ถ้าไม่อยากตกนรก ก็อย่ากระทำบาปกรรม

 
khampan.a
วันที่  11 ก.พ. 2569
หมายเลข  51992
อ่าน  601

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



[เล่มที่ 60] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ - หน้า 159

ผู้ใดเป็นคนโกง ผู้นั้นย่อมเดือดร้อนในภายหลังว่า
เราเป็นคนโกง ส่อเสียด กินสินบน ดุร้าย หยาบคาย
ในกาลก่อน

(พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ชนสันธชาดก)


[เล่มที่ 60] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ - หน้า 165-166

บทว่า กูฏเวที ความว่า ผู้ใดก่อความโกงให้เกิด โกงชาวบ้าน ก่อความพินาศให้แก่โลก โกงด้วยสินบน. บทว่า อาสึ ความว่า ในกาลก่อนเราได้เป็นเช่นนั้น. บทว่า ปิสุโณ แปลว่า โกง ด้วยถ้อยคำยุยงส่อเสียด. บทว่า ปิฏฺฐมํสิโก ความว่า ถือสินบน ทำผู้มิใช่เจ้าของให้เป็นเจ้าของ ทำผู้ที่เป็นเจ้าของมิให้เป็นเจ้าของ กินเนื้อสันหลังของชนเหล่าอื่น. บทว่า อิติ ปจฺฉา ความว่า นอนบนเตียงที่จะตาย ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงโอวาทว่า ถ้าท่านไม่อยากตกนรก ก็อย่ากระทำบาปกรรมเห็นปานนี้

(ชาตกัฏฐกถา อรรถกถา ขุททกนิกาย ชาดก ชนสันธชาดก)



เป็นธรรมดาของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ เมื่อตายแล้วก็ยังต้องเกิด ถึงแม้จะบอกว่าไม่อยากเกิดก็ตาม แต่ก็ต้องเกิดตามเหตุตามปัจจัย ขึ้นอยู่กับว่ากรรมใดจะให้ผล สำหรับผู้ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ต้องเป็นผลของกุศลกรรม ซึ่งเป็นการยากมากกับการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ว่าผู้ที่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์รวมถึงสุคติภูมิอื่นๆ คือ เกิดในสวรรค์ด้วยนั้น มีเป็นส่วนน้อย แต่ที่ไปเกิดได้โดยง่ายและมีเป็นส่วนมาก คือ การเกิดในอบายภูมิ มีนรกเป็นต้น

อกุศลกรรมทั้งหลาย มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ คดโกง ส่อเสียด กินสินบน เป็นต้น เป็นเหตุให้ไปเกิดในอบายภูมิเท่านั้น ไม่ใช่สุคติภูมิเลย เพราะการจะไปเกิดในสุคติภูมิซึ่งเป็นภพภูมิที่ดี กล่าวคือมนุษย์ภูมิและสวรรค์ ต้องเป็นผลของกุศลกรรมอย่างเดียว

เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนควรพิจารณาว่า ไม่ควรจะเป็นผู้วางใจว่าจะไม่ไปเกิดในอบายภูมิ เพราะเหตุว่าผู้ที่จะพ้นจากอบายภูมิได้นั้น คือผู้ที่รู้แจ้งอริยสัจจธรรมเป็นพระโสดาบันบุคคลขึ้นไป เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีปัญญาถึงขั้นที่จะทำให้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมเป็นพระอริยบุคคล ก็ยังมีโอกาสที่จะไปเกิดในอบายภูมิได้ ถ้าไปเกิดในอบายภูมิแล้ว ย่อมมีแต่ความทุกข์ทรมานเดือดร้อนเป็นส่วนมาก โดยที่ไม่มีใครทำให้เลย จะโทษใครไม่ได้ ความทุกข์ ความเดือดร้อนในโลกมนุษย์ ที่บางคนบางท่านประสบอยู่ อาจจะถึงกับกล่าวว่ามีทุกข์มาก มีความเดือดร้อนมาก แต่ถ้าเทียบกับความทุกข์ความเดือดร้อนในอบายภูมิแล้ว เทียบกันไม่ได้เลย เพราะในอบายภูมิ มีความทุกข์มีความเดือดร้อนมากกว่าโลกมนุษย์อย่างมาก

เพราะฉะนั้น เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว จึงไม่ควรที่จะประมาทเลย เพราะชีวิตสั้นแสนสั้น ไม่รู้ว่าจะละจากโลกนี้ไปเมื่อใด การกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ ก็ควรที่จะเป็นไปในทางที่ดีงามเท่านั้น ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม และที่ขาดไม่ได้เลย คือ การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ดีแล้ว อบรมเจริญปัญญาสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ เพราะเหตุว่าปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูกนี้เอง จะอุปการะเกื้อกูลให้ความประพฤติทางกาย ทางวาจา และทางใจในชีวิตประจำวันดำเนินไปในทางที่ดีงาม เป็นคนดียิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าไม่อยากตกนรก ไม่อยากไปเกิดในอบายภูมิ ก็อย่ากระทำบาปกรรม อย่าได้ทำชั่วโดยประการทั้งปวง


…ยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านด้วยครับ ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Wisaka
วันที่ 11 ก.พ. 2569

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
JSung
วันที่ 11 ก.พ. 2569

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
swanjariya
วันที่ 11 ก.พ. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณยิ่งค่ะท่านอาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
สิริพรรณ
วันที่ 11 ก.พ. 2569

ขอถวายความนอบน้อมแด่พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า

ขอบพระคุณและกราบเคารพในกุศล กับ อาจารย์คำปั่น อักษรวิลัยด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
apichet
วันที่ 11 ก.พ. 2569

กราบอนุโมทนาสาธุครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
jaturong
วันที่ 11 ก.พ. 2569

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chatchai.k
วันที่ 11 ก.พ. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เจียมจิต สุขอินทร์
วันที่ 11 ก.พ. 2569

อนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ