Print 
บาปที่หนักที่สุด
 
kulasatree
วันที่  30 พ.ค. 2555
หมายเลข  21199
อ่าน  15,968

บาปที่หนักที่สุด คือการกระทำแบบใด


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 30 พ.ค. 2555 19:52 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     บาปที่หนักที่สุด ที่เป็น ครุกรรม เป็นกรรมหนัก ฝ่ายอกุศล การทำอนันนตริยกรรมข้อ หนึ่ง ใน ห้าข้อ  คือ การทำสงฆ์ให้แตกกัน ที่เรียกว่า สังฆเภท ครับ แต่ต้องเป็นพระภิกษุเท่านั้นที่จะทำกรรมนี้ได้ เพศฆราวาส ไม่สามารถทำ สังฆเภท ได้ ซึ่ง สังฆเภท การทำให้สงฆ์แตกกัน ดังเช่น พระเทวทัตท่านทำสงฆ์ให้แตกกัน กรรมหนักนี้ ทำให้ต้องตกอเวจีมหานรก ตลอดกัป คือ นับชาติไม่ถ้วน 

     ส่วน กรรมหนักอย่างอื่น ใน อนันตริยกรรม ก็มีโทษมาก เช่นกัน ทำให้ตกนรกตลอดกัปได้ที่เป็นอันดับรองลงมา คือ การทำพระบาทของพระพุทธเจ้าให้ห้อเลือด ฆ่าพระอรหันต์   ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา ครับ 

     แต่พระพุทธเจ้าทรงแสดง กรรมหนัก คือ บาปที่ร้ายแรง มีโทษมากกว่า การทำอนันตริยกรรมไว้ คือ ความเห็นผิด ครับ เมื่อมีความเห็นผิดย่อมเป็นปัจจัยให้อกุศลธรรมอื่นๆตามมามากมายและล่วงศีลได้ เมื่อเห็นผิด  ย่อมคิดผิด ย่อมมีวาจาผิด (พูดเท็จ พูดหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ) ย่อมมีการงานผิด  ประพฤติทางกายผิด (ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม) ย่อมเลี้ยงชีพผิด ย่อมเพียรผิด ย่อมระลึกผิด  ย่อมตั้งมั่นผิด ย่อมรู้ผิด เป็นต้น เช่น บุคคลที่เห็นว่าตายแล้วไม่เกิด    ก็ย่อมล่วงศีลได้เพราะเห็นว่าทำบาปไปก็ไม่เป็นไร    จบแค่ชาตินี้ความเห็นผิดนั้นมีโทษมาก  ไม่เพียงแค่ล่วงศีล เท่านั้น   หากเป็นความเห็นผิด  ที่ดิ่งร้ายแรงก็ห้ามสวรรค์ นิพพาน  และไม่สามารถออกจากสังสารวัฏได้เลย   จึงมีโทษมาก มากกว่า   การทำอนันตริยกรรม  เพราะอนันตริยกรรม  ยังมีระยะเวลากำหนด ในการรับผลของกรรม  แต่ความเห็นผิด  กำหนดไม่ได้เพราะไม่สามารถออกไปจาสังสารวัฎฎ์ได้เลยครับ ดังข้อความในพระไตรปิฎก

พระสุตตันตปิฎก เอกนิบาต-ทุกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 192

     [๑๙๓]   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เราไม่เล็งเห็นธรรมอย่างอื่นแม้ข้อหนึ่งซึ่งจะมีโทษมากเหมือนมิจฉาทิฏฐินี้เลย  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง.

     ในสูตรที่  ๓  พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.        
     บทว่า  มิจฺฉาทิฏฐิปรมานิ นี้   มีวิเคราะห์ว่า   มิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่งของโทษเหล่านั้น  เหตุนั้น  โทษเหล่านั้น   ชื่อว่า มิจฺฉาทิฏฐิ ปรมานิ  โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง. อธิบายว่า  อนันตริยกรรม ๕  ชื่อว่ากรรมมีโทษมาก.  มิจฉาทิฏฐิเท่านั้น ชื่อว่ามีโทษมากกว่าอนันตริยกรรม  ๕  แม้เหล่านั้น.        
     ถามว่า เพราะเหตุไร.  ตอบว่า  เพราะอนันตริยกรรม ๕   นั้นมีเขตกำหนด.ด้วยว่า ท่านกล่าวอนันตริยกรรม  ๔  อย่างว่า  ให้เกิดในนรก.  แม้สังฆเภทก็เป็นกรรมตั้งอยู่ในนรกชั่วกัปเท่านั้น.  อนันตริยกรรมเหล่านั้นมีเขตกำหนดที่สุด  ก็ยังปรากฏ  ด้วยประการอย่างนี้.  ส่วนนิยตมิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดอันดิ่ง  ไม่มีเขตกำหนด  เพราะนิยตมิจฉาทิฏฐินั้นเป็นรากเหง้าของวัฏฏะ. การออกไปจากภพ  ย่อมไม่มีสำหรับคนผู้ประกอบด้วยนิยตมิจฉาทิฏฐินั้น .  ชนเหล่าใด เชื่อฟังถ้อยคำของคนผู้ประกอบด้วยนิยตมิจฉาทิฏฐินั้น แม้ชนเหล่านั้นก็ย่อมปฏิบัติผิด.  อนึ่ง ทั้งสวรรค์  ทั้งมรรค  ย่อมไม่มีแก่คนผู้ประกอบด้วยนิยตมิจฉาทิฏฐินั้น  ในคราวกัปพินาศ  เมื่อมหาชนพากันเกิดในพรหมโลก บุคคลผู้เป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิไม่เกิดในพรหมโลกนั้น (แต่กลับ) เกิดที่หลังจักรวาล.  

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 30 พ.ค. 2555 21:03 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น    

     พระธรรมที่พระอรหันตสัมมาัสัมพุทธเจ้าทรงแสดง      เป็นเครื่องอุปการะเกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์โลกผู้ยังเต็มไปด้วยกิเลสนานาประการ ไม่ว่าจะทรงธรรมหมวดใด  ในส่วนใด  ก็ล้วนเป็นไปเพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูก ทั้งนั้น แม้แต่บาปหนัก  พระองค์ก็ทรงแสดงไปตามความเป็นจริง    พร้อมทั้งผลที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ด้วย

     ทำให้เห็นถึงความน่ากลัวของกิเลส ว่าตราบใดที่ยังไม่ได้ดับกิเลสถึงความเป็นพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบัน ขึ้นไป  ย่อมจะสามารถกระทำอกุศลกรรม  กระทำกรรมที่หนัก ๆ ได้  ตามกำลังของกิเลสที่ได้สะสมมา  อย่างเช่น ท่านพระเทวทัต  ท่านก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะกระทำอกุศลกรรมที่หนัก ๆ ได้  แต่ก็ได้กระทำไปแล้ว  และผลคือ ไปเกิดในอเวจีมหานรก  ซึ่งจะเป็นผู้ประมาทไม่ได้เลยทีเดียว   

     เมื่อเริ่มศึกษา  เริ่มเห็นคุณของพระธรรม  ก็จะค่อย ๆ  สะสมความเข้าใจถูก  เห็นถูกไปตามลำดับ   ทำให้เป็นผู้ถอยกลับจากอกุศลมากขึ้น ๆ  ไม่กระทำอกุศลกรรมโดยประการทั้งปวง  ไม่ว่าจะหนักหรือไม่หนักก็ตาม   เพราะขึ้นชื่อว่า อกุศลกรรม แล้วนำมาซึ่งโทษโดยส่วนเดียวเท่านั้น ไม่นำประโยชน์สุขใด ๆ   มาให้เลยแม้แต่น้อย,การอบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับเท่านั้น ที่จะทำให้เป็นผู้รอดพ้นจากอกุศลได้ในที่สุด  ควรอย่างยิ่งที่จะมีชีวิตอยู่ เพื่อสะสมความดี และ ฟังพระธรรมให้เข้าใจ  ต่อไป   ครับ                             

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ธรรมะหน้าเดียว
วันที่ 30 พ.ค. 2555 22:03 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สัมมาทิฏฐิ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงเป็นข้อแรกของมรรคองค์ 8

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
jaturong
วันที่ 31 พ.ค. 2555 14:00 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 31 พ.ค. 2555 17:22 น.

บาปหนักที่สุดคือการฆ่าพ่อ  ฆ่าแม่   ฯลฯ    และ   ความเห็นผิด  เช่น  ตายแล้วสูญโลกนี้  โลกหน้าไม่มี  ทำดีทำชั่วก็ไม่มีผล ไม่เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เซจาน้อย
วันที่ 31 พ.ค. 2555 22:21 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

"อวิชชาคือที่สุดของที่สุดของบาปหนักทั้งปวง"

"เพราะไม่สามารถออกจากสังสารวัฏฏ์ได้"

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของอ.ผเดิม อ.คำปั่นและทุกๆท่านครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
peem
วันที่ 1 มี.ค. 2558 10:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ