เรื่องราวในชีวิตประจำวันไม่มีจริง

  
narong.p
วันที่  24 ส.ค. 2550
หมายเลข  4630
อ่าน  2,074

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่มั่นคงขึ้น ขอให้สหายธัมมะแสดงความคิดเห็นในหัวข้อนี้ที่ว่า

เรื่องราวในชีวิตประจำวันไม่มีจริง มีเพียง จิต เจตสิก รูป ที่เกิดขึ้นทำกิจเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันมีเมื่อคิด


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
wannee.s
วันที่ 24 ส.ค. 2550

จริงๆ แล้วก็ไม่พ้นไปจากจิต เจตสิก รูป โดยสภาพของจิตเกิดดับสื่บต่อกันโดยเหตุ ปัจจัย ถ้าไม่มีจิตแล้ว เรื่องราวต่างๆ ในโลกนี้ก็ไม่มี สิ่งที่จิตรู้ เป็นสิ่งที่มีจริง และไม่มีจริง ที่เราไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมว่า ไม่มีตัวเรา เพราะเราถูกอวิชชา คือ ความไม่รู้ทั้งหมดปิดบัง ทำให้เราหลงยึดถือด้วย ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ฯลฯ

  
  ความคิดเห็นที่ 2  
  
ajarnkruo
วันที่ 24 ส.ค. 2550

จิตเป็นสภาพรู้ ธาตุรู้ อาการรู้ เกิดดับเพียงทีละหนึ่งขณะ แต่กระนั้น ด้วยความรวดเร็วของการเกิดดับสืบต่อกันตามเหตุปัจจัย บัญญัติที่ประติดประต่อขึ้นมาจากรูปต่างๆ จากสิ่งที่เห็นทางตาดับไป ภวังคจิตหลายขณะเกิดคั่นดับไป จิตคิดทางมโนทวารเกิดขึ้นดับไป กลับดูเหมือนว่าเรายังสามารถคิดนึกในเรื่องนั้นต่อได้อีก เสมือนกับว่าอยู่ในโลกของความเป็นจริง ทั้งที่ไม่ใช่ เพราะขณะนั้น เป็นเพียงบัญญัติที่เป็นอารมณ์ของจิต ด้วยเหตุที่ อวิชชา ปิดบังสภาพของจิตที่คิดนึกเรื่องราวจาก สัญญาความทรงจำในรูปที่เกิดกับจิตทางทวารต่างๆ หรือจากเวทนา ความรู้สึก สุข ทุกข์ เฉย ที่เกิดขึ้นเสวยอารมณ์นั้นๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยให้จิตคิด เกิดคิดไปต่างๆ นาๆ หมกมุ่นอยู่แต่ในโลกความคิดของตน โดยไม่ได้ระลึกรู้ถึงถึงสภาพจริงที่ปรากฏกับจิต รวมทั้งไม่สามารถประจักษ์ถึงความเกิดดับของจิตแต่ละดวง โดยการแยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิงด้วยปัญญาในขั้นสูงได้

หากไม่ได้ศึกษาในพระธรรม ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พุทธสาวก ตลอดพระชนมายุ ๔๕ พรรษา ก็ไม่อาจจะหลุดพ้นไปจาก "อัตตสัญญา" ที่ทำให้จำมั่นในความเห็นผิดว่ามีสัตว์ บุคคล ตัวตน สิ่งต่างๆ จากคำที่บัญญัติขึ้น และไม่อาจจะหลุดพ้นไปจาก "อวิชชา" สภาพที่ไม่รู้ สภาพที่หลงลืม จึงหลงวนอยู่แต่ในความคิดของตนในสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏ ที่เข้ามาหลอมรวมกันเสมือนเป็นเรื่องราวมากมายในชีวิตประจำวัน

  
  ความคิดเห็นที่ 3  
  
shumporn.t
วันที่ 25 ส.ค. 2550

ถ้าท่านผู้ฟังเห็นช่างกำลังเขียนรูป จากสิ่งซึ่งไม่มีอะไรเลย แต่อาศัยสีต่างๆ กระทำให้วิจิตรเกิดขึ้นเป็นรูปต่างๆ ฉันใด ขณะนี้จิตของท่านผู้ฟังเหมือนกับช่างเขียนซึ่งกำลังจะเขียนรูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ซึ่งจะเกิดต่อไปในอนาคต ขณะนี้ทุกท่านต่างกันตามกรรมที่ได้กระทำแล้ว เพราะความวิจิตรซึ่งเกิดขึ้นเนิ่นนานมาแล้ว ฉันใด จิตซึ่งกำลังวิจิตรในขณะนี้ก็กำลังกระทำให้วิจิตร ซึ่งจะเป็นคติ จะเป็นเพศ จะเป็นรูปร่างสัณฐาน จะเป็นการได้ลาภหรือเสื่อมลาภ ได้ยศหรือเสื่อมยศ ได้สุขหรือทุกข์ นินทาหรือสรรเสริญในกาลข้างหน้า ด้วยเหตุนี้จึงควรที่จะพิจารณาลักษณะของจิตที่กำลังปรากฏ ซึ่งกำลังเขียนสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้า (พุทธธรรม)

  
  ความคิดเห็นที่ 4  
  
ไรท์แจกแล้วไง
วันที่ 25 ส.ค. 2550

ถ้าขณะนี้สติไม่เกิด ก็ไม่รู้ความจริงซึ่งไม่ใช่เรื่องราวใดๆ เลย

  
  ความคิดเห็นที่ 5  
  
แล้วเจอกัน
วันที่ 25 ส.ค. 2550

มีเมื่อคิด หลับสนิท เรื่องนั้นมีหรือเปล่า

  
  ความคิดเห็นที่ 6  
  
ไตรสรณคมน์
วันที่ 26 ส.ค. 2550

คิดมีจริง

แต่สิ่งที่คิดน่ะ ไม่มี

  
  ความคิดเห็นที่ 7  
  
wannee.s
วันที่ 26 ส.ค. 2550

ขณะที่หลับสนิทเป็นภวังคจิต จะไม่ฝัน ไม่มีเรื่องราวต่างๆ ของโลกนี้ ปุถุชนขณะหลับฝัน สัตว์เดรัจฉานหลับก็ฝัน เปรตก็ฝัน อสุรกายก็ฝัน ส่วนพระอรหันต์ ไม่ฝัน และสัตว์นรกก็ไม่ฝัน เพราะได้รับทุกขเวทนามาก ไม่มีเวลาหลับ ไม่มีเวลาฝันค่ะ

  
  ความคิดเห็นที่ 9  
  
study
วันที่ 28 ส.ค. 2550
เรื่องราวเป็นเพียงบัญญัติที่จิตคิดถึงเท่านั้น ไม่มีสภาวอยู่จริง
  
  ความคิดเห็นที่ 10  
  
คุณ
วันที่ 20 ก.พ. 2552
ขออนุโมทนาค่ะ
  
  ความคิดเห็นที่ 11  
  
suwit02
วันที่ 22 ก.พ. 2552
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 04630 ความคิดเห็นที่ 6 โดย ไตรสรณคมน์

คิดมีจริง

แต่สิ่งที่คิดน่ะ.....ไม่มี


สาธุ

  
  ความคิดเห็นที่ 12  
  
yu_da2554hotmail
วันที่ 27 ก.ค. 2566

ยินดีในกุศลจิตค่ะ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ