Print 
เก็บเงินที่มีคนทำตกหรือหล่นไว้... จะผิดศีลข้อ ๒ หรือไม่คะ
 
เอริน
วันที่  26 มี.ค. 2556
หมายเลข  22686
อ่าน  6,787

เจอเงินตก หล่นอยู่บนถนนทางเดิน (มูลค่าไม่มาก) และคงไม่สามารถตามหาเจ้า

ของเงินได้   ถ้าหนูเก็บแล้วนำไปทำบุญต่อ   แม้จะตั้งจิตให้ผลของบุญเป็นของ

เจ้าของเงินจริงๆ   ถ้าว่าโดยทางธรรมแล้วควรปฏิบัติอย่างไรคะ  จึงจะถูกต้องและ

ไม่เข้าข่ายละเมิดศีล  รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 มี.ค. 2556 16:18 น.

     ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ในทางธรรมแล้ว พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนพระภิกษุว่า ควรเห็นของ ของผู้อื่น

เปรียบเหมือนอสรพิษ คือ มีพิษมาก สามารถทำร้ายได้ เมื่อไปจับ  เพื่อประโยชน์

ที่ภิกษุทั้งหลาย จะเป็นผู้ระมัดระวังในการหยิบของผู้อื่น 

  ซึ่งสำหรับในกรณีที่มีผู้ทำของตกไว้ หากมีมูลค่ามาก หากเจอ ควรหาทางประกาศ

ให้สาธารณะทราบ เช่น สถานีวิทยุต่างๆ ที่ช่วยเหลือสังคม หรือ หากไม่สะดวก ก็ให้

กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลในส่วนนี้ แต่หากว่า ของมูลค่าน้อย ถ้าหยิบมาแล้ว

ด้วยเจตนาที่จะเอาไปทำบุญต่อ อันนี้ ไม่ได้มีเจตนาลักขโมย แต่ก็ไม่ควร เพราะ

เหตุว่า ยังไม่ใช่ของๆตนเอง แต่ไม่บาป ไม่ผิดศีลข้อ 2 เพราะไม่ได้มีเจตนาลักขโมย

ในขณะนั้น ครับ

 ทางที่ดี ก็ไม่ควรเก็บ ควรไว้จุดนั้นไม่ต้องเก็บ หากมีมูลค่าน้อยมาก เพื่อป้องกัน

ตนเอง ที่จะไม่หยิบของคนอื่นได้ง่าย แม้จะมีเจตนาดีก็ตาม ครับ  เผื่อเจ้าของอาจ

จะเดินกลับมาอีก เพราะ ความเสียดายก็ได้ เพราะ ใจคนไม่แน่นอน เพียงเงินไม่กี่

บาท ก็ยังหวงแหนได้ ดังชาดกในสมัยพุทธกาล เงินเพียง ครึ่งมาสก ก็ยังรอนแรม

ตากแดด ลำบากไปเอา แม้เพียงเงินเล็กน้อย แม้ว่าผู้อื่น มีพระราชา  เป็นต้น เห็น

บุรุษนั้น รู้ว่าจะไปเอาเงินครึ่งมาสก แม้พระราชาจะให้เงินครึ่งมาสก ไม่ต้องลำบาก

ไปเอา ก็ไม่รับ และก็จะไปเอาเงินตัวเอง ครึ่งมาสก และแม้พระราชาจะพระราชทาน

ทรัพย์ เป็นร้อยล้าน ก็กล่าวว่า แม้พระองค์ให้หม่อมฉันแล้ว หม่อมฉันก็จะไปเอาเงิน

ครึ่งมาสก ที่เก็บไว้ที่โน้น และ แม้พระราชา พระราชาทานให้ครองราชย์ด้วยกัน ครั้น

ครองราชย์แล้ว คนนั้นก็ยังเดินทางไปเอาทรัพย์ครึ่งมาสกอีก แสดงถึงความติดข้อง

ของเจ้าของทรัพย์ แม้ทรัพย์เพียงเล็กน้อย

     เราก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าเจ้าของหวงแหน หรือไม่ อย่างไร ป้องกันไว้ที่คราวต่อไป

จะไม่หยิบของคนอื่น นอกเสียจากมีมูลค่ามาก เรามีเจตนาดี เพราะ หากคนอื่นเห็น

เอาไป  ก็เป็นอันตรายกับเจ้าของทรัพย์   ก็แจ้ง เจ้าหน้าที่ หรือ องค์กรที่ช่วยเหลือ

มีสถานวิทยุ เป็นต้นก็ได้ ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ใฝ่รู้
วันที่ 26 มี.ค. 2556 17:21 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 มี.ค. 2556 18:18 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  ที่จะผิดศีลข้ออทินนาทาน ก็ต่อเมื่อมีเจตนาที่จะลักขโมยถือเอาสิ่งของที่ผู้อื่นเขาไม่ได้

ให้  เจตนาเป็นสิ่งที่สำคัญ   การวิรัติงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่ผู้อื่นเขาไม่ได้ให้ นั้น

เป็นการให้ความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น 

   ถ้าได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ก็จะไม่เป็นเหตุให้เดือดร้อนในใจในภายหลังได้เลย

ความเป็นผู้ละเอียด อันสืบเนื่องมาจากความเป็นผู้ได้เข้าใจพระธรรมศึกษาพระธรรม ก็จะ

ทำให้สามารถพิจารณา ตลอดจนถึงตัดสินใจได้ว่า  จะกระทำอย่างไร ด้วยความถูกต้อง  

ความเข้าใจพระธรรมเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องนำทางชีวิตที่ดี ให้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง  แล้ว  งดเว้นจากสิ่งที่ผิด   สิ่งที่ผิดแม้เพียงเล็กน้อย ก็ไม่ทำ  ครับ 

...ขอบพระคุณ อ. ผเดิม และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
daris
วันที่ 26 มี.ค. 2556 19:58 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 26 มี.ค. 2556 20:25 น.

ไม่มีเจตนาลักทรัพย์ ไม่บาป เพราะ ไม่ครบองค์กรรมบถ ขณะที่เราเอาเงินไปทำบุญ

เป็นกุศลจิต แต่สลับกับอกุศลจิตก็ได้ เพราะกังวลว่าเงินที่ได้มาจากของคนอื่น ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เอริน
วันที่ 27 มี.ค. 2556 10:11 น.

 

ค่ะ  ตอนนี้หนูนำเงินนั้นไปทำบุญแล้ว  ตอนนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้น ขอขอบคุณ

สำหรับคำแนะนำและคราวต่อไปหนูจะนำไปปฏิบัติให้ถูก เพื่อความถูกต้องค่ะ  

กราบขอบพระคุณ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 28 มี.ค. 2556 11:56 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
lovedhamma
lovedhamma
วันที่ 1 เม.ย. 2556 17:03 น.

เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 26 มิ.ย. 2557 05:44 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ