มีเพราะความคิด ถ้าไม่คิดก็ไม่มี

  
nattawan
วันที่  6 ส.ค. 2566
หมายเลข  46357
อ่าน  863

????เสียงเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่ง ได้ยินก็เป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่ง ติดข้องหรือขุ่นเคืองในเสียง ก็เป็นสภาพธรรมอีกอย่างหนี่ง เป็นคนละขณะๆ สรุป สิ่งที่มีจริงคือสภาพธรรมที่มีลักษณะที่ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
????มีเพราะความคิด ถ้าไม่คิดก็ไม่มีอะไร ความจริงคือความคิดแต่ละขณะ
????สิ่งใดที่มีจริงๆ คือธรรมะ ทุกสิ่งที่มีจริงๆ คือธรรมะ เพียงแต่ไม่สนใจที่จะเข้าใจให้มากขึ้น ตั้งแต่เกิดจนตาย รู้จักความจริงอะไรของธรรมะบ้าง!!
????สิ่งที่มีจริงเป็นของใคร เป็นของชนชาติหนึ่งชาติใดหรือเปล่า!!
????ธรรมะเป็นสิ่งที่มีจริง แต่ไม่รู้เพราะอวิชชาปกปิดไว้
????ฝันไม่ใช่เรา แต่เป็นจิตคิดนึกในขณะที่ไม่มีสิ่งใดปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย แต่มาจากความจำ ปรุงแต่งนึกคิดเป็นเรื่องราวที่ฝัน เห็นไม่ใช่ฝันเพราะมีสิ่งที่ปรากฏให้เห็น ได้ยินไม่ใช่ฝันเพราะมีเสียงปรากฏ ... คืนนี้จะฝันเรื่องอะไร คือคืนนี้จะคิดนึกเรื่องอะไร
????ถ้าไม่มีปัญญา พรุ่งนี้ก็จะมีอกุศลมากกว่าวันนี้

บ้านธัมมะ พ.ค.๒๕๕๒

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตทุกท่านค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
nattawan
วันที่ 6 ส.ค. 2566

????ถ้าไม่มีจิต โลกนี้ไม่ปรากฏ โลกจริงๆ คือ แต่ละคน จิต เจตสิก รูป ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่เกิดดับ ทุกคนเป็นโลกแต่ละโลก
????โลก ๖ ทาง คือ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
????แต่ละจิต แต่ละคน เป็นแต่ละโลก ทุกคนยังมีกิเลสอยู่หรือเปล่า กิเลสมืด ไม่รู้ความจริงขณะนั้นได้ เพราะอกุศลทั้งหมดมืด โลกมืดเพราะกิเลส
????อกุศลเป็นโทษที่ควรละอย่างยิ่ง
???? ยังมีกิเลสมาก แต่ค่อยๆ ละได้ด้วยการฟังธรรม ค่อยๆ ละความเห็นผิดที่ยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน

บ้านธัมมะ ๑๐ มิ.ย. ๕๒

  
  ความคิดเห็นที่ 2  
  
nattawan
วันที่ 6 ส.ค. 2566

????"สิ่งใดที่มี นั่นแหละเป็นอนัตตา" เพราะไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เป็นธรรมะ เป็นอนัตตา (สิ่งที่มี คือ โลกียะ ๓ ได้แก่ จิต เจตสิก รูป และโลกุตตระ ๑ คือ นิพพาน)
????"แสนโง่" แม้สภาพธรรมะปรากฏก็ไม่รู้ (อวิชชา) และไม่อยากจะรู้ด้วย (ประมาท) เพราะไม่มีศรัทธา ก็อยู่ในความมืด จนกว่าจะค่อยๆ เข้าใจธรรมะขึ้น
????ธรรมะแต่ละอย่างปรากฏเพียงชั่วคราว สั้นแสนสั้น แล้วความไม่รู้ก็ทำให้ไม่เห็นจริงว่าสิ่งนั้นเกิดแล้วดับ แต่การเกิดดับสืบต่อจนกระทั่งปรากฏเป็นนิมิต รูปร่างสัณฐานให้จำไว้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งความจริง สิ่งนั้นเกิดแล้วดับ แต่ว่าเกิดดับสืบต่อซ้ำในลักษณะที่ปรากฏเหมือนเป็นสิ่งที่เที่ยง ไม่ดับเลย นี่คือความไม่รู้ นี่คือความมืดสนิท จนกว่าจะมีการฟังพระธรรม เริ่มเข้าใจจากการฟัง จนกว่าจะประจักษ์ความจริงของธรรมะ ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่เกิดดับ
????ฉลาดไหมที่ยึดถือสภาพที่ไม่ใช่ของเรา ว่าของเรา สภาพที่ไม่ใช่เรา ว่าเป็นเรา!!!!!

บ้านธัมมะ ๑๗ มิ.ย. ๕๒

  
  ความคิดเห็นที่ 3  
  
nattawan
วันที่ 6 ส.ค. 2566

????ชื่อปิดบังสิ่งทั้งปวง รู้มากๆ ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่เข้าใจสภาพธรรมตามที่เป็นจริง
????ธรรมะ คือ สิ่งที่มีจริง ธรรมที่เป็นกุศลธรรม ธรรมที่เป็นอกุศลธรรม และธรรมที่ไม่เป็นกุศลและอกุศล คือ อัพยากตธรรม เช่น เสียง ขณะที่เป็นผลของกุศลและอกุศล (วิบาก)
????กรรม คือ สภาพธรรมอย่างหนึ่ง คือ เจตนา เป็นความจงใจ ขวนขวายกระทำ เจตนาที่เกิดกับกุศลจิต เป็นกุศลเจตนา เป็นเหตุดี เป็นปัจจัยให้เกิดผลดี เจตนาที่เกิดกับอกุศลจิต เป็นอกุศลเจตนา เป็นเหตุไม่ดี เป็นปัจจัยให้เกิดผลที่ไม่ดี และจิตที่เป็นวิบาก (ผลของกรรม) เช่น ขณะเห็นก็มีเจตนาเกิดด้วย ไม่ใช่กุศลและอกุศล เป็นอัพยากตกรรม
????ไม่มีชื่อก็เป็นธรรมะ อย่าเอาชื่อมาปิดบังลักษณะของสภาพธรรมะ

บ้านธัมมะ ๒๔ มิ.ย. ๕๒

  
  ความคิดเห็นที่ 4  
  
nattawan
วันที่ 6 ส.ค. 2566

สิ่งที่ควรรู้และควรคิดตามที่เป็นจริง คือ สิ่งที่ปรากฏ

ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว และไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นด้วย จึงจะละคลายสภาพธรรมะที่เป็นเราได้

บ้านธัมมะ ๘ ก.ค. ๕๒

  
  ความคิดเห็นที่ 5  
  
nattawan
วันที่ 6 ส.ค. 2566

สภาพธรรมะไม่ไกลเลย แต่ปัญญาที่จะรู้สภาพธรรมะนั้นแสนไกล

ความจริงโดยสมมติ ย่อมผันแปร แต่อริยสัจจะ สภาพธรรมที่มีจริง ไม่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เช่น ลักษณะของโทสะไม่เปลี่ยนแปลงไปเป็นโลภะ

บ้านธัมมะ ๑๕ ก.ค. ๕๒

ยินดีในกุศลจิตทุกท่านค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 6  
  
chatchai.k
วันที่ 6 ส.ค. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

  
  ความคิดเห็นที่ 7  
  
Wiyada
วันที่ 7 ส.ค. 2567

กราบอนุโมทนาค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 8  
  
nattawan
วันที่ 8 ส.ค. 2567

ยินดีในกุศลจิตค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 9  
  
Jarunee.A
วันที่ 11 ส.ค. 2567

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ