เรื่องพระฉันนเถระ [ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท]
 
chomchean
วันที่  15 ส.ค. 2556
หมายเลข  23387
อ่าน  1,653

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้า ๒๙๖

๓.  เรื่องพระฉันนเถระ   
ข้อความเบื้องต้น พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภพระฉันนเถระ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  "น  ภเช  ปาปเก  มิตฺเต"   เป็นต้น.

พระฉันนเถระด่าพระอัครสาวก
ดังได้สดับมา  ท่านพระฉันนะนั้นด่าพระอัครสาวกทั้งสองว่า "เราเมื่อตามเสด็จออกมหาเนษกรมณ์ กับพระลูกเจ้าของเราทั้งหลายในเวลานั้น  มิได้เห็นผู้อื่นแม้สักคนเดียว,  แต่บัดนี้  ท่านพวกนี้เที่ยวกล่าวว่า เราชื่อสารีบุตร,   เราชื่อโมคลัลลานะ, พวกเราเป็นอัครสาวก."  พระศาสดาทรงสดับข่าวนั้นแต่สำนักภิกษุทั้งหลายแล้ว    รับสั่งให้หาพระฉันนเถระมา  ตรัสสอนแล้ว. ท่านนิ่งในชั่วขณะนั้นเท่านั้น  ยังกลับไปด่าพระเถระทั้งหลายเหมือนอย่างนั้นอีก.  พระศาสดารับสั่งให้หาท่านซึ่งกำลังด่ามาแล้ว  ตรัสสอนอย่างนั้นถึง ๓ ครั้งแล้ว ตรัสเตือนว่า  "ฉันนะ ชื่อว่าอัครสาวกทั้งสองเป็นกัลยาณมิตร  เป็นบุรุษชั้นสูงของเธอ,  เธอจงเสพ จงคบกัลยาณมิตรเห็นปานนี้" ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม  จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-

     น  ภเช  ปาปเก  มิตฺเต  น  ภเช   ปุริสาธเม ภเชถ  มิตฺเต  กลฺยาเณ  ภเชถ ปุริสุตฺตเม. 
     
คำแปล "บุคคลไม่ควรคบปาปมิตร ไม่ควรคบบุรุษต่ำช้า ควรคบกัลยาณมิตร  ควรคบบุรุษสูงสุด."

แก้อรรถ เนื้อความแห่งพระคาถานั้นว่า  "คนผู้ยินดีในอกุศลกรรม  มีกายทุจริตเป็นต้น  ชื่อว่าปาปมิตร, คนผู้ชักนำในเหตุอันไม่สมควร มีการตัดช่องเป็นต้นก็ดี อันต่างโดยการแสวงหาไม่ควร ๒๑ อย่าง ก็ดี ชื่อว่า บุรุษต่ำช้า อนึ่ง ชน ๒ จำพวกนั้นชื่อว่าเป็นทั้งปาปมิตร ทั้งบุรุษต่ำช้า;  บุคคลไม่ควรคบ  คือไม่ควรนั่งใกล้เขาเหล่านั้น;  ฝ่ายชนผู้เป็นตรงกันข้าม ชื่อว่า เป็นทั้งกัลยาณมิตร  ทั้งสัตบุรุษ,  บุคคลควรคบ คือ ควรนั่งใกล้ท่านเหล่านั้น
ในเวลาจบเทศนา  ชนเป็นอันมาก  บรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้นแล้ว.

พระศาสดาตรัสสั่งให้ลงพรหมทัณฑ์พระฉันนะ
ฝ่ายพระฉันนเถระ  แม้ได้ฟังพระโอวาทแล้ว ก็ยังด่าขู่พวกภิกษุอยู่อีกเหมือนนัยก่อนนั่นเอง แม้พวกภิกษุก็กราบทูลแด่พระศาสดาอีก พระศาสดาตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่  พวกเธอจักไม่อาจเพื่อให้ฉันนะสำเหนียกได้,  แต่เมื่อเราปรินิพพานแล้ว จึงจักอาจ"  ดังนี้แล้ว,  เมื่อท่านพระอานนท์ทูลถาม  ในเวลาจวนจะเสด็จปรินิพพานว่า  "พระเจ้าข้า  อันพวกข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติในพระฉันนเถระอย่างไร ?  จึงตรัสบังคับว่า "อานนท์  พวกเธอพึงลงพรหมทัณฑ์แก่ฉันนภิกษุเถิด." 

     พระฉันนะนั้น  เมื่อพระศาสดาเสด็จปรินิพพานแล้ว  ได้ฟังพรหมทัณฑ์ ที่พระอานนทเถระยกขึ้นแล้ว  มีทุกข์  เสียใจ  ล้มสลบถึง  ๓  ครั้ง  แล้ววิงวอนว่า  " ข้าแต่ท่านผู้เจริญ    ขอท่านอย่าให้กระผมฉิบหายเลย"   ดังนี้แล้ว บำเพ็ญวัตรอยู่โดยชอบ ต่อกาลไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลายแล้ว ดังนี้แล

เรื่องพระฉันนเถระ  จบ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ