ลักษณะของจีวร [พระวินัยปิฎก มหาวรรค]
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  18 ส.ค. 2561
หมายเลข  30005
อ่าน  287

 พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒- หน้าที่ ๒๗๕

                      พระพุทธบัญญัติห้ามใช้จีวรที่ไม่ตัด

           [๑๔๘]    ก็โดยสมัยนั้นแล  พระฉัพพัคคีย์ใช้จีวรที่ไม่ได้ตัด   ใช้จีวร

ที่ย้อมน้ำฝาด   มีสีเหมือนงาช้าง ประชาชนจึงพากันเพ่งโทษติเตียน โพนทะนา

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ  ตรัสห้ามว่า    ดูก่อน

ภิกษุทั้งหลาย  ภิกษุไม่พึงใช้จีวรที่มิได้ตัด  รูปใดใช้  ต้องอาบัติทุกกฏ.

 

                              พระพุทธบัญชาให้แต่งจีวร

           [๑๔๙]  ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์

ตามพระพุทธาภิรมย์   แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินไปทางทักขิณาติรีชนบท พระ-

องค์ทอดพระเนตรเห็นนาของชาวมคธ     ซึ่งเขาพูนดินขึ้นเป็นคันนาสีเหลี่ยม

พูนคันนายาวทั้งด้านยาวและด้านกว้าง    พูนคันนาคั่นในระหว่าง ๆ  ด้วยคันนา

สั้น ๆ  พูนคันนาเชื่อมกันดังทาง ๔   แพร่ง   ตามที่ซึ่งคันนากับคันนาผ่านตัดกัน

ไป   ครั้นแล้ว   รับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า    อานนท์เธอเห็นนาของชาวมคธ

ซึ่งเขาพูนดินขึ้นเป็นคันนาสี่เหลี่ยม  พูนคันนายาวทั้งด้านยาวและด้านกว้าง พูน

คันนาคั่นในระหว่าง ๆ  ด้วยคันนาสั้น ๆ  พูนคันนาเชื่อมกันดังทาง  ๔   แพร่ง

ตามที่ซึ่งคันนากับคันนาผ่านตัดกันไปหรือไม่  ?

           อา.  เห็นตามพระพุทธดำรัส  พระพุทธเจ้าข้า.

           ภ.   เธอสามารถแต่งจีวรของภิกษุทั้งหลายให้มีรูปอย่างนั้นได้หรือไม่ ?

           อา.   สามารถ   พระพุทธเจ้าข้า.

           ครั้งนั้น   พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่  ณ ทักขิณาคิรีชนบทตามพระ-

พุทธาภิรมย์  แล้วเสด็จกลับมาพระนครราชคฤห์อีก    ครั้งนั้นท่านพระอานนท์

แต่งจีวรสำหรับภิกษุหลายรูป   ครั้นแล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้กราบทูล

ว่า     ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงทอดพระเนตรจีวรที่ข้าพระพุทธเจ้าแต่งแล้ว

พระพุทธเจ้าข้า.

                           ตรัสสรรเสริญท่านพระอานนท์

           ลำดับนั้น      พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถา    ในเพราะเหตุเป็น

เค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น  แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า  ดูก่อนภิกษุ

ทั้งหลาย  อานนท์เป็นคนฉลาด อานนท์เป็นคนเจ้าปัญญา   อานนท์ได้ซาบซึ้ง

ถึงเนื้อความแห่งถ้อยคำที่เรากล่าวย่อได้โดยกว้างขวาง   อานนท์ทำผ้าชื่อกุสิก็ได้

ทำผ้าชื่ออัฑฒกุสิก็ได้  ทำผ้าชื่อมณฑลก็ได้  ทำผ้าชื่ออัทฒมณฑลก็ได้  ทำผ้าชื่อ

วิวัฏฏะก็ได้  ทำผ้าชื่ออนุวิวัฏฏะก็ได้   ทำผ้าชื่อคีเวยยกะก็ได้   ทำผ้าชื่อชังเฆย-

ยกะก็ได้   และทำผ้าชื่อพาหันตะก็ได้ จีวรจักเป็นผ้าที่ตัดแล้ว     เศร้าหมองด้วย

ศัสตรา    สมควรแก่สมณะและพวกศัตรูไม่ต้องการ.

           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   เราอนุญาตผ้าสังฆาฏิตัด   ผ้าอุตราสงค์ตัด   ผ้า

อันตรวาสกตัด.

 

 พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ ๓๔๐
                                         (อรรถกถา)

                                      ว่าด้วยจีวรตัด

           บทว่า  อจฺจิพทฺธํ  คือ  มีกระทงนาเนื่องกันเป็นสี่เหลี่ยม.

           บทว่า  ปาลิพฺทธํ  คือ  พูนคันนายาวทั้งด้านยาวและด้านกว้าง.

           บทว่า มริยาทพทฺธํ   คือ  พูนคันนาคั่นในระหว่างๆ ด้วยคันนาสั้นๆ.

      บทว่า  สิงฺฆาฏกพทฺธํ    คือ  พูนคันนาเชื่อมกันดังทาง  ๔  แพร่ง

ตามที่ซึ่งคันนากับคันนาผ่านตัดกันไป,  อธิบายว่า  มีสัณฐานดังทาง  ๔  แพร่ง

           สองบทว่า   อุสฺสหสิ   ตฺวํ   อานนฺท   มีความว่า  อานนท์  เธอ

อาจหรือ ?

           บทว่า  สํวิทฺหิตุํ  ได้แก่   เพื่อทำ.

           สองบทว่า   อุสฺสหามิ   ภควา    มีความว่า   ท่านอานนท์แสดงว่า

ข้าพระองค์  อาจตามนัยที่พระองค์ประทาน.

           บทว่า  ยตฺร  หิ  นาม  คือ โย  นาม

           วินิจฉัยในคำว่า  กุสิมฺปิ  นาม  เป็นอาทิ   พึงทราบดังนี้:-

           คำว่า   กุสิ   นี้    เป็นชื่อแห่งผ้ายาว     มีอนุวาตด้านยาวและด้านกว้าง

เป็นต้นต้น.

           คำว่า  อฑฺฒกุสิ  เป็นชื่อแห่งผ้าสั้นในระหว่าง ๆ.

           มณฑล  นั้น   ได้แก่   กระทงใหญ่   ในขัณฑ์อันหนึ่ง ๆ แห่งจีวรมี

๕  ขัณฑ์.

           อัฑฒมณฑล  นั้น    ได้แก่  กระทงเล็ก.

           วิวัฏฏะ   นั้น   ได้แก่   ขัณฑ์ตรงกลางที่เย็บมณฑลกับอัฑฒมณฑล

ติดกัน.

           อนุวิวัฏฏะ  นั้น  ได้แก่  ๒  ขัณฑ์ที่สองข้างแห่งวิวัฎฏะนั้น.

           คีเวยยกะ   นั้น   ได้แก่   ผ้าตามอื่นที่เย็บด้วยด้าย  เพื่อทำไห้ทนทาน

ในที่ ๆ พันคอ.

           ชังเฆยยกะ  นั้น  ได้แก่   ผ้าที่เย็บอย่างนั้นเหมือนกัน    ในที่ ๆ ปก

แข้ง.

    อาจารย์บางพวกกล่าวว่า  คำว่า   คีเวยยกะ   และ  ชังเฆยยกะ  นั้น

เป็นชื่อแห่งผ้าที่ตั้งอยู่ในที่แห่งคอและในที่แห่งแข้ง.

           พาหันตะ  นั้น  ได้แก่  ขัณฑ์อันหนึ่ง ๆ นอกอนุวิวัฏฏะ

           คำว่า  กุสิมฺปิ   นาม   เป็นอาทินี้   พระอาจารย์ทั้งหลายวิจารณ์แล้ว

ด้วยจีวรมี  ๕  ขัณฑ์   ด้วยประการฉะนี้แล.     

           อีกประการหนึ่ง  คำว่า  อนุวิวัฏฏะ  นี้   เป็นชื่อแห่ง  ๒  ขัณฑ์  โดย

ข้างอันหนึ่ง    แห่งวิวัฏฏะ    เป็นชื่อแห่ง  ๓   ขัณฑ์บ้าง  ๔  ขัณฑ์บ้างโดยข้างอัน

หนึ่งแห่งวิวัฏฏะ.

           คำว่า  พาหันตะ  นี้   เป็นชื่อแห่งชายทั้งสอง   (แห่งจีวร)  ที่  ภิกษุ

ห่มจีวรได้ขนาดพอดี  ม้วนพาดไว้บนแขน  มีด้านหน้าอยู่นอก.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
kullawat
วันที่ 20 ส.ค. 2561 07:31 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ