ประพฤติตามที่เป็นไป

 
nattawan
วันที่  9 ก.ค. 2567
หมายเลข  48084
อ่าน  48

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทุกขณะที่มีความเป็นไปทางกายวาจาก็เพราะอัธยาศัยที่สะสมมา จึงควรเข้าใจในความเป็นปกติของธรรมะในแต่ละขณะ ซึ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัย

จากการสนทนาเรื่องปฎิบัติธรรมที่ มศพ. 18 ส.ค. 56

ประพฤติตามที่เป็นไป จะเป็นประโยชน์เตือนใจอย่างไร? พยักหน้าหรือเปล่าเมื่อกี๊นี้ ... ตามที่เป็นไป ... ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นเลยค่ะ ปัจจัยมีพร้อมที่จะให้เป็นอย่างนั้นทุกขณะจิต

เพราะฉะนั้น กว่าจะรู้ตามความเป็นจริงทุกย่างก้าวหรือทุกขณะที่เอื้อมไปทำอะไรก็ตามแต่นะคะ คนที่เข้ามาในมูนิธินะคะ เราเดินตามหลังเขามา รู้ไหมว่าใครอยู่ข้างหน้า ... ใครเดินอยู่ข้างหน้า เห็นหลังนะคะไม่ได้เห็นหน้าแต่ว่าอยู่ข้างหลังแล้วเค้าเดินอยู่ข้างหน้า ยังรู้เลยว่าใครเพราะอะไรคะ? ... ประพฤติตามที่เป็นไป จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามแต่ค่ะ แต่ละคนก็ประพฤติตามที่เป็นไป

เพราะฉะนั้น ขณะนั้นเป็นธรรมะทั้งหมดกว่าจะกล่าวได้จริงๆ ว่าทุกอย่างเป็นธรรมะ ... เป็นธรรมะทั้งหมด ... ความละเอียดต้องมากแค่ไหนที่จะไม่ลืมว่าขณะนั้นไม่ใช่เรา ... แต่เป็นอะไร ... และคิดอย่างนั้นคืออะไร แล้วก็ยังรู้ว่าแม้จำได้ข้างหลังก็ยังรู้ว่าเป็นใคร ... ก็ตามที่ประพฤติใช่ไหมคะ? ประพฤติทุกอย่างทุกขณะ จะเคลื่อนไหว จะเดิน จะนั่ง ตามที่เป็นไปคือตามที่สะสมมา

เพราะฉะนั้น ตามปกตินี่แหละทำให้ เข้าใจธรรมะว่าเป็นอนัตตา แต่พอจะไปผิดปกติ ไม่มีวันที่จะรู้ธรรมะตามความเป็นจริง

เพราะฉะนั้น ทุกวันนี้เราก็เห็น สนทนากันสารพัดเรื่องนะคะ แล้วก็รู้มั้ยว่าขณะนั้นน่ะกำลัง คุ้ยกิเลส ถ้าไม่มีการสนทนากันเลยนะคะ นั่งเฉยๆ น่ะกิเลสจะโผล่ไหมคะ?

แต่พอสนทนากัน ... มาแล้วค่ะ คุ้ย ... คุ้ยใหญ่ แล้วแต่ว่าหมกอะไรไว้แค่ไหน มากมายแค่ไหนใช่ไหมคะ ... เห็นเลย ... แต่ว่าไม่เห็น ... กลับไปเห็นคนอื่น ... ทั้งๆ ที่ขณะนั้นน่ะ สิ่งที่กำลังปรากฏเนี่ย กำลังคัุยกิเลสของแต่ละคนออกมาให้ดูว่า สะสมความเมตตาหรือว่าสะสมความผูกโกรธ เพราะว่าบางคนเขาจะบอกว่า อย่าไปพูดกับคนนั้นนะ แทนที่จะบอกว่าเป็นเพื่อน พอเป็นเพื่อนก็สงสัยอีก ... ไหนบอกว่าไม่ให้คบคนพาลใช่ไหมคะ ... ช่างสงสัยไปหมดเลยค่ะ

แต่ว่าถ้าฟังและเข้าใจธรรมะ เมตตา คือจะใช้คำว่าเพื่อนหรือจะแปลว่าอะไรก็ตามแต่นะคะ ขณะนั้นเป็นสภาพที่หวังดี ... หวังดีกับทุกคนไหม?? เป็นโทษเป็นภัยอะไรคะ กับการที่จะหวังดีกับใครๆ ไม่ว่าเขาเป็นใคร ไม่ได้ไปทำร้ายเลย ขณะนั้นไม่มีกิเลสที่จะคุ้ยใช่ไหมคะ?

แต่พอโกรธ ... อย่าไปพูดกับเขานะ เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้น่ะค่ะ ... คุ้ยกิเลสของตัวเองออกมาให้เห็นว่าหมกไว้แค่ไหน ... ใช่ไหมคะ ... ลึกแค่ไหนถ้าไม่มีอะไรปรากฏ ก็ไม่สามารถรู้ได้

เพราะฉะนั้น พระธรรมที่ทรงแสดงนี่ค่ะ วาจาสัจจะ เป็นประโยชน์ทุกคำ แต่ต้องไตร่ตรองนะคะ และยิ่งเป็นประโยชน์มากขึ้นเมื่อรู้ว่า เป็นธรรมะฝ่ายดีหรือว่าฝ่ายไม่ดี มีสองฝ่ายนะคะ

เชิญชม ...

ประพฤติตามที่เป็นไป

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลวิริยะของอ.อรรณพ หอมจันทร์


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 9 ก.ค. 2567

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ