กัลยาณปุถุชนผู้ถึงพร้อมด้วยศีล

 
pdharma
วันที่  4 ส.ค. 2558
หมายเลข  26874
อ่าน  3,404

ใน อรรถกถาปฐมเสขสูตร (พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ 116) มีข้อความว่า "แม้ผู้ที่เป็นกัลยาณปุถุชน กระทำให้บริบูรณ์ด้วยอนุโลมปฏิปทา ถึงพร้อมด้วยศีล คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย....ท่านก็เรียกว่า เสกขะ เพราะยังต้องศึกษา ในข้อนี้ท่านประสงค์เอาพระเสกขะผู้ยังไม่แทงตลอด ที่แท้ก็เป็นกัลยาณปุถุชน"

ใน สีลสูตร ว่าด้วยโทษของความทุศีลและคุณของศีล (พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 463) ในอรรถกถา กล่าวว่า "ก็สูตรนี้ ใช้สำหรับคฤหัสถ์" ก็มีข้อความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ของคนมีศีล เพราะความถึงพร้อมด้วยศีล ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน?..."

ใคร่เรียนถามว่า คำว่า "ถึงพร้อมด้วยศีล" ของกัลยาณปุถุชน นั้นหมายความถึงอย่างไร

ขอขอบพระคุณ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
วันที่ 4 ส.ค. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การถึงพร้อมด้วยศีลของกัลยาณปุถุชน หมายถึง ชาตินั้น ช่วงชีวิตนั้น รักษาศีล เป็นผู้มีศีล ไม่มีเหตุปัจจัยให้ศีลขาด ก็ย่อมได้มาซึ่งสุขสมบัติและสวรรค์สมบัติ แต่เป็น การถึงพร้อมด้วยศีล ที่ไม่ใช่จากโลกุตตระที่บรรลุเป็นพระโสดาบัน แต่เป็นการถึงพร้อมด้วยศีลที่ไม่ขาดในช่วงชีวิตนั้น ดั่งเช่น การถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ไตรสรณคมณ์ของปุถุชนก็ย่อมขาดได้เมื่อสิ้นชีวิตไป หรือนับถือลัทธิอื่น แต่ก็สามารถ มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งได้ในช่วงชีวิตนั้น ตราบเท่าที่ไม่นับถือลัทธิอื่น แต่เป็นไตรสรณคมณ์ของกัลยาณปุถุชน ไม่มั่นคงแน่นอนเหมือนไตรสรณคมณ์ของผู้บรรลุเป็นพระอริยะ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 4 ส.ค. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เป็นเรื่องของความเข้าใจจริงๆ ว่า เพราะ ผู้ที่จะมีศีล ๕ ที่ครบบริบูรณ์ไม่ล่วงเลย ก็ต่อเมื่อได้บรรลุธรรมถึงความเป็นพระโสดาบัน เพราะดับกิเลสอย่างหยาบที่ทำให้มีการล่วงศีล แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ใช่พระโสดาบันยังมีโอกาสล่วงศีลได้ตามกำลังของกิเลส แต่ถ้ามีความเข้าใจถูกเห็นโทษของอกุศล มีการวิรัติงดเว้นจากทุจริตกรรม ก็เป็นผู้มีศีลที่ไม่เป็นการก้าวล่วงสิกขาบทต่างๆ มีการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการลักทรัพย์ เป็นต้น ทั้งหมดเป็นธรรม ที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ไม่ใช่สัตว์บุคคล ตัวตน ครับ

... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
tanrat
วันที่ 4 ส.ค. 2558

ขาดการฟังพระธรรมไม่ได้เลยค่ะ กราบอนุโมทนาสาธุค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
thilda
วันที่ 4 ส.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pdharma
วันที่ 5 ส.ค. 2558

ขอบคุณ และขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
peem
วันที่ 8 ส.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chatchai.k
วันที่ 20 มิ.ย. 2564

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ค่อยๆศึกษา
วันที่ 27 ส.ค. 2564

ขอบคุณมากครับ ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
Kalaya
วันที่ 8 พ.ค. 2565

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
Jarunee.A
วันที่ 19 ก.ย. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
สิริพรรณ
วันที่ 18 ม.ค. 2569

แม้ศีลของเป็นกัลยาณปุถุชน ก็ต่างกับศีลของโสดาบัน จึงไม่ควรประมาทว่า "เราดีแล้ว และไม่ฟังพระธรรม"

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณยิ่งค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ