สมมติเรียก

 
Kuat639
วันที่  12 ก.ย. 2568
หมายเลข  50925
อ่าน  188

สมมติเรียกมีประโยชน์อย่างไร.ทำไมต้องสมมติเรียก.เพราะสมมติเรียกไม่ใช่สิ่งที่มีจริง..ขอความเข้าใจด้วยครับ.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
วันที่ 12 ก.ย. 2568

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อว่าโดยสภาพธรรมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวเรา หรือ เป็นใครก็ตาม หรือ เป็นอะไรก็ตาม ก็คือ ความเกิดขึ้นเป็นไปของสภาพธรรม ทั้งที่เป็นนามธรรม และ รูปธรรม นั่นเอง เพราะมีความเกิดขึ้นเป็นไปของสภาพธรรม จึงหมายรู้ได้ว่าเป็นใคร หรือ เป็นอะไร ถ้าไม่สมมติเรียก จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังกล่าวหมายถึงใคร หรือ หมายถึงอะไร แม้แต่ในการทรงแสดงพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็มีทั้ง สมมติเทสนา และ ปรมัตถเทสนา ตามข้อความใน พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ ๑๕๙ (อรรถกถาเวปุลลปัพพตสูตร) ดังนี้

จริงอยู่ เทศนาของพระพุทธเจ้าผู้มีพระภาคมี ๒ อย่าง คือ สมมติเทศนา และปรมัตถเทศนา. ในเทศนา ๒ อย่างนั้น สมมติเทศนา มีอย่างนี้คือ บุคคล สัตว์ หญิง ชาย กษัตริย์ พราหมณ์ เทวดา มาร. ปรมัตถเทศนามีอย่างนี้ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ขันธ์ ธาตุ อายตนะ สติปัฏฐาน.

ในเทศนา ๒ อย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงสมมติเทศนาแก่บุคคลผู้ฟังเทศนาโดยสมมติ แล้วสามารถบรรลุคุณวิเศษได้. ทรงแสดงปรมัตถเทศนาแก่บุคคลผู้ฟังเทศนา โดยปรมัตถแล้วสามารถบรรลุคุณวิเศษได้.


... ยินดีในกุศลของคุณ Kuat639 และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chatchai.k
วันที่ 12 ก.ย. 2568

โดยสภาพธรรมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวเรา หรือ เป็นใครก็ตาม หรือ เป็นอะไรก็ตาม ก็คือ ความเกิดขึ้นเป็นไปของสภาพธรรม ทั้งที่เป็นนามธรรม และ รูปธรรม เพราะมีความเกิดขึ้นเป็นไปของสภาพธรรม จึงหมายรู้ได้ว่าเป็นใคร หรือ เป็นอะไร ถ้าไม่สมมติเรียก จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังกล่าวหมายถึงใคร หรือ หมายถึงอะไร

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Kuat639
วันที่ 18 ก.ย. 2568

ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ.

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ