*ทำดี และศึกษาพระธรรม*
 
kanchana.c
kanchana.c
วันที่  17 ก.ค. 2555
หมายเลข  21425
อ่าน  1,154


    เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว (15 ก.ค. 55) ไปฟังธรรมที่มูลนิธิฯ เห็นหลายคนใส่เสื้อยืดมีตรามูลนิธิฯ และมีข้อความปักข้างหลังว่า “ทำดี และศึกษาพระธรรม”  ทราบมาว่า มีผู้มีจิตศรัทธา คือ คุณทวีชัย  อยู่มั่นธรรมา   นำมาบริจาคหลายร้อยตัว    เราก็ได้อานิสงส์จากการไปร่วมฟังสนทนาธรรมที่วังน้ำเขียวและที่เชียงใหม่ได้รับแจกมา ๒ ตัว

    เมื่อได้อ่านคำขวัญของชมรมบ้านธัมมะว่า “ทำดี และศึกษาพระธรรม” ก็เข้าใจอย่างเผินๆ ว่า ก็เหมือนอย่างที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ คือ ทำดี เพราะระหว่างความดีกับความชั่ว ควรจะทำอะไร ก็ต้องทำความดี แต่ก็รู้จากการฟังธรรมว่า เลือกไม่ได้อีกเหมือนกันว่าจะทำอะไร แล้วแต่เหตุปัจจัยที่สะสมมาที่จะโน้มเอียงในการทำดีหรือทำชั่ว จึงต้องศึกษาพระธรรมด้วย เพื่อทำความเห็นให้ตรงตามที่ทรงแสดงพระสัทธรรมไว้ดีแล้วว่า “สิ่งใดเป็นความชั่วควรระวังไม่ให้เกิดขึ้น แต่ถ้าความความชั่วเกิดขึ้นแล้วควรละ สิ่งใดเป็นความดีควรเจริญ และควรระวังรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อมไป” แต่เมื่อฟังคำบรรยายธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ในวันนั้น จึงได้เข้าใจเพิ่มขึ้นว่า ทุกคนเห็นแก่ตัว (คำนี้ไม่เคยคิดว่า ตัวเองเป็น เพราะคิดเองว่า เราก็แสนดี เสียสละ ชอบช่วยผู้อื่นเสมอ) ทำอะไรทุกอย่างเพราะมีตัว เมื่อคิดตามคำบรรยายของท่าน ก็เห็นจริงด้วย อย่างที่มาฟังธรรม ก็เพราะอยากให้ตัวเองเข้าใจธรรม เพราะรู้ว่าธรรมเป็นมรดกอันล้ำค่าที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้พุทธศาสนิกชน แต่จะได้รับผลประโยชน์จากมรดกนี้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับความเข้าใจพระธรรมมากน้อยอย่างไรด้วย เมื่อตัวเองเข้าใจพระธรรมแล้ว ก็แน่ใจได้ว่า   ตัวเองจะได้ทำความดีเพิ่มขึ้น เพื่อตัวเองจะได้รับสิ่งที่ดีเป็นผลตอบแทนทั้งในปัจจุบันชาติ และชาติต่อๆไปก่อนจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ด้วย  เพราะรู้ว่า นั่นเป็นความสุขที่แท้จริง ทั้งหมดนั้นก็เพื่อตัวเองทั้งสิ้น

   ท่านอาจารย์บรรยายต่อไปว่า ทำความดีมากแค่ไหนก็ยังไม่บริสุทธิ์ เพราะยังมีตัวตน แต่เมื่อใดได้ประจักษ์แจ้งว่า ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา มีแต่จิต เจตสิก รูปที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ของตนๆ เพียง ๑ ขณะ แล้วก็ดับไป ไม่กลับมาเกิดซ้ำอีกเลย จึงหาความเป็นสัตว์เป็นบุคคล เป็นตัวตน เป็นเรา เป็นเขาไม่ได้จากสิ่งที่เกิดแล้วดับแล้วอย่างรวดเร็วนั้น เมื่อประจักษ์แจ้งอย่างนี้  ความดีนั้นจึงจะบริสุทธิ์ แต่เมื่อยังไม่ถึงขั้นนั้น อยู่ในขั้นนี้ก็ต้องทำความดี แล้วศึกษาพระธรรมเพื่อให้เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริงอย่างที่ทรงพระมหากรุณาแสดงไว้ให้ศึกษา ระลึก พิจารณาจนประจักษ์แจ้งในที่สุด  ดังนั้นจึงควร “ทำดี และศึกษาพระธรรม” ต่อไป


ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า

ขอกราบเท้าท่านอาจารย์ที่นำพระธรรมมาพร่ำสอนบ่อยๆเนืองๆ โดยนัยต่างๆ

เพื่อให้ผู้ฟังได้มีโอกาสเข้าใจตามที่ได้ทรงแสดงไว้


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2555 08:10 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนา อาจารย์กาญจนา ที่นำธรรมดีๆมาให้อ่านกัน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 17 ก.ค. 2555 08:19 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่แดงและทุกๆท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
nong
วันที่ 17 ก.ค. 2555 09:22 น.

 ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 17 ก.ค. 2555 09:48 น.

 

".....ทุกคนเห็นแก่ตัว ทำอะไรทุกอย่างเพราะมีตัว

อย่างที่มาฟังธรรม ก็เพราะอยากให้ตัวเองเข้าใจธรรม

เมื่อตัวเองเข้าใจพระธรรมแล้ว ก็แน่ใจได้ว่าตัวเองจะได้ทำความดีเพิ่มขึ้น

เพื่อตัวเองจะได้รับสิ่งที่ดีเป็นผลตอบแทนทั้งในปัจจุบันชาติ

และชาติต่อๆไปก่อนจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ด้วย 

เพราะรู้ว่า นั่นเป็นความสุขที่แท้จริง ทั้งหมดนั้นก็เพื่อตัวเองทั้งสิ้น...."

 

..........

 

เพราะความเป็นเรา  จึงทำทุกอย่างเพื่อ"เรา"และ"ของเรา"คนนี้

ปล่อยวางทางโลก  แต่ไม่วายเข้าไปยึดติดทางธรรม

เหมือนมือขวาที่แบออกไป  แต่มือซ้ายกลับเข้าไปกำไว้แน่น

ดังนั้นไม่ว่าจะทำดีมากแค่ไหน ก็ยังเป็นเราอยู่นั่นเอง

ลืมไปเลยว่า...เป็นธรรม

 

ขอขอบคุณและขออนุโมทนาอาจารย์กาญจนาสำหรับกระทู้เตือนใจดีๆนี้ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 17 ก.ค. 2555 10:03 น.

กราบขอบพระคุณครับ

ขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
daris
วันที่ 17 ก.ค. 2555 11:33 น.

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Graabphra
วันที่ 17 ก.ค. 2555 13:10 น.

             เพื่อประโยชน์และความสุขความสงบแก่ชาวโลกและโลกอื่นเป็นเบื้องต้น

                                         จนถึงความสุขที่แท้จริงครับ

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

  

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ผิน
วันที่ 17 ก.ค. 2555 18:42 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 18 ก.ค. 2555 10:48 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
rrebs10576
วันที่ 18 ก.ค. 2555 18:27 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 19 ก.ค. 2555 12:34 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ไพเราะเป็นอย่างยิ่ง ครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของอาจารย์กาญจนา และทุก ๆ ท่านด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 20 ก.ค. 2555 07:22 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 

...แต่เมื่อยังไม่ถึงขั้นนั้น อยู่ในขั้นนี้ก็ต้องทำความดี แล้วศึกษาพระธรรม

เพื่อให้เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ตามความเป็นจริง

อย่างที่ทรงพระมหากรุณาแสดงไว้ให้ศึกษา ระลึก พิจารณาจนประจักษ์แจ้งในที่สุด

  ดังนั้น จึงควร “ทำดี และ ศึกษาพระธรรม” ต่อไป...

.........

กราบท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่แดงด้วยครับ

อ่านบทความของพี่แดงครั้งใด ประทับใจในความเป็นผู้ตรงและจริงใจของพี่แดง ครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
เซจาน้อย
วันที่ 20 ก.ค. 2555 21:32 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

"เพราะฉะนั้นจึงควรจะฟังพระธรรมไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้าใจว่าไม่มีเรา"

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของอาจารย์กาญจนา และทุก ๆ ท่านด้วยครับ

 
 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
pat_jesty
วันที่ 23 ก.ค. 2555 18:37 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ