สนทนาธรรมที่ บธ.ใต้ กับอ.คำปั่น เช้า 25/1/69

 
nattawan
วันที่  25 ม.ค. 2569
หมายเลข  51915
อ่าน  44

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เหตุให้เกิดปัญญาต้องอาศัยการได้ฟังได้ศึกษาคำของพระพุทธเจ้า เพื่อประโยชน์คือความเข้าใจถูกต้องตรงตามความเป็นจริง

ท่านทั้งหลายจงกระทำตามพระพุทธพจน์ คือ จงประพฤติตามคำที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ในฐานะที่เป็นสาวกของพระองค์

ขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย คือ ขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ขณะเกิดในประเทศที่สมควร ขณะที่มีอวัยวะไม่บกพร่องและขณะที่ได้สัมมาทิฏฐิ

ขณะที่ได้ฟัง เป็นโอกาสที่ได้สะสมความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้เกิดในจิตของตน

จิตเกิดขึ้นต้องรู้อารมณ์ สิ่งใดก็ตามที่จิตรู้ สิ่งนั้นเป็นอารมณ์ของจิต อารมณ์เพียงหกแต่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง คือ สี เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (รูปเจ็ดรูปเป็นอารมณ์ห้าประเภท) และธรรมารมณ์ (อารมณ์ที่รู้ได้ทางใจ)

เจตสิกคือนามธรรมที่เกิดพร้อมจิต ดับพร้อมจิต รู้อารมณ์เดียวกับจิต เกิดที่เดียวกับจิต

จิตหลากหลายตามเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย

เจตสิกเจ็ดประเภทที่เกิดกับจิตทุกขณะ คือ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัตคตา ชีวิตตินทรีย์ มนสิการ

ไม่มีใครเลยทั้งสิ้น มีแต่ธรรมะเกิดขึ้นทำหน้าที่ของตนๆ ขณะที่จิตเกิดขึ้นนั้นเจตสิกปรุงแต่งจิต จึงไม่มีใครเลย

การเรียนการศึกษาธรรมะมีคุณค่าเป็นประโยชน์มากมหาศาล ไม่มีโทษเลย กว่าจะมีโอกาสได้ฟังธรรมนั้นยากมาก แต่ถ้าได้สะสมการฟังมาในกาลก่อน ก็ทำให้มีเหตุปัจจัยให้ได้ฟังคำของพระพุทธเจ้าและได้สะสมความเข้าใจเข้าใจเพิ่มขึ้น

ถ้าฟังคำของเดียรถีย์ก็เป็นสาวกของเดียรถีย์ ถ้าฟังคำของพระพุทธเจ้าก็เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า แต่เมื่อสาวกของเดียรถีย์ได้พบพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงได้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง

ปัจจัย คือ สภาพที่ผลเกิดขึ้นเป็นไป สิ่งที่อุปการะเกื้อกูลให้ธรรมะเกิดขึ้นเป็นไป

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ