จากไปแต่ละหนึ่งขณะ เป็นคนนี้ตราบเท่าที่ยังไม่ละจากโลกนี้ไป [เก็บไว้ในหทัย]
หทเย นิเธตพฺพยุตฺตกํ
(ข้อความที่ควรเก็บไว้ในหทัย)
[๑๑๒๕]
จากไปแต่ละหนึ่งขณะ เป็นคนนี้ตราบเท่าที่ยังไม่ละจากโลกนี้ไป
อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ สนทนาธรรมที่บ้านธัมมะ ภาคใต้ จ.สงขลา ๖ มีนาคม ๒๕๖๙
แต่ละหนึ่งขณะดับไปตายไปจากไปไม่กลับมาอีกเลยสักขณะเดียวอย่างรวดเร็วสุดที่จะประมาณได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงโดยประการต่างๆ ทั้งปวงให้เข้าใจทุกขณะที่พระองค์ทรงแสดงความจริงที่ลึกซึ้งอย่างยิ่งแต่ละหนึ่งขณะ เพราะฉะนั้น ถ้าศึกษาต่อไปฟังคำของพระองค์ต่อไปก็จะเริ่มเข้าใจความจริงซึ่งภัยสูงสุดคือภัยที่ไม่รู้ความจริงจึงให้มีความประพฤติเป็นไปด้วยความไม่รู้ว่าสิ่งใดเป็นโทษและสิ่งใดเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นจึงต้องไตร่ตรองและมีความมั่นคง ชีวิตทุกขณะจากไป เป็น "ขณิกมรณะ" ความตายทุกขณะ จนกว่าจะถึง ... วันนี้จะมีใครตายบ้างไหม? มีแน่ ขณะนั้นเพียงสมมติว่าตาย เพราะทันทีที่จิตขณะสุดท้ายดับ ที่เราใช้คำว่า "ตาย" เป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปเกิดต่อทันที เหมือนเดี๋ยวนี้เลย แต่ไม่ใช่คนนี้อีกต่อไป เพราะฉะนั้น ก็จะเป็นคนนี้ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ยังไม่ตาย และหลังจากตายแล้วจะเป็นคนนี้ต่อไปไม่ได้เลยแต่ก็ยังต้องมีการเกิดต่อไปอีกเป็นอีกคนหนึ่งต่อไปอีก เป็นอีกคนต่อไปอีก ไม่ใช่คนเก่า เพราะฉะนั้น ตายอย่างนี้ที่เข้าใจกันก็เป็น "สัมมติมรณะ" สมมติว่าตาย แล้วอย่างไร เห็นตรงนี้ ตายตรงนี้ ไปเห็นตรงอื่นทันทีถ้าเกิดในเทวโลก ทันที ไม่ช้าเลย ทันทีที่นี่ก็มีหลายขณะย่อยเป็นจิตแต่ละขณะ แต่ว่าจากโลกนี้ไปไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นอีก เห็นอีก แต่ไม่ใช่เห็นสิ่งที่เคยเห็นในโลกนี้ เป็นอย่างนี้จนเป็นสังสารวัฏฏ์ วนเวียนไปไม่สิ้นสุด จนกว่าจะมีผู้ที่ทรงตรัสรู้เหตุที่ทำให้เกิด และดับเหตุที่ทำให้เกิด เพราะฉะนั้น จึงมีสิ่งอื่นสิ่งใดเกิดอีกไม่ได้เลย หลังจากเหตุที่ทำให้เกิดสิ่งนั้นๆ หมดสิ้นไป ปรินิพพาน (ดับโดยรอบซึ่งขันธ์ ซึ่งเป็นตายของพระอรหันต์ เป็น "สมุจเฉทมรณะ" ตายอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเกิดอีกเลย)
กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
อ่านหัวข้ออื่นๆ คลิกที่นี่ ... เก็บไว้ในหทัย
