โทสะเป็นอารมณปัจจัย?
 
papon
papon
วันที่  1 มิ.ย. 2557
หมายเลข  24930
อ่าน  783

เรียนอาจารย์ทั้งสองท่าน

  "โทสะเป็นอารมณปัจจัย?" อาจารย์อรรณพบรรยาย (กระผมจำไม่ได้ว่าเป็นอภิธรรมพื้นฐานตอนไหน?) กระผมยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับอารมณปัจจัยมาก แต่เท่าที่เคยอ่านในปรมัตถธรรมสังเขป อารมณปัจจัยจะเป็นรูปไม่ใช่หรือครับ ขอความอนุเคราะห์อาจารย์ช่วยกรุณาอธิบายด้วยครับ ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 มิ.ย. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

จิตเป็นสภาพที่รู้แจ้งอารมณ์ที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางใจ เมื่อสัมผัส เจตสิกกระทบอารมณ์ใด จิตก็เกิดพร้อมผัสสะนั้น ก็รู้แจ้งลักษณะต่างๆ ของอารมณ์นั้น

ฉะนั้น แม้คำว่า รู้แจ้งอารมณ์ ซึ่งเป็นลักษณะของจิตซึ่งเป็นสภาพรู้ ก็จะต้องเข้าใจว่า “รู้แจ้งอารมณ์” คือ รู้ลักษณะต่างๆ ของอารมณ์ต่างๆ ที่ปรากฏไม่ว่าจะเป็นทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ เมื่อจิตเป็นสภาพที่รู้แจ้งอารมณ์ อารมณ์จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จิตแต่ละประเภทเกิดขึ้นรู้อารมณ์นั้น ฉะนั้น อารมณ์จึงเป็นอารัมมณปัจจัย คือ เป็นปัจจัยให้เกิดโดยเป็นอารมณ์ของจิต

จิตแต่ละขณะที่เกิดขึ้นมีปัจจัยอื่นอีกหลายปัจจัย แต่จิตจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้อารมณ์ไม่ได้ ฉะนั้น อารมณ์จึงเป็นปัจจัยหนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้จิตแต่ละขณะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น โทสะเจตสิก ที่เป็นสภาพธรรมที่มีจริง ก็เป็นอารมณ์ของจิต เจตสิกอื่นได้ คือ เป็นอารัมณปัจจัยกับ จิต เจตสิกได้ เช่น ขณะที่สติปัฏฐานเกิด ระลึกรู้ความจริงของสภาพธรรมที่เป็นโทสะ ขณะนั้น กุศลจิตที่มี ปัญญาเจตสิก และเจตสิกอื่นๆ ที่เกิดร่วมด้วย มี โทสะ เป็นอารมณ์ เพราะฉะนั้น โทสะเจตสิกจึงเป็น อารัมณปัจจัย กับ กุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา คือ สติปัฏฐานได้ ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 1 มิ.ย. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูก  ธรรมเป็นจริงอย่างไร ก็เป็นจริงอย่างนั้น  ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น  แม้ไม่เรียกชื่อ  ความจริงนั้นก็ไม่เปลี่ยน  สภาพธรรมใดๆ ที่เกิดขึ้น  ก็ต้องเกิดขึ้นเพราะปัจจัย  ไม่มีสภาพธรรมแม้แต่อย่างเดียวที่จะเกิดขึ้นโดยปราศจากปัจจัย  เพราะปัจจัย คือ สิ่งที่เป็นเหตุให้ผลธรรมเกิดขึ้นเป็นไป  และสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะปัจจัย อันเป็นผลของปัจจัย นั้น เรียกว่า ปัจจยุบัน (ธรรมที่เกิดเพราะปัจจัย)   แม้จะกล่าวถึง โทสะ ความโกรธความขุ่นเคืองใจก็มีจริงๆ   เป็นอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นเมื่อใด ก็เป็นอกุศล  ไม่ใช่สภาพธรรมฝ่ายดีเลย  แต่สำหรับผู้ที่มีการอบรมเจริญปัญญาก็สามารถรู้โทสะที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงได้ว่า  เป็นธรรม ไม่ใช่เรา  ขณะนั้น จิตและเจตสิกต่างๆ มีสติ  และปัญญา เป็นต้น  เกิดขึ้นเป็นไป มี โทสะ เป็นอารมณ์  โทสะนั้นแหละ เป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิตและเจตสิกที่เกิดขึ้นรู้ ในขณะนั้น, ความเข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรม  ก็จะค่อยๆ   ขัดเกลาโทสะในชีวิตชีวิตประจำวัน  ดังนั้น จึงสำคัญที่การมีโอกาสได้ฟังความจริง ค่อย ๆ   สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปทีละเล็กทีละน้อย ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 2 มิ.ย. 2557

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ