ่งซาบซึ้ง ยิ่งเพิ่มพูนให้เห็นประโยชน์ที่จะศึกษาพระธรรมต่อไปจริงๆ ครับท่านอาจารย์
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
สั่งสมบุญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบุญ [คาถาธรรมบท]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.คำปั่น ด้วยค่ะ
