รูปที่เกิดจากอุตุ เป็นสมุฏฐาน
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่  7 พ.ค. 2555
หมายเลข  21084
อ่าน  4,166

ขอเรียนถาม

ขอให้ขยายความ รูปที่เกิดจากอุตุ คือเกิดจากสภาพ เย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง ตึงหรือไหว ของธาตุทั้งสี่ ใช่ไหม และขอยกตัวอย่างรูปเสียงที่ดังผ่านโทรศัพท์หรือวิทยุ ที่มีคนพูด ลักษณะของอุตุดังกล่าวที่ตัวโทรศัพท์และวิทยุ อะไรเย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง ตึงหรือไหว หรืออย่างอื่น ให้เข้าใจขึ้นด้วยครับ


  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 9 พ.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

รูปธรรม เป็นสภาพธรรมที่มีจริง ไม่ใ่ช่สภาพรู้ ไม่ใช่ธาตุรู้ เกิดขึ้นตามสมุฏฐาน (ที่ก่อตั้งให้รูปเกิด) ของตนๆ แล้วก็ดับไป ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน สมุฏฐานของรูป มี ๔ อย่าง คือ กรรม จิต อุตุ และ อาหาร

สำหรับอุตุ ซึ่งเป็นสมุฏฐานให้เกิดรูปนั้น เป็นเตโชธาตุ คือ ธาตุไฟ และตามความเข้าใจเบื้องต้นก็จะเข้าใจว่า มหาภูตรูป ๔ ไม่แยกจากกัน เวลาที่ธาตุไฟเกิด ก็จะต้องมีธาตุอีก ๓ ธาตุ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม เกิดด้วย แต่ที่จะเป็นสมุฏฐานให้เกิดรูปที่เป็นรูปที่เกิดจากอุตุ นั้น มุ่งหมายถึงเฉพาะธาตุไฟ เท่านั้น รูปที่เกิดจากอุตุเป็นสมุฏฐานมีทั้งในภายใน สัตว์ บุคคล และ ในภายนอก

สำหรับประเด็นเรื่องเสียงที่ดังผ่านโทรศัพท์หรือวิทยุที่มีคนพูด ก็เป็นรูปแน่นอน แต่เป็นรูปที่สืบเนื่องมาจากรูปกลุ่มแรกที่เกิดจากจิตเป็นสมุฏฐาน เพราะมีจิตเป็นสมุฏฐานจึงทำให้คนเปล่งเสียงออกมา ในกลุ่มของรูปกลุ่มนี้ ธาตุไฟก็เป็นปัจจัยให้เกิดรูปที่เกิดจากอุตุ ทำให้ได้ยินเสียงที่เกิดจากอุตุ ไม่ใช่เสียงที่เกิดจากจิต แต่เนื่องกันกับรูปที่เกิดจากจิต ซึ่งก็ไม่พ้นไปจากมหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูป ๔ และสัททรูป ๑ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
paderm
วันที่ 9 พ.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สัททรูป รูปเสียง หมายถึง สิ่งที่สามารถปรากฏได้ทางหู ซึ่งมีลักษณะที่ดัง และกระทบกับโสตปสาท จะเป็นความดังค่อย ดังแรง ดังแหลม ดังทุ้มอย่างไร ก็เป็นเพียงความดังที่ปรากฏได้ทางหูในขณะปัจจุบันเท่านั้น เป็นสภาพที่ไม่รู้อารมณ์อย่างหนึ่ง สัททรูป คือ เสียง จะดังที่ไหน ในป่า ในเขา หรือในที่ห่างไกลอย่างไรก็ยังคงเป็นสัททรูป แต่ถ้ามีจิตได้ยินเสียงหรือจิตที่รู้เสียงเกิดขึ้น เสียงนั้นจึงได้ชื่อว่าสัททารมณ์

คำว่า “อุตุสมุฏฐาน” หมายถึง อุตุ เป็นสมุฏฐานให้เกิดรูปได้ และอุตุในที่นี้ หมายถึงเตโชธาตุ ๒ อย่าง คือ

๑. สีตเตโช ได้แก่ ความเย็น ทั้งภายในและภายนอก

๒. อุณหเตโช ได้แก่ ความร้อน ทั้งภายในและภายนอก

เตโชธาตุทั้ง ๒ นี้รวมเรียกว่า "อุตุ" และอุตุที่ทำให้รูปเกิดนี้มี ๒ อย่าง คือ

(๑) อุตุภายใน เรียกว่า อัชฌัตตอุตุ ได้แก่ อุตุที่เกิดขึ้นภายในร่างกายสัตว์ที่มีชีวิต

(๒) อุตุภายนอก เรียกว่า พหิทธอุตุ ได้แก่ อุตุที่เกิดภายนอกกายสัตว์ที่มีชีวิต

อุตุ ที่เป็นปัจจัยให้เกิดรูป มุ่งหมายถึง ธาตุไฟ ที่เป็นเตโชธาตุ ครับ

อุตุชรูป ๑๓ อุตุชรูป คือรูปที่เกิดจากอุตุ และรูปที่เกิดจากอุตุมี ๑๓ คือ อวินิพโภครูป ๘ (มหาภูตรูป ๔, วัณณรูป ๑, คันธรูป ๑, รสรูป ๑, โอชา ๑) ปริจเฉทรูป ๑ วิการรูป ๓ (ลหุตารูป มุทุตารูป กัมมัญญตารูป) สัททรูป (เสียง)

ซึ่ง เสียง ที่เป็นสัททรูป เกิดจากสมุฏฐาน ๒ อย่างคือ จิตตสมุฏฐานและอุตุสมุฏฐาน ดังนั้น เสียงสามารถเกิดจากอุตุภายนอก ที่เป็นอากาศที่เย็นร้อนได้ อันเป็นธาตุไฟทำให้เกิดเสียง

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
วันที่ 9 พ.ค. 2555

อย่างกรณี โทรศัพท์ เสียงโทรศัพท์ที่ได้ยินนั้น ก็เพราะอาศัยอุตุเป็นสมุฏฐาน ทำให้ได้ยินเสียงคนพูด ที่เป็นสัททรูป (เสียง) อาศัยเตโชธาตุ คือ ธาตุไฟ ที่เป็นสภาพธรรมที่เย็น ร้อน อุณหภูมิที่แตกต่างกัน ทำให้มีการเกิดเสียงพูดขึ้นได้ ระบบโทรศัพท์ที่มีการสั่นไหวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดสภาพธรรมที่เป็นอุณหภูมิ คือ เย็น ร้อน เกิดขึ้น ทำให้เป็นปัจจัยให้เกิดเสียงที่เป็นสัททรูป โดยมีอุตุเป็นสมุฏฐาน จากการที่คนหนึ่งพูดในโทรศัพท์ เป็นปัจจัยให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์สั่นไหว และเมื่อสั่นไหวที่ทำให้เกิดอุตุ ก็เป็นปัจจัยเกิดอุตุ ในโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง คือ มีการสั่นไหว ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดอุณหภูมิที่แตกต่างกัน เป็นปัจจัยให้เกิดเสียง ที่เป็นสัททรูปเกิดขึ้นได้ ครับ

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เซจาน้อย
วันที่ 9 พ.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

"แจ่มชัดเลยครับ"

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของอ.คำปั่น, อ.ผเดิมและทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 9 พ.ค. 2555

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่ 9 พ.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของอ.คำปั่น, อ.ผเดิม ทำให้เข้าใจกระจ่างขึ้นครับและอนุโมทนากับทุกๆ ท่านด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 10 พ.ค. 2555

ถ้าสติเกิดระลึกตรงลักษณะที่กระทบ เช่น แข็ง เป็นธรรมะอย่างหนึ่ง ไม่ใช่วัตถุ สิ่งของ ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
daris
วันที่ 10 พ.ค. 2555

ขออนุญาตเรียนถามเพิ่มเติมครับ

ที่ว่าเสียงเกิดจากการกระทบกันของปฐวีธาตุ ถูกต้องหรือไม่ครับ แล้วเกี่ยวข้องกับ จิต หรือ อุตุ อย่างไรครับ

กราบขอบพระคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
kinder
วันที่ 10 พ.ค. 2555

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
nong
วันที่ 11 พ.ค. 2555

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
wittawat
วันที่ 11 พ.ค. 2555

กระผมได้รับประโยชน์ความเข้าใจจากการฟัง ที่จะขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมตามกำลังที่เข้าใจ เพื่อเป็นข้อคิดเตือนสติที่น่าจะเป็นประโยชน์

การศึกษาธรรม สิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่เพื่ออยากจะรู้ แต่เป็นไปเพื่อความเข้าใจความจริงที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะละความไม่รู้ และความจริงนั้น ใกล้ที่สุด แต่ไม่รู้ แต่คิดต้องการค้นหาว่านั่นนี่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น คำว่าสิ่งที่ปรากฏทางตา เพียงคำนี้ก็ลึกซึ้ง และสิ่งที่ปรากฏทางกาย ก็มีความจริง มหาภูตรูป ๔ ที่ปรากฏเป็นโคจรรูป มีเพียง ธาตุดิน ธาตุไฟ ธาตุลม คือ เย็นร้อน อ่อนแข็ง ตึงไหว ขณะที่รู้สึกปวด ถ้าไม่มีตึงที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เป็นอารมณ์บ่อยๆ ก็ไม่รู้ แต่นั่นจริงๆ แล้ว เป็นที่อาศัยให้ปัญญาเกิด หรือว่าเป็นที่อาศัยให้โทสะ และอกุศลธรรมเกิด ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้ง เพราะฉะนั้น ศึกษาเรื่องราวโดยต้องการไปหาว่า นั่นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ กับการศึกษาความจริงในขณะนี้ ก็แตกต่างกัน ก็ต้องเป็นการพิจารณาแยบคายถึงประโยชน์ที่แท้จริง คือ ปัญญา

ขอสนทนาเพื่อเพิ่มเติมความเข้าใจตามนี้ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 11 พ.ค. 2555

เสียงเกิดจากจิต และ อุตุ ถ้าไม่มีมหาภูตรูปก็เกิดไม่ได้ ค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ