ทุกขสูตร

 
บ้านธัมมะ
วันที่  18 ก.ย. 2565
หมายเลข  44036
อ่าน  489

ใน ทุกขสูตร

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ปฐวีธาตุนี้จักมีทุกข์โดยส่วนเดียว อันทุกข์ติดตามถึง อันทุกข์หยั่งลงถึง อันสุขไม่หยั่งลงถึงแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงยินดีในปฐวีธาตุ แต่เพราะปฐวีธาตุอันสุขติดตามถึง อันสุขหยั่งลงถึง อันทุกข์ไม่หยั่งลงถึง ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในปฐวีธาตุนี้

ข้อความต่อไปเป็นอาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ โดยนัยเดียวกัน

ควรที่จะระลึกรู้ลักษณะของธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมไหม หลังจากที่ได้ศึกษาพระไตรปิฎกแล้ว หรือยังจะข้ามต่อไปอีก เคยมีความสุขที่เกิดจากธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมบ้างไหม ของที่รักที่พอใจชอบใจมีอะไรที่ไม่ใช่ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมบ้าง ต้องมีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมเป็นใหญ่เป็นประธาน ไม่ว่าในสิ่งที่เป็นอาหาร ในสิ่งที่เป็นวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ ในทุกสิ่งทุกประการนั้น

เพราะฉะนั้น ตลอดมาเคยพบแต่ความแช่มชื่น ความพอใจในปฐวีธาตุ ในอาโปธาตุ ในเตโชธาตุ ในวาโยธาตุ แต่ว่าเป็นที่ควรจะต้องรู้ เพื่อละคลาย

ข้อความต่อไปในสูตรเดียวกัน มีว่า

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ปฐวีธาตุนี้จะมีสุขโดยส่วนเดียว อันสุขติดตามถึง อันสุขหยั่งลงถึง อันทุกข์ไม่หยั่งลงถึงแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายจากปฐวีธาตุ แต่เพราะปฐวีธาตุมีทุกข์อันทุกข์ติดตามถึง อันสุขไม่หยั่งลงถึง ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายจากปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ


ที่มา และ อ่านเพิ่มเติม ...

... แนวทางเจริญวิปัสสนา ตอนที่ 97


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
สิริพรรณ
วันที่ 19 มี.ค. 2569

-เป็นเรื่องธรรมดาทุกๆ วัน ที่ไม่เคยหน่าย ไม่เคยคลาย ไม่เคยเห็นโทษ ไม่เคยรู้ชัด เพราะว่าข้ามไป เห็นว่าเป็นสิ่งที่ปกติธรรมดาๆ เท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้ว การรู้ชัดต้องรู้ชัดในสิ่งที่ปรากฏตามความเป็นจริงจึงจะละคลายได้

-ความปรากฏ ความเกิดแห่งปฐวีธาตุ เป็นความเกิดแห่งทุกข์ เป็นที่ตั้งแห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชรา มรณะ มีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมแล้วไม่แก่ได้ไหม ไม่เจ็บได้ไหม ก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน

-ทันทีที่เกิด ก็ดับไป นั่นเป็นสิ่งที่ถ้ารู้ก็ทำให้เห็นว่าเป็นโทษ ถ้าไม่รู้อย่างนี้ก็ยังคงปรารถนาให้มีรูป ให้มีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมเกิดขึ้นอีก ชาติหน้าขอให้เป็นอย่างนั้น ชาติโน้นขอให้เป็นอย่างนี้ แต่ไม่ทราบถึงความจริงว่า เมื่อใดที่ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมเกิดขึ้นปรากฏ เมื่อนั้นก็เป็นที่ตั้งของทุกข์ เป็นที่ตั้งของโรค เป็นความปรากฏของชรา และมรณะอยู่เรื่อยไป

-ไม่มีผู้ที่เจริญสติปัฏฐานแล้วไม่รู้ลักษณะของธาตุที่ปรากฏที่กาย สิ่งนั้นปรากฏแล้ว ก็เป็นผู้เจริญสติเพื่อให้ปัญญารู้ชัด ถ้าไม่รู้ชัดในสิ่งที่กำลังปรากฏแล้วปัญญาจะรู้อะไร เพราะฉะนั้น ท่านเป็นผู้ที่รู้ชัดในปฐวีธาตุแล้วหรือยัง ถ้าไม่รู้ซึ่งความเกิด ซึ่งความดับ ซึ่งข้อปฏิบัติให้รู้ชัดในความเกิด ความดับแล้ว จะไม่ใช่สมณะในหมู่สมณะ ไม่ใช่พราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ ไม่มีปัญญาที่รู้ชัดที่จะละคลายกิเลสได้

-ข้ามไม่ได้ อย่าไปหลงแสวงหาสิ่งอื่นที่ไม่ปรากฏด้วยความเข้าใจผิด แต่ละเลยที่จะพิจารณาแล้วรู้ชัดสิ่งที่กำลังปรากฏ

ขอถวายความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า ด้วยสำนึกคุณค่าของชาตินี้ที่ได้ฟังคำของพระองค์จากท่านผู้แสดงความละเอียดให้พิจารณา

น้อมกราบสำนึกในพระคุณและกุศลธรรมอันดำรงสืบต่อพระศาสนาของท่านอาจารย์ด้วยกล่าวซ้ำๆ ย้ำเตือน พร่ำสอนมีเจตนาอันงดงามสูงยิ่ง มั่นคงในการเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้ศึกษา และน้อมประพฤติตามค่ะ




 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ