รับสมัครอาสาสมัคร มศพ.
ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
ผู้ประสงค์เป็นอาสาสมัครของ มศพ.
โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ มศพ.
โทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๔๖๘ ๐๒๓๙, ๐๙ ๒๗๗๗ ๙๘๐๐
ตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป
... ขอความเจริญมั่นคงในกุศลธรรมจงมีแด่ทุกท่าน ...
ดิฉันสามารถสมัครเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิได้ไหมคะหากปัจจุบันส่วนมากอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศอเมริกาค่ะ จะกลับไทยประมาณปีหรือสองปีครั้งค่ะ ครั้งละสองถึงสามเดือน อยากจะสมัครไว้หากทางมูลนิธิจะรับพิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะที่ไทยหรือที่อเมริกาค่ะ ขอบคุณนะคะ
เรียนความคิดเห็นที่ ๕ ครับ
มีความถนัดในด้านใดที่จะช่วยงาน มศพ. ขอความกรุณาได้ระบุด้วย ไม่ว่าจะเป็นสามารถตรวจแก้คำผิดในเวบไซต์บ้านธัมมะ เป็นต้น ครับ
... ยินดีในกุศลของคุณ nuchthitiya และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...
ผมอยู่ชลบุรี ฟังท่านอาจารย์สุจินต์บรรยายธรรมะอยู่เรื่อยๆ ครับ และอ่านกระทู้สนทนาธรรมของ มศพ.เกือบทุกวันเสมือนเป็นปทานุกรมธรรมะ ผมมีความถนัดด้านการอ่าน เขียน พิสูจน์อักษร และถอดเทป เคยทำงานแปลอังกฤษเป็นไทยและไทยเป็นอังกฤษกว่า ๒๐ ปีครับ หากทักษะของผมจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ผมยินดีร่วมเป็นอาสาสมัครครับ
อยากให้อาจารย์ระบุว่ามีงานด้านใดบ้าง ที่ต้องการอาสาสมัครค่ะ สมาชิกมศพ.จะได้ทราบว่าตนเองเหมาะสมกับงานด้านไหนค่ะ หลังจากนั้นจะได้โทรศัพท์ไปแจ้งว่าต้องการสมัครเป็นอาสาสมัครด้านไหนค่ะ
เรียนความคิดเห็นที่ ๘ ครับ
กิจกรรมต่างๆ มีดังนี้
-ศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก
-ประชาสัมพันธ์
-ติดต่อชาวต่างประเทศ (ระบุประเทศ)
-ถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคม
-จัดรายการสนทนาธรรม
-จัดดอกไม้
-ดูแลสถานที่และความสะอาด
-อาหาร
-การเดินทาง
-ช่วยงานเวบไซต์
-ทั่วไป
... ยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านด้วยครับ ...
เรียนความคิดเห็นที่ ๑๒ ครับ
เป็นคนดี เสียสละ มีความถนัด มีความสามารถในด้านต่างๆ ที่พอจะช่วยงานของ มศพ. ได้ซึ่งเป็นงานกุศลทั้งหมด ครับ ... ยินดีในกุศลของคุณ omma ด้วยครับ
เคยบวชศึกษาบาลีเป็นสามเณร6ปี ตั้งแต่อายุ13 สอบไล่ได้ ป.ธ.1-2 แล้วก็ลาสึกขาไป แต่ก็ยังมีความชื่นชอบในภาษาบาลี และคำของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความหมายที่ดีมีความลึกซึ้งมาก ภาษาบาลีก็มีความไพเราะ ได้เปิดฟังแนวทางเจริญวิปัสสนา ของท่าอ.สุจินต์ ตอนแรกท่านเล่าเกี่ยวกับพุทธประวัติและอธิบายไว้อย่างละเอียดลึกซึ้งมาก ได้ยินได้ฟังครั้งแรกรู้สึกทราบซึ้งมากครับ ทั้งสำเนียงภาษาและการอธิบายของท่านอาจารย์ ผมไม่เคยได้ยินได้ฟังที่ไหนมาก่อน จึงอยากจะศึกษาต่ออย่างถูกต้องเพื่อดำรงค์พระธรรมไว้ไม่ให้เสื่อมไปเร็ว
ตอนนี้ก็อายุ31ปีแล้วครับ ช่วงนี้ก็ฟังคลิปของท่านอาจารย์ทุกวัน อยากจะศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกต่อแต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีครับ ท่านอาจารย์มีคำแนะนำเพิ่มเติมที่จะเป็นประโยชน์กับผมก็จะยินดีมากครับ ทุกวันนี้ทำงาน12ชม.มีเวลาก่อนนอน3-4 ชม.ก็มีจิตอาสาอยากจะศึกษาพระธรรมเป็นกำลังให้บ้านธัมมะบ้างครับ
เรียน ความคิดเห็นที่ ๑๗ ครับ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงสัจจธรรม คือ ความจริงที่มีอยู่ เมื่อเป็นความจริงก็ย่อมจะพิสูจน์ได้ทุกกาลสมัย สัจจธรรมเป็นความจริงที่จะไม่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีที่ทรงแสดงความจริงเป็นอย่างไร ก่อนหน้านั้นหรือว่าต่อไปในภายหน้าอีกนานแสนนาน ความจริงนี้ก็ไม่เปลี่ยน นี้คือความหมายของธรรม คือ สิ่งที่มีจริงทั้งหมด และผู้ที่ทรงแสดงสภาพธรรมได้ครบถ้วนโดยละเอียด ก็คือ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมตลอด ๔๕ พรรษา แล้วก็มีการสืบต่อทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เป็น พระไตรปิฎก (คำสอน ๓ หมวดหมู่) คือ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และ พระอภิธรรมปิฎก ซึ่งทั้งสามปิฎกนั้นมีคุณค่ามากมายมหาศาลหาอะไรเปรียบไม่ได้เลยถ้าได้ศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบจริงๆ
พระวินัยปิฎก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของความประพฤติทางกาย ทางวาจา สำหรับเพศบรรพชิต บรรพชิต แตกต่างจากคฤหัสถ์มาก ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องนุ่งห่มเท่านั้นที่แสดงถึงความเป็นบรรพชิต แต่ต้องเป็นใจที่สามารถสละ ละความติดข้องในการอยู่ครองเรือน ละทรัพย์สมบัติทุกอย่างทุกประการมุ่งสู่เพศบรรพชิตเพื่อที่จะอบรมเจริญปัญญาตามหนทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง จนถึงสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ สูงสุด คือ ถึงความเป็นพระอรหันต์ แต่การอบรมเจริญปัญญาก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพศบรรพชิตเท่านั้น คฤหัสถ์ผู้อยู่ครองเรือนก็สามารถอบรมเจริญปัญญาได้เช่นเดียวกัน สำคัญที่ปัญญา ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีพระอริยบุคคลมากมายที่เป็นคฤหัสถ์โดยที่ไม่ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต เช่น ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี นางวิสาขามหาอุบาสิกา หมอชีวกโกมารภัจจ์ จิตตคฤหบดี เป็นต้น
พระสุตตันตปิฎก เป็นพระธรรมเทศนาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ณ สถานที่ต่างๆ ทรงปรารภบุคคลต่างๆ ซึ่งทรงแสดงตามอัธยาศัยของผู้ฟังเป็นหลัก
พระอภิธรรมปิฎก ไม่มีชื่อของสัตว์ บุคคล แต่เป็นเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริง
เพราะฉะนั้น ความต่างกันของ ๓ ปิฎก คือ พระวินัยปิฎก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของบรรพชิต พระสุตตันตปิฎก เป็นข้อความธรรมที่มีสัตว์ บุคคลต่างๆ เช่น พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าปเสนทิโกศล ท่านพระอานนท์ ท่านพระสารีบุตร เป็นต้น แต่เมื่อถึงพระอภิธรรมปิฎก ก็เป็นเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริงโดยไม่ต้องมีชื่อของสัตว์บุคคลใดๆ เลยทั้งสิ้น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้มีพระคุณต่อสัตว์โลกเป็นอย่างยิ่ง ทรงเป็นผู้ประกอบด้วยพระบริสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาคุณ ถ้าพุทธบริษัทไม่ศึกษาพระธรรมก็จะไม่ทราบถึงพระคุณเหล่านี้ของพระองค์ได้เลย
พระธรรม สืบทอดมาจนถึงยุคนี้สมัยนี้ และสำหรับประเทศไทย พระไตรปิฎก มีการแปลเป็นภาษาไทย ครบถ้วน สามารถศึกษาได้ทุกฉบับ ทุกสำนวน แต่ฉบับที่มีอรรถกถา กล่าวคือ ฉบับที่จัดพิมพ์โดยมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย (ชุด ๙๑ เล่ม) จะเพิ่มพูนความเข้าใจที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะมีคำอธิบาย จากแต่ละบทๆ ของพระพุทธพจน์ จะทำให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยอรรถกถา ครับ
ขอเชิญศึกษาพระไตรปิฎกทุกเล่มได้ที่ลิงก์นี้ครับ
www.dhammahome.com/tipitaka/section/1
... ยินดีในกุศลของคุณ japoorin_2537 และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...








