เป็นผู้ยินดีในธรรมะอันงาม - ไม่โอ้อวด - ไม่มีมายา
 
สารธรรม
วันที่  6 เม.ย. 2554
หมายเลข  18149
อ่าน  4,044

 

(เสาซึ่งสร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช ณ ประเทศอินเดีย)

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ถอดเสียงจาก ... ชุดปกิณณกธรรม แผ่นที่ ๑๑ ครั้งที่ ๖๐๖

สนทนาธรรมที่หมู่บ้านเมืองทองนิเวศน์ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๕

โดย ... ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

"เป็นผู้ยินดีในธรรมะอันงาม ไม่โอ้อวด ไม่มีมายา"

สำหรับเรื่องของศีลเนี่ยค่ะ เป็นเรื่องของกายวาจา ซึ่งมีประจำอยู่ตลอด เพราะว่าทุกคนมีกาย มีวาจา เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นผู้ที่มีความละเอียดในเรื่องของศีลนะคะ ก็ย่อมจะไม่ได้เพียงคิดแต่เพียงว่า เราไม่ได้ฆ่าสัตว์ เราไม่ได้เอาของๆ คนอื่นมาเป็นของเรา เราไม่ได้ประ-พฤติผิดในกาม เราไม่ได้กล่าววาจาที่ไม่จริงนะคะ ... แต่ว่าศีลก็ยังละเอียดมากกว่านั้นอีก เช่น "เป็นผู้ยินดีในธรรมะอันงาม" เพราะเหตุว่ากายของเรามี วาจาของเรามี  ถ้าเพียงแต่เราเว้นการพูดสิ่งที่ไม่ดี หรือว่าผรุสวาจา ... ก็ยังไม่พอนะคะ ... ต้องเป็นผู้ที่ไม่โอ้อวด

ลองคิดดูค่ะ ถ้าจะโอ้อวด โอ้อวดด้วยกาย หรือโอ้อวดด้วยวาจาใจโอ้อวดนี่ก็อยู่ข้างใน ไม่มีใครรู้ แต่ว่าเวลาที่ออกมาทางกาย ออกมาทางวาจา คนนั้นรู้ได้เลยค่ะ แต่คนที่กำลังโอ้อวด รู้มั้ย ? ... ไม่รู้ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น การจะศึกษาธรรมะ ก็เป็นเรื่องที่ขัดเกลาอย่างยิ่งโดยละเอียด คือ ไม่ใช่เพียงแต่ให้มีปัญญารู้ว่าสภาพธรรมะ ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา เป็นจิต เป็นเจตสิกนะคะ ... แต่ยังรวมถึงใจที่ว่าละเอียดขึ้น ที่จะเป็นเหตุปัจจัย ให้เกิดกายอย่างไร ที่ไม่สมควร หรือว่าวาจาที่ไม่สมควร เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีศีลงาม มีใจงามเนี่ยค่ะ จะไม่เป็นผู้ที่โอ้อวด แต่ทีนี้บางคนเนี่ยนะคะ สะสมมาที่จะโอ้อวด แล้วก็ไม่รู้เลยว่าขณะนั้นน่ะ ... ไม่สมควร แต่ว่าพระธรรมก็ทรงแสดงไว้นะคะว่า เรื่องของศีล ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องของการวิรัติทุจริต ... แต่ว่าแม้แต่คำพูดหรือกายเนี่ยค่ะ ก็จะต้องควรจะเป็นผู้ที่มีศีลด้วยนะคะ หมายความว่าไม่ประพฤติสิ่งซึ่งไม่สมควร   

คนที่อวดเก่งๆ ตอนนี้พอจะทราบมั้ยคะ ว่าขณะใดที่อวด ขณะนั้นเป็นกุศล หรือ เป็นอกุศล ? ... ถ้าไม่ทรงแสดงไว้ เราก็ไม่เห็นโทษใช่มั้ยคะ แล้วเราก็อวดต่อไป อวดที่นี่ ก็เป็น (การอวด) ในสิ่งที่ดีใช่มั้ยคะ อวดสิ่งที่คิดว่าตนมี ในสิ่งที่ตนคิดว่าดี หรือว่าเก่ง หรือว่าถ้าไม่อวด ... (คนอื่น) เขาก็รู้ใช่มั้ย ... แล้วต้องอวดมั้ยคะ ? หรือว่าอวดเพราะกิเลสของเรา นี่ก็เป็นเรื่องของกาย วาจานะคะ ซึ่งถ้าได้ศึกษาธรรมะจริงๆ นะคะ จะเป็นผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตน แล้วก็ไม่เปิดเผยคุณความดีของตัวเอง แล้วก็ทุกอย่างเนี่ยค่ะ ก็งามขึ้น ด้วยจิตที่เป็นกุศลที่ละเอียดขึ้น ... ไม่โอ้อวด ... ไม่มีมายา

บางทีคำพูดบางคำเนี่ยนะคะ ... ฟังดูดีมาก ... แต่ไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงคำพูดนั้นน่ะ ... แสดงความดีของตนเอง ... แล้วก็ (แสดง) ความไม่ดีของคนอื่นหรือเปล่า แฝงไว้ด้วยจิตประเภทไหน ? เพราะฉะนั้น เรื่องของจิตใจเป็นเรื่องที่ละเอียดมากนะคะ แล้วใครจะละได้ นอกจาก (ปัญญาของ) ตัวเองที่จะต้องค่อยๆ เข้าใจตามความเป็นจริงว่า อะไรเป็นสิ่งที่สมควร อะไรเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะฉะนั้น  ลักษณะที่โอ้อวด มีมายา หรือไม่ซื่อตรง หรือว่ายาก พวกนี้ก็เป็นเรื่องของกายวาจา ทั้งหมด ซึ่งมาจากใจด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าใจมีความเข้าใจธรรมะอย่างถูกต้อง ก็จะค่อยๆ พิจารณากาย และ วาจา ของตัวเอง


Tag  ยินดีในธรรมะอันงาม โอ้อวด ไม่มีมายา ไม่โอ้อวด
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 6 เม.ย. 2554

การกล่าววาจาแม้ตั้งพันแต่ไม่เป็นประโยชน์ สู้การกล่าววาจาเพียงบทเดียว แต่เป็นประโยชน์ ฟังแล้วทำให้จิตสงบจากกิเลสประเสริฐกว่าค่ะ  

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 6 เม.ย. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
พุทธรักษา
วันที่ 7 เม.ย. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 7 เม.ย. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Sensory
วันที่ 7 เม.ย. 2554

"ซึ่งถ้าได้ศึกษาธรรมะจริงๆ นะคะ จะเป็นผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตน แล้วก็ไม่เปิดเผยคุณความดีของตัวเอง"   

สาธุ
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 7 เม.ย. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
pat_jesty
วันที่ 7 เม.ย. 2554

ลักษณะที่โอ้อวด  มีมายา ทำให้ไม่รู้ตรงกับความเป็นจริง 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 8 เม.ย. 2554

...ขอบพระคุณและขออนุโมทนาด้วยค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 8 เม.ย. 2554

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
Sensory
วันที่ 10 เม.ย. 2554

"บางทีคำพูดบางคำเนี่ยนะคะ ... ฟังดูดีมาก ... แต่ไม่รู้เลยว่าแท้ที่จริงคำพูดนั้นน่ะ ... แสดงความดีของตนเอง ... แล้วก็ (แสดง) ความไม่ดีของคนอื่นหรือเปล่า แฝงไว้ด้วยจิตประเภทไหน ?"

สาธุ ได้นึกทบทวนแล้ว รู้สึกว่าการกล่าวถ้อยคำ เป็นเรื่องละเอียดมากค่ะ สำคัญที่สุดคือพิจารณาอกุศลของตนเองก่อน

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
สามา
วันที่ 11 เม.ย. 2554

ขออนุโมทนาสาธุในข้อธรรมนี้ด้วยนะค่ะสาธุๆ ๆ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
intira2501
วันที่ 11 เม.ย. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
prakaimuk.k
วันที่ 28 เม.ย. 2554

การรักษาศีลทั้งทางกาย วาจา และใจ เป็นเรื่องที่ละเอียดและยากจริงๆ คงต้องฟัง ศึกษา และเพียรต่อไปค่ะ ...

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
Thirachat.P
วันที่ 30 เม.ย. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
เซจาน้อย
วันที่ 1 พ.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 2 พ.ค. 2554
ขอขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
ไรท์แจกแล้วไง
วันที่ 3 พ.ค. 2554

คนสองคนกล่าวสุภาษิต คนหนึ่งกล่าวด้วยความโอ้อวดจึงเป็นการเจริญอกุศล อีกคน ขณะที่กล่าวประโยคเดียวกัน ด้วยจิตอ่อนโยนมุ่งเกื้อกูล และมีปัญญารู้จักสภาพธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งในขณะนั้นตามความเป็นจริง ว่าไม่มีตัวเขาที่กำลังกล่าว เป็นการอบรมเจริญปัญญา อย่างแท้จริง 

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
มกร
มกร
วันที่ 3 พ.ค. 2554
การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด
 
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
pamali
วันที่ 11 พ.ค. 2554
กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ สาธุ.....
 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
เจิด
วันที่ 12 พ.ค. 2554
ขออนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
panasda
วันที่ 12 พ.ค. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
peem
วันที่ 9 ม.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 4 ส.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ