Print 
ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บริษัท สยามแฮนด์ส จำกัด อ.สามพราน จ.นครปฐม ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๐
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  25 มิ.ย. 2560
หมายเลข  28941
อ่าน  1,029

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อวันพุธ ที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้รับเชิญจากคุณอมรา พวงชมภู กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามแฮนด์ส จำกัด เจ้าของธุรกิจผลิตเสื้อยืดแตงโม เพื่อไปสนทนาธรรมที่บริษัท สยามแฮนด์ส จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น.

ท่านอาจารย์เดินทางมาถึงก่อนเวลาพอสมควร ซึ่งทางคุณอมราได้กราบเรียนเชิญให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถ ณ ศาลา ข้างเรือนพักรับรองริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี มองเห็นความร่มรื่นของธรรมชาติ และความเป็นอยู่ของชุมชนริมน้ำฝั่งแม่น้ำดั้งเดิม ที่ดูเงียบสงบ เย็น สบายตา เป็นอย่างยิ่ง

การมาสนทนาธรรมของท่านอาจารย์ที่นี่ เป็นการเดินทางมาเป็นครั้งที่ ๒  ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสนทนากลุ่มเล็กที่จัดขึ้นในบริเวณส่วนที่เป็นบ้านพักของคุณอมรา สำหรับท่านที่สนใจ สามารถคลิกชมได้ตามลิงค์ที่แนบไว้ในตอนท้าย นะครับ

เมื่อได้เวลาสนทนาธรรม ท่านอาจารย์ซึ่งมีอายุย่างเข้า ๙๑ ปีแล้ว แต่ดูแข็งแรงมาก ท่านไม่ยอมขึ้นรถไฟฟ้าที่จัดไว้ให้ แต่ประสงค์ที่จะเดินมาสู่ห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ในบริเวณโรงงานด้วยตัวเอง ซึ่งที่สนทนาธรรมอยู่ห่างจากเรือนรับรองในระยะไกลพอสมควร ท่านอาจารย์มักกล่าวแก่ผู้ใกล้ชิดเสมอๆว่า ท่านนั่งมากและเป็นเวลานานหลายชั่วโมงอยู่แล้วในแต่ละวัน จึงควรยืนหรือเดินบ้าง ทุกคนจึงไม่ต้องเป็นห่วงท่านเรื่องนั่ง เรื่องยืนเลย

การสนทนาธรรมที่นี่ในครั้งนี้ เป็นการสนทนาเพี่ยงครึ่งวันเช้า ซึ่งทางคุณอมรา พวงชมภู จัดให้พนักงานทั้งหมดราวสี่ร้อยคนในโรงงานมานั่งฟังการสนทนาธรรมโดยพร้อมเพรียงกัน ได้เห็นทุกคนตั้งใจฟังด้วยดี ด้วยความตั้งใจ ก็รู้สึกอนุโมทนาด้วยครับ ยากนักที่บุคคลจะได้พบได้ฟังคำจริง วาจาสัจจะ จากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสังสารวัฏ แม้จะเข้าใจได้โดยยาก แต่แม้ความเข้าใจเพียงเล็กน้อยในคราวนี้ ย่อมอาจเป็นปัจจัย เป็นพืชเชื้อให้บุคคลได้มีโอกาสเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ในวันหนึ่งข้างหน้าได้ เมื่อเข้าใจ ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาทในกุศลแม้เพียงเล็กน้อย เฉพาะอย่างยิ่ง ปัญญา ความเข้าใจถูก เห็นถูกในความจริงของสิ่งที่กำลังมีอยู่จริงๆ ในขณะนี้ 

ท่านอาจารย์  "แต่ละคำ" ฟังเพื่อความเข้าใจที่มั่นคง ไม่ต้องเปิดหนังสืออะไรก็ได้ เหมือนเฝ้าเฉพาะพระพักตร์และได้ยินคำซึ่งมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้แสนไกลถึงสองพันห้าร้อยกว่าปี คำที่กล่าวถึงความจริงที่พระองค์ได้ตรัสไว้ ในภาษาบาลี ก็ยังสามารถที่จะเข้าใจได้ ในทุกภาษา เพราะเหตุว่า สภาพธรรมะที่มีจริง ใช้ภาษาอะไรก็ได้ "ตัวธรรมะ" ไม่มีชื่อ!! เราเรียกว่าดอกกุหลาบ ชาติอื่นเรียกดอกกุหลาบหรือเปล่า? ประเทศอื่นเขาก็ไม่ได้เรียก แต่เขาก็หมายความถึงสิ่งเดียวกัน พูดถึงเห็น เราใช้คำว่า "เห็น" ชาติอื่นก็เป็นภาษาอื่นไปแล้ว แต่ก็หมายความถึงสิ่งที่มีจริง

เพราะฉะนั้น "สิ่งที่มีจริง" แต่ละหนึ่ง "แต่ละหนึ่ง" คิดดู ไม่ปนกันเลยช่น "เห็น" ก็ไม่ใช่ "ตา" และไม่ใช่ "สิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็น" ด้วย เห็นไหม? สามแล้ว "ได้ยิน" ก็ไม่ใช่ "เสียง" ถูกต้องไหม? ได้ยินไม่ใช่เสียง เพราะฉะนั้น "เสียง" ก็เป็นหนึ่ง "ได้ยิน" ก็เป็นหนึ่ง เป็นธรรมะแต่ละหนึ่ง แต่ละหนึ่ง แต่ละหนึ่ง ซึ่งเกิดดับ

ถ้าเข้าใจธรรมะ ก็จะเข้าใจคำที่แสดง "ความจริงของสิ่งที่มี" เช่น คำว่า "โลก" หรือ โล-กะ เราบอกว่าเราเกิดมาในโลก เราอยู่ในโลก เราเห็นโลก แต่ โลกคืออะไร? ต้องมาจากพื้นฐานเลย ถ้าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้น โลกก็ไม่มี!! เพราะฉะนั้น ความจริงของโลก คือ สิ่งที่เกิดดับ นั่นแหละ เป็นโลก!!

เพราะเหตุว่า ถ้าไม่มีสิ่งเกิดดับ โลกก็ไม่มี นี่คือ ความละเอียด จนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่าง แตกย่อย ละเอียดยิบ ก็ยังต้องเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดดับ ไม่มีโลก แต่พอเกิดรวมกันเร็วมากตามปัจจัย ก็ลวงให้เห็นเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เหมือนเที่ยง อย่างนักเล่นกล มองดูน่าอัศจรรย์ ทำได้อย่างไร เคยเห็นใครหยิบนกออกมาจากหมวก เราก็เห็นว่าหมวกไม่มีนก แต่เขาก็หยิบนกออกมาจากหมวกได้ แต่เวลาที่เขาอธิบายให้เราฟังลับหลัง จะมีวิธีการว่าทำอย่างไร แม้แต่ตึกที่เห็น พังไปต่อหน้าต่อตา เขาก็แสดงเบื้องหลังว่ามาจากไหนอย่างไร

นั่นคือความคิดของคน แต่ว่า "ธรรมะ" ไม่มีใครสามารถที่จะไปจัดการ ไปบงการ จะไปทำอะไรได้ เพียงมีปัจจัยเกิดแล้วดับ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ใครทำได้? ใคร "ทำเห็น" ได้ไหม? "เห็น" เกิดแล้ว!! ไม่มีใครทำ!! ใคร "ทำได้ยิน" เดี๋ยวนี้ได้ไหม? "ได้ยิน" เกิดไปแล้ว ดับแล้วด้วย

เพราะฉะนั้น ความคิดของเราไม่ละเอียดพอ ที่จะรู้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ คำว่า "ตรัสรู้" ละเอียดอย่างยิ่ง ถึงที่สุด โดยประการทั้งปวง ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะโลกนี้ สากลจักรวาลทั้งหมด ปัญญาของใครเทียบไม่ได้เลย อย่างเราได้ฟังคำแค่ไม่กี่คำ จากการที่ได้ตรัสรู้ พระปัญญาของพระองค์จะแค่ไหน ลองคิดดู

เพราะฉะนั้น ชาวพุทธต้องมีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงบำเพ็ญบารมี ให้เราฟัง "คำ" ซึ่งเราไม่มีโอกาสจะเข้าใจด้วยตัวเอง ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระองค์ ว่า จิต-ใจ เป็นธาตุรู้ เป็นสภาพรู้ มีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ถ้าไม่กล่าว ไม่มีใครสามารถที่จะบอกได้ แล้วจิตเกิดจากอะไร? แต่พระธรรมทรงแสดงไว้ละเอียดยิ่ง ทุกประการ ควรฟังไหม? ควรที่จะเข้าใจไหม? หรือว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดก็ผ่านไป เลยไป เหมือนไก่ได้เพชรพลอย ไม่เห็นคุณค่าเลย!!

เพราะฉะนั้น แต่ละคำ มีค่ายิ่งกว่านั้น มากมาย เปรียบไม่ได้เลย ทรัพย์สมบัติทั้งจักรวาล ก็ไม่สามารถเปรียบกับคำของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เรามีความเข้าใจถูก ว่าแท้ที่จริงที่ว่า "เป็นเรา" นี้ "เป็นธรรมะ" ทั้งหมด ตั้งแต่เกิดจนตาย นานา หลากหลาย ทุกวันๆ โกรธก็เป็นธรรมะ ได้ลาภก็เป็นธรรมะ เสื่อมลาภก็เป็นธรรมะ ทุกอย่างเป็นธรรมะ ซึ่งควรแก่การที่จะเข้าใจ จนกว่าไม่มีความยึดมั่นในความเป็นเรา!!!

เพราะอะไร? ตายแล้วอยู่ไหน? หายไปเลย ไม่เหลือเลย แล้วเราอยู่ไหน? แต่ ก่อนตายเป็นเราไปหมด เพราะไม่รู้ เพราะฉะนั้น ก็ควรจะเข้าใจถูกตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีอะไรสักอย่างที่เป็นของเรา!!! เพราะเกิดจริง ดับแล้วหมด เมื่อวานนี้อยู่ไหน? ใครย้อนกลับให้สิ่งที่เป็นเมื่อวานนี้มีอยู่เหลืออยู่ได้ไหม?

เพราะฉะนั้น วันนี้ก็เหมือนเมื่อวานนี้ของพรุ่งนี้ พอถึงพรุ่งนี้ วันนี้ไม่เหลือเลย เวลานี้สำคัญมากอยู่ตรงนี้ อยากได้โน่นอยากได้นี่ อยากทำโน่นอยากทำนี่ หิวบ้าง โกรธบ้าง อะไรบ้าง ก็หมดไปทุกขณะ พอถึงพรุ่งนี้ วันนี้ไม่เหลือเลย!! ฉันใด ชาตินี้ก็แค่ชาตินี้ชาติเดียว เพราะฉะนั้น ใครจะทำอะไรจากนี้ไป สิ่งที่ทำแล้ว จะสะสมสืบต่ออยู่ในจิต!!

เพราะฉะนั้น จิตเป็นใหญ่ ที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถที่จะเกิดขึ้นเป็นปัจจัยหนึ่ง จากชาตินี้ไปสู่ชาติต่อไป จากขณะนี้ สู่ขณะต่อไป เห็นไหม? แค่ขณะนี้เกิดแล้วดับ นำไปสู่ขณะต่อไปแล้ว ถ้าไม่มีขณะนี้ ขณะต่อไปก็ไม่มี เพราะฉะนั้น เราก็จะได้เข้าใจความจริงของจิตซึ่งทุกคนมีโดยละเอียดขึ้นว่า ไม่ใช่เรา แต่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงอย่างละเอียดยิ่ง เพื่อประโยชน์มหาศาล ซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่า ความเข้าใจที่เริ่มต้นเพียงตรงนี้ จะนำประโยชน์มหาศาลมาได้อย่างไร เมื่อมีความเข้าใจเพิ่มขึ้น

ถ้าวันนี้ไม่ฟังให้เข้าใจ จะเอาอะไรมาเจริญต่อไป ก็ไม่ได้!! เพราะฉะนั้น การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม ก็จะนำมาซึ่งความเข้าใจขึ้น แล้วก็จะเห็นประโยชน์จริงๆว่า ความไม่รู้นั่นแหละ!! ทำให้มีการหลงผิดมากมาย อุปมาเหมือนคนหลงทางอยู่ในป่า ไม่รู้ตัวเลยสักนิด แล้วในป่า กันดารด้วย เต็มไปด้วยสิ่งที่ลำบาก เดือดร้อนต่างๆ แต่ก็ไม่รู้ เพราะหลงอยู่ในป่า ป่าคือสังสารวัฏ ออกไปไม่ได้เลย แล้วไม่รู้ด้วยว่า กำลังหลงอยู่ทุกวัน!!!

จนกว่าจะมีการเข้าใจธรรมะเมื่อไหร่ "เริ่มมีทาง" ซึ่งยาวไกลอีกมากนัก กว่าจะออกจากป่าที่กันดาร เพราะฉะนั้น เราพูดว่ากันดาร เหมือนลำบากนิดหน่อย ใช่ไหม ในป่าไม่มีอะไร มีนิดๆหน่อยๆ แต่ก็คือโลกหรือชีวิตของเราทั้งชีวิตนั่นแหละ คือ สังสารวัฏ ซึ่งหลงอยู่ ไม่พ้นจากสังสารวัฏได้เลย เพราะเหตุว่า ยังหลงอยู่ ต่อเมื่อใด มีทางนำออกจากสังสารวัฏ จนออกไปแล้ว เมื่อนั้นจะรู้เลยว่า แสนที่จะโล่ง พ้นจากทุกข์ ไม่ต้องมีการเป็นไปที่จะหลงอยู่ในป่าอีกต่อไป

ใครคิดว่ากำลังหลงอยู่ในป่าบ้าง? เปล่าเลย!! ใช่ไหม? กำลังนั่งฟังธรรมะอย่างนี้ แต่ว่าความจริง ตราบใดที่ยังไม่มี "ทาง" ที่จะนำออกจาก "ความไม่รู้" ไปสู่ "ความรู้" ที่จะนำออกจากสังสารวัฏมื่อนั้นจะไม่รู้เลยว่า กำลังหลงทาง!! พ้นเมื่อไหร่ เมื่อนั้นโล่งใจหาอะไรเปรียบไม่ได้เลย ที่พ้นจากป่ากันดารเสียที แต่ก็ไม่มีใครรู้ จนกว่าจะได้ฟังพระธรรม แล้วก็มีความเข้าใจว่าไม่ใช่เรา ดีก็ไม่ใช่เรา ชั่วก็ไม่ใช่เรา แต่ว่ามีหนทางที่จะรู้ความจริง ที่จะพ้นจากการที่จะหลงอยู่ในขีวิต เพราะฉะนั้น หลงป่า ไม่ใช่หลงเมื่อไหร่เลย ในชีวิตนี้แหละ ไม่ใช่ขณะอื่น!!!

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของคุณอมรา พวงชมภู และ พนักงานของบริษัท สยามแฮนด์ส จำกัด ทุกท่าน
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่าน ครับ

.........

ขอเชิญคลิกชมการสนทนาธรรมครั้งที่แล้วได้ที่นี่.. ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บริษัท สยามแฮนด์ส จำกัด อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

และ ขอเชิญคลิกชมบันทึกการสนทนาธรรมย้อนหลังได้ที่นี่.....


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 26 มิ.ย. 2560 13:27 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 28 มิ.ย. 2560 16:33 น.

...เป็นบุญที่เคยทำมาดีแต่ปางก่อนของผู้ทำงานที่บริษัทสยามแฮนด์

ที่ท่านเจ้าของคือคุณอมรา พวงชมภู เป็นผู้เข้าใจพระธรรม เห็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ท่านจึงจัดให้พนักงานได้มีโอกาสฟังพระธรรมที่ถูกต้องเช่นนี้...

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 29 มิ.ย. 2560 10:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 5 ก.ค. 2560 11:06 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ