บริกัมม์
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
คำว่า บริกรรม หรือ บริกรรม ไม่ใช่คำท่องบ่น แต่มีคำนี้ในคำสอนทางพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งมาก ไม่ว่าจะกล่าวถึงคำใด ย่อมไม่พ้นไปจากให้เข้าใจถึงสิ่งที่มีจริง แม้แต่คำว่า บริกรรม หรือ ปริกมฺม ก็หมายถึงสภาพธรรมที่มีจริง แต่ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ย่อมไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ว่า สิ่งที่กล่าวถึงนั้น คือ อะไร เป็นการพูดคำที่ไม่รู้จักตั้งแต่เกิดจนตาย จนกว่าจะได้ศึกษาพระธรรม เมื่อได้ศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบแล้วก็จะไม่เข้าใจผิด เพราะพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ป้องกันไม่ให้ตกไปในฝ่ายผิด เมื่อได้เข้าใจอย่างถูกต้อง แม้แต่คำว่า บริกรรม ก็เช่นเดียวกัน เป็นคำที่มีความหมายอย่างชัดเจนว่า หมายถึง การปรุงแต่งให้เกิด ซึ่งไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคลที่ไปปรุงแต่ง แต่เป็นมหากุศลจิตที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นในฌานวิถี หรือ ในมัคควิถี ถ้าเป็นในฌานวิถี ก็เป็นการปรุงแต่งให้เกิดความสงบ กล่าวคือ ปรุงแต่งให้ฌานจิตเกิด ถ้าเป็นในมัคควิถีก็ปรุงแต่งให้เกิดการรู้แจ้งอริยสัจจธรรมประจักษ์แจ้งพระนิพพาน กล่าวคือ ปรุงแต่งให้โลกุตตรกุศลเกิดขึ้นนั้นเอง เพราะเป็นขณะจิตที่เกิดก่อนขณะที่เป็นโลกุตตรกุศล ครับ
ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ ครับ
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพะภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
บริกัมม์ หมายถึง การกระทำจิตโดยรอบ ให้ถึง ฌาน หรือ มรรคจิต ซึ่งไม่มีเราที่จะพยายามบริกัมม์เลย และที่สำคัญ การบริกัมม์ก็ไม่ใช่การท่องบ่น อย่างในสมัยนี้ที่เข้าใจกัน แต่เป็นเรื่องของกุศลทั้งขั้นสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนาที่เป็นการบริกัมมภ์ คือ ตัวสภาพธรรมที่เป็นจิตเอง ที่กระทำโดยรอบเพื่อที่จะถึงกุศลในขั้นต่างๆ แม้ไม่กล่าวเป็นคำๆ แต่สภาพธรรมที่เป็นจิตที่เป็นกุศลที่มีกำลัง ที่จะทำให้ถึงฌานและมรรค ก็ชื่อว่า บริกัมม์ แล้วครับ
พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องของปัญญา จึงต้องศึกษาพระธรรมอย่างละเอียดรอบคอบเป็นสำคัญ ไม่ใช่แค่เพียงทำตามๆ กันไป ตามคำบอกของคนอื่นที่ให้ทำ ดังนั้น พุทธบริษัทที่ดีจึงควรมีพระธรรมเป็นที่พึ่งด้วยการศึกษาพระธรรมเป็นสำคัญ ครับ
ขออนุโมทนา


