ความจริงที่ยากที่จะรู้ได้

 
เมตตา
วันที่  16 เม.ย. 2569
หมายเลข  52243
อ่าน  39

อ.ชุมพร: เมื่อวานได้สนทนากันเรื่องพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่แท้จริง ท่านอาจารย์คะ พระรัตนตรัยเป็นของสูง และการกล่าวถึงพระรัตนตรัย ก็กล่าวแบบง่ายๆ นะคะ ฉะนั้น การที่จะมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่แท้จริง ควรจะเป็นเช่นไรคะ

ท่านอาจารย์: ต้องรู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าไม่รู้จักเลยพึ่งไม่ได้!! จะพึ่งได้อย่างไรไม่รู้จัก ใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ แล้วการจะรู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างไรจึงจะชื่อว่ารู้จักคะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: พระองค์เสด็จบิณฑบาตทั่วทุกแห่ง พระนครสาวัตถี พระนครพาราณสี ขณะที่เสด็จบินฑบาตใครรู้จักพระองค์บ้าง ว่า เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า?

อ.ชุมพร: ไม่รู้จักแน่ๆ ค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วเมื่อไหร่จะรู้จัก?

อ.ชุมพร: ต่อเมื่อได้สนทนา แล้วก็เป็นผู้ที่สะสมความรู้ความเข้าใจ แต่แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ได้ถ้าไม่เข้าใจใช่ไหมคะท่านอาจารย์?

ท่านอาจารย์: แน่นอน หมดข้อสงสัยแล้วใช่ไหม?

เมื่อไหร่จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะเห็นพระองค์เสด็จประทับ ณ.ที่ไหนก็ตามแต่ รู้จักพระองค์หรือเปล่า?

อ.ชุมพร: ถ้าไม่มีโอกาสได้ยินได้ฟังไม่มีความเข้าใจ ก็ไม่รู้จักพระองค์เช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: และถ้าไม่เข้าใจความลึกซึ้งที่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมีทรงตรัสรู้ความจริงที่มีทุกวันทุกขณะแต่ไม่มีใครรู้เลย จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไหมว่า พระองค์ทรงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างไร

อ.ชุมพร: ไม่รู้จักแน่ๆ ค่ะ

ท่านอาจารย์: ก็หมดความสงสัยใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ ฉะนั้น การที่จะรู้ถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าไม่ศึกษาก็ไม่สามารถจะรู้ได้ แม้กล่าวว่า ข้าพเจ้าขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง อาจจะเป็นผู้ที่ไม่เข้าถึง แล้วก็ลบหลู่หรือว่าผิดพระธรรมวินัยเป็นอย่างนั้นนะคะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ก็เป็นผู้ที่พูดไม่จริง เพราะไม่รู้จักคนที่นับถือ

อ.ชุมพร: ฉะนั้น ไม่ได้ง่ายเลยที่ว่าจะถึงพระพุทธเจ้า แล้วมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจริงๆ ค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก่อนอื่น ได้ยินคำว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อนี้เคยได้ยินมาก่อนไหม?

อ.ชุมพร: ไม่เคยค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วทำไมเป็นชื่อนี้ ในเมื่อก่อนนี้ไม่ได้ชื่อนี้เลย

อ.ชุมพร: เท่าที่เข้าใจเป็นคุณนามของผู้ที่หมดกิเลส

ท่านอาจารย์: ต้องได้ยินคำว่า เจ้า ใหญ่ไหม?

อ.ชุมพร: ใหญ่ค่ะ

ท่านอาจารย์: ใหญ่ระดับ พุทธ ผู้ที่ทรงตรัสรู้ความจริง ใหญ่ยิ่งที่ไม่มีใครเปรียบได้ เพราะความจริงเป็นสิ่งที่เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

อ.ชุมพร: แม้ฟังคำว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วรู้ว่าทรงตรัสรู้สิ่งที่ละเอียดลึกซึ้ง แม้เราฟังก็ไม่ง่ายที่จะเข้าถึงนะคะ

ท่านอาจารย์: ก็ยังไม่รู้เลยว่า อะไรละเอียดอะไรลึกซึ้ง!! แล้วจะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างไร?

เห็นไหม ปานนั้นที่จะต้องไตร่ตรองด้วยความละเอียดรอบคอบด้วยความตรงตามความเป็นจริง

อ.ชุมพร: ในครั้งพุทธกาล บุคคลที่ได้ฟังธรรมจากพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วกล่าวว่า ขอพระสมณโคดมทรงจำข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง แต่พวกเราสมัยนี้แตกต่างกันด้วยการที่จะกล่าวถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งค่ะ แตกต่างกันเช่นไรคะ

ท่านอาจารย์: ท่านเหล่านั้นกล่าวคำนี้เมื่อไหร่?

อ.ชุมพร: เมื่อได้ฟังธรรมจบค่ะ

ท่านอาจารย์: จบแล้วเข้าใจหรือเปล่า?

อ.ชุมพร: ต้องเข้าใจแน่นอนค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้าไม่เข้าใจ จะมีพระองค์เป็นที่พึ่งเพื่อให้เข้าใจความจริงที่ลึกซึ้งได้ไหม?

อ.ชุมพร: ไม่ได้แน่ๆ ค่ะ ฉะนั้น ก็ต้องเป็นเรื่องของความรู้ความเข้าใจ แม้ท่านอาจารย์กล่าวถึงตัวเราเอง แม้เราฟังธรรมการที่จะกล่าวว่า ขอนอบน้อมต่อพระรัตนตรัยก็ง่ายนะคะ เพราะว่า

ท่านอาจารย์: ง่ายหรือ?

อ.ชุมพร: กล่าวง่ายค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: พูดได้ทุกอย่างๆ แต่จริงหรือเปล่า?

อ.ชุมพร: จริงหรือเปล่า นี่เห็นเลยนะคะว่า ไม่ได้นอบน้อมจริงๆ

ท่านอาจารย์: ได้ความละเอียดหรือยัง?

อ.ชุมพร: เริ่มที่จะรู้จักตัวเองว่า กล่าวในสิ่งที่ยังไม่ถึงยังไม่นอบน้อมจริงๆ ค่ะ

ท่านอาจารย์: เริ่มละเอียดแม้แต่จะรู้ว่า นอบน้อมจริงหรือเปล่า? และนอบน้อมคืออะไร? และนอบน้อมต่ออะไร?

อ.ชุมพร: นอบน้อม หมายถึงเป็นผู้ที่รู้คุณรู้ประโยชน์

ท่านอาจารย์: รู้หรือยัง?

อ.ชุมพร: ความเข้าใจเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้เท่าที่ตัวเองสะสมมาที่จะนอบน้อมตามกำลังของความเข้าใจ

ท่านอาจารย์: คิดว่ารู้แล้ว คิดว่านอบน้อมแล้ว จริงหรือ? เห็นไหมต้องละเอียดปานนั้นตั้งแต่ต้น!! ประมาทไม่ได้เลยสักคำเดียว

ถ้าไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนจะไม่รู้เลยค่ะ ทั้งหมดนี้เพราะได้ฟังคำของพระองค์ ถ้าไม่ได้ฟังเลยจะคิดอย่างนี้ไหมในความละเอียดลึกซึ้ง?

อ.ชุมพร: แม้จะกล่าวคำว่านอบน้อม แต่ว่าเวลาสภาพธรรมจริงๆ ความไม่รู้มากมายมหาศาลนี่คงนอบน้อมได้ไม่อย่างที่กล่าวค่ะ

ท่านอาจารย์: ก็ว่า นอบน้อมต่ออะไรล่ะ? เห็นไหมละเอียดปานนั้นทุกคำ!! ลึกซึ้งอย่างยิ่ง ถ้าไม่รู้อย่างนี้ไม่ละการที่หวังการที่ต้องการที่จะรู้ โดยที่ว่า เพียงแค่หวัง ไม่เห็นความลึกซึ้งอย่างยิ่ง

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์กล่าวถึงนอบน้อมต่ออะไร หมายถึงเราไม่ได้เป็นผู้ตรงที่จะรู้ความจริงที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ จึงไม่สามารถที่จะรู้ว่านอบน้อมต่ออะไรเป็นเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: คุณชุมพรนอบน้อมต่ออะไร?

อ.ชุมพร: ผู้ที่มีคุณค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วใครล่ะมีคุณ?

อ.ชุมพร: เกิดมาก็มีบิดามารดา มีโอกาสได้ฟังธรรมได้รู้ความจริง มีท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ได้ฟังธรรม รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วหรือจึงจะได้ฟังธรรม?

อ.ชุมพร: ขณะที่ฟังยังไม่รู้จักค่ะ

ท่านอาจารย์: ไปเลยๆ ตั้งแต่นอบน้อมต่อคุณของบิดามารดา แล้วไปโน่น พระพุทธเจ้าเลย

เพราะฉะนั้น นอบน้อมต่อใคร? นอบน้อมต่อบิดามารดาเพราะเห็นคุณของท่านมหาศาล ท่านทำให้เกิดมาทำให้มีชีวิต ทำให้ค่อยๆ เติบโตขึ้น มีโอกาสได้ยินได้ฟังได้ไตร่ตรองได้เข้าใจถูกต้อง โดยที่เกิดมาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ฟังอะไรจะเข้าใจอะไร จะเข้าใจอะไรถูกต้อง เห็นไหม แต่ก็ได้มีชีวิตที่เกิดมาแล้วที่มีโอกาสที่จะได้ฟัง

อ.ชุมพร: เมื่อกี้ท่านอาจารย์กล่าวถึงนอบน้อมต่อบิดามารดา และไปโน่นไปถึงฟังพระธรรม ช่องว่างที่ไม่ละเอียดตรงนี้คืออย่างไรคะ

ท่านอาจารย์: ก็คุณชุมพรพูดใช่ไหม นอบน้อมต่อมารดาบิดา แล้วต่อไปคุณชุมพรพูดว่าอะไร?

อ.ชุมพร: ได้ฟังพระธรรมค่ะ

ท่านอาจารย์: นั่นไง!! ได้รู้จักพระธรรมแล้วยัง?

อ.ชุมพร: ขณะที่ได้ฟังก็ยังไม่รู้คุณของพระธรรมค่ะท่านอาจารย์ถ้าไม่เข้าใจ

ท่านอาจารย์: ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ยังไม่รู้จักค่ะ

ท่านอาจารย์: ถ้าได้ฟังพระธรรมเมื่อไหร่ รู้ว่าใครเป็นผู้ตรัสคำนี้ และเห็นความลึกซึ้งสุดที่จะประมาณได้ของธรรม จึงรู้คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประมาณไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้ยินไม่ได้ฟังไม่มีโอกาสที่จะรู้ความจริงในความมืดของความไม่รู้ในความจริงที่กำลังปรากฏนานเท่าไหร่แล้ว

อ.ชุมพร: ค่ะ ฉะนั้น ถ้าเราเกิดมาแล้วเราไม่รู้คุณโดยขณะที่ฟังธรรมแล้วไม่รู้คุณค่าของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย การที่จะมีที่พึ่งก็ไกลอย่างนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: จะพึ่งไปไหน? จะพึ่งอะไร? อยู่ดีๆ ก็จะพึ่ง เห็นไหม? พอได้ยินคำว่าที่พึ่ง ก็จะพึ่ง พึ่งไปไหนพึ่งอะไรพึ่งทำไม เห็นไหม!! ปานนั้นความลึกซึ้ง ต้องละเอียดต้องลึกซึ้งอย่างยิ่งทุกคำ แม้แต่ที่พึ่ง อยู่ดีๆ ก็จะพึ่งแล้ว พึ่งอะไรล่ะ? พึ่งทำไมล่ะ? พึ่งไปไหน พึ่งเพื่ออะไร?

อ.ชุมพร: กราบท่านอาจารย์ ต้องเป็นผู้ที่ละเอียดอย่างยิ่ง แล้วก็นึกถึงว่า บุคคลที่จะเป็นผู้ที่รู้คุณก็หาได้ยากในโลก ฉะนั้น ท่านอาจารย์กล่าวถึงว่า การฟังคำของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เรายังมีปัญญาน้อยๆ การที่จะพึ่งก็ไกล เพราะว่ายังไม่รู้ว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าคือใคร มีคุณเช่นไร ปานนั้นนะคะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: แล้วทำไมพึ่งล่ะ?

อ.ชุมพร: เพราะได้ศึกษา และรู้ว่าเป็นสิ่งที่หาค่าไม่ได้ เพราะว่า ที่เกิดมาเพราะว่ายังมีความไม่รู้ แล้วพระองค์เป็นผู้ที่หมดความไม่รู้แล้ว จึงรู้ว่าต้องฟังค่ะ

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้อะไรหาค่าไม่ได้?

อ.ชุมพร: ความรู้ค่ะ

ท่านอาจารย์: รู้อะไร?

อ.ชุมพร: รู้ความจริงค่ะ

ท่านอาจารย์: ความจริงของอะไร?

อ.ชุมพร: ความจริงที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น รู้ง่ายไหม?

อ.ชุมพร: ไม่ง่ายเลยค่ะ

ท่านอาจารย์: นั่นล่ะ รู้ค่าแล้ว!!

อ.ชุมพร: ฉะนั้น แม้ฟัง การสะสมมายังไม่มากพอที่จะรู้ความจริงที่ละเอียดลึกซึ้ง แต่ว่าด้วยความเคารพว่า หนทางนี้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสามารถที่จะทำให้รู้ความจริง ก็ฟังด้วยความเคารพต่อไปเช่นนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: หนทางนี้คือหนทางไหน?

อ.ชุมพร: หนทางของปัญญาค่ะ

ท่านอาจารย์: ปัญญาคืออะไร?

อ.ชุมพร: ปัญญา คือสภาพที่สามารถที่จะรู้ความจริงค่ะ

ท่านอาจารย์: ความจริงอะไร?

อ.ชุมพร: ของสภาพธรรมที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ค่ะ

ท่านอาจารย์: หมายความว่า สภาพธรรมที่ปรากฏนี้รู้แสนยากใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะอะไร?

อ.ชุมพร: เพราะไม่มีปัญญาค่ะ

ท่านอาจารย์: แน่นอน ไม่มีปัญญารู้อะไร?

อ.ชุมพร: ไม่มีปัญญารู้ความจริงที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ค่ะ

ท่านอาจารย์: อะไรเป็นความจริงที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้?

อ.ชุมพร: เห็น สี ค่ะ

ท่านอาจารย์: อย่างเดียวหรือ?

อ.ชุมพร: ทั้ง ๖ ทาง ๖ ทวารเลยค่ะ

ท่านอาจารย์: รู้ไว้เถิด!! ทุกอย่างหมดทั้งสิ้นทั้งปวงที่ปรากฏ ปานนั้น

อ.ชุมพร: ค่ะ ค่อยๆ เห็นคุณค่าของผู้ที่แสดงแสงสว่างของความจริง เพราะว่า เห็น ก็ไม่รู้ความจริง ได้ยินก็ไม่รู้ความจริง คิดนึกก็ไม่รู้ความจริง มืดปานนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: เริ่มรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีพระองค์เป็นที่พึ่งเพื่อรู้ความจริงที่ยากที่จะรู้ได้ ต้องไม่ลืมนะ!! ความจริงที่ยากที่จะรู้ได้ ลืมคำนี้ไม่ได้เลยเพราะทั้งๆ ที่มีแสนโกฏกัปป์มาแล้ว ก็ไม่ได้รู้เลยเพราะความลึกซึ้งของความจริงของสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ชุมพร ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 17 เม.ย. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ