เวลาเราจุติ และมีการปฏิสนธิใหม่นั้น เป็นจิตดวงเดิม หรือดวงใหม่คะ
 
wkedkaew
วันที่  20 ต.ค. 2553
หมายเลข  17402
อ่าน  4,134

เวลาเราจุติ และมีการปฏิสนธิใหม่นั้น เป็นจิตดวงเดิม หรือดวงใหม่คะ ถ้าเป็นจิตดวงใหม่แล้ว มันจะเกี่ยวข้องกับเราอย่างไรคะ

ขอบคุณค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 21 ต.ค. 2553

ก่อนอื่นควรทราบว่า จิตเกิดดับสืบต่อกัน เป็นปัจจัยแก่กัน ในชาติปัจจุบันนี้ จิตขณะแรกเกิดขึ้น ดับไปเป็นปัจจัยแก่จิตขณะต่อมา สืบต่อมาเรี่อยๆ จิตขณะนี้ ดับไปเป็นปัจจัย แก่จิตขณะต่อไปสืบต่อไป จนถึงจุติจิต จุติจิตเป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิจิตในชาติต่อไปสืบต่อเนื่องไป เรียกว่า สังสารวัฏฏ์ อกุศลกรรม และกุศลกรรมที่เรากระทำในชาติก่อนๆ หรือชาตินี้ ย่อมสะสมสืบต่อไป แม้ว่าจะเป็นบุคคลใหม่ ในชาติใหม่ แล้วก็ตาม วิบากย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นตามสมควรแก่เหตุ กรรมไม่ได้หายไปไหน แม้ผู้ทำกรรมลืมไปแล้ว แต่กรรมย่อมไม่ลืมที่จะให้ผลครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
wkedkaew
วันที่ 21 ต.ค. 2553
อนุโมทนา และขอขอบพระคุณค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pamali
วันที่ 21 ต.ค. 2553

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Belief
วันที่ 21 ต.ค. 2553

ขออนุโมทนาด้วยค่ะ ขอบคุณผู้ตั้งคำถามและผู้ช่วยตอบ เข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 21 ต.ค. 2553

"กรรมไม่ได้หายไปไหน แม้ผู้ทำกรรมลืมไปแล้ว แต่กรรมย่อมไม่ลืมที่จะให้ผล"

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chaiyut
วันที่ 22 ต.ค. 2553

จิตแต่ละขณะที่เกิดขึ้น เกิดเพราะเหตุปัจจัยมากมาย เมื่อจิตดวงก่อนดับไป จิตดวงใหม่ก็เกิดสืบต่อ ทำกิจหน้าที่ของจิตนั้นทันที ธรรมชาติของจิตเป็นอย่างนี้ด้วยอำนาจของปัจจัย จิตแต่ละขณะเกิดดับสืบต่อกันอย่างรวดเร็วที่สุด เมื่อจุติจิตดับไป ทำให้สิ้นสุดสภาพความเป็นบุคคลนั้นในชาตินั้น หลังจากนั้น ปฏิสนธิจิต ก็เกิดสืบต่อทันที ทำปฏิสนธิกิจ คือ เชื่อมต่อการเกิดขึ้นในภพใหม่ แล้วสมมติกันเป็นบุคคลใหม่ ซึ่งจะเกิดเป็นอะไร มีอัตภาพรูปร่างยังไง ในภายหลังจากนั้น ก็ตามแต่กรรมที่ได้กระทำไว้แล้ว ถ้าเป็นผลของกุศล ปฏิสนธิจิต นั้นเป็นกุศลวิบาก คือ เกิดในสุคติภูมิ ด้วยอำนาจของกุศล

แต่ถ้าเป็นผลของอกุศล ปฏิสนธิจิตนั้น เป็นอกุศลวิบาก ต้องเกิดในอบายภูมิใดอบายภูมิหนึ่ง ไม่มีเราจุติ ไม่มีเราปฏิสนธิ ความจริงเป็นแต่เพียงจิตที่เกิดดับสืบต่อกันไปเท่านั้น และจิตทั้งสองขณะก็เกิดแล้ว ดับแล้วด้วย สิ่งที่ดับไปแล้ว ควรเข้าใจให้ถูกว่าสิ่งนั้นมีจริง มีจริงก็คือจริง เป็นจิต ไม่ใช่เรา จึงไม่พึงยึดถือว่า จิตเป็นเรา หรือเป็นของเราครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ชีวิตคือขณะจิต
วันที่ 25 ต.ค. 2553

กรรมทุกอย่างที่ทำ หรือกรรมบางอย่าง เกิดพร้อมปฏิสนธิจิตหรือ กรรมทุกอย่างที่ทำสะสมในจิตทุกดวงหรือ กรรมทุกอย่างที่ทำ ให้ผลทุกขณะจิต หรือกรรมบางอย่างที่ทำให้ผลในแต่ละขณะจิตหรือ? รูปที่เกิดเพราะกรรม ให้ผลในขณะปฏิสนธิจิต หรือขณะจิตใดครับ อย่างเช่น คนป่วยเป็นโรคร้ายต่างๆ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
chaiyut
วันที่ 26 ต.ค. 2553

เรียนความเห็นที่ ๘

ขออนุญาตตอบคำถามของท่าน ตามความเข้าใจที่มีดังนี้ครับ

กรรมทุกอย่างที่ทำ หรือกรรมบางอย่าง เกิดพร้อมปฏิสนธิจิตหรือ

กรรมไม่ทุกอย่าง เกิดพร้อมปฏิสนธิจิต กรรมบางอย่างเท่านั้น ที่เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิต กรรม คือ เจตนาเจตสิก เพราะฉะนั้น เจตนาเจตสิกชาติวิบาก ในปฏิสนธิขณะเท่านั้นที่เป็นกรรมที่เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิต

กรรมทุกอย่างที่ทำ สะสมในจิตทุกดวงหรือ

จิตเป็นธรรมชาติที่สั่งสมกรรม กิเลส วิบาก

กรรมทุกอย่างที่ทำ ให้ผลทุกขณะจิต

กรรมที่ได้กระทำแล้ว เมื่อถึงกาลจะให้ผล ย่อมให้ผล คือทำให้นามธรรมเกิดขึ้น เป็นวิบากจิตประเภทต่างๆ และทำให้รูปธรรมต่างๆ ที่มีกรรมนั้นๆ เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (สมุฏฐาน คือ ที่ตั้ง)

หรือกรรมบางอย่างที่ทำ ให้ผลในแต่ละขณะจิตหรือ

วิบากจิตที่เกิดขึ้น ๑ ขณะ เป็นผลของกรรมๆ หนึ่ง ที่ได้กระทำมาแล้ว รูปที่เกิดจากกรรม แต่ละกลาป เป็นผลของกรรมต่างๆ กันไป ตามแต่กรรมที่ได้ กระทำมาแล้ว

รูปที่เกิดเพราะกรรม ให้ผลในขณะปฏิสนธิจิต หรือขณะจิตใดครับ อย่างเช่น คนป่วย เป็นโรคร้ายต่างๆ

รูปที่เกิดเพราะกรรม เป็นผลของกรรม รูปนั้นเป็นผล จึงให้ผลอีกไม่ได้ แต่อกุศลกรรมที่ได้กระทำไว้แล้ว ย่อมเป็นปัจจัยให้รูปที่ไม่ดี รูปที่ไม่น่าปรารถนา เกิดขึ้นได้ ตามสมควรแก่กาล ที่อกุศลกรรมนั้นๆ จะให้ผลครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ชีวิตคือขณะจิต
วันที่ 28 ต.ค. 2553

ขอบพระคุณครับท่าน chaiyut

กรรมที่ได้กระทำแล้ว เมื่อถึงกาลจะให้ผล ย่อมให้ผล คือ ทำให้นามธรรมเกิดขึ้น เป็นวิบากจิตประเภทต่างๆ และทำให้รูปธรรมต่างๆ ที่มีกรรมนั้นๆ เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (สมุฏฐาน คือ ที่ตั้ง)

ขอถามว่า : จุติจิต เป็นปัจจัยให้รูปที่เกิดเพราะกรรมเกิดขึ้นพร้อมจุติจิตใช่ไหมครับ?

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
chaiyut
วันที่ 29 ต.ค. 2553

จุติจิตไม่เป็นปัจจัยให้รูปที่เกิดเพราะกรรมเกิดขึ้นพร้อมจุติจิต เพราะรูปที่เกิดจากกรรมนั้นเกิดก่อนจุติจิต แต่ดับไปพร้อมกับการดับของจุติจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ชีวิตคือขณะจิต
วันที่ 30 ต.ค. 2553

จุติจิตเป็นปัจจัยให้กัมมชรูปเกิดพร้อมกับปฎิสนธิจิตในภพต่อไปใช่ไหมครับ ขอขอบพระคุณท่าน chaiyut มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ เหตุที่ถามเพราะสงสัยว่ารูปสืบต่อข้ามภพอย่างไรครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
chaiyut
วันที่ 30 ต.ค. 2553

กัมมชรูปที่เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิต เกิดเพราะกรรมเป็นปัจจัยครับ ไม่ใช่เพราะจุติจิต รูปไม่มีการสืบต่อข้ามภพ แต่จุติจิตของผู้ที่ไม่ใช่พระอรหันต์ ยังมีปัจจัยให้ปฏิสนธิจิตเกิดสืบต่อทันทีในชาติต่อไปครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ชีวิตคือขณะจิต
วันที่ 30 ต.ค. 2553

กรรมเป็นปัจจัยให้เกิด ทั้งนาม ทั้งรูป คือ ทำให้นามธรรมเกิดขึ้น เป็นวิบากจิตประเภทต่างๆ กรรมเป็นปัจจัยให้เกิดรูปธรรมต่างๆ ที่มีกรรมนั้นๆ เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น แต่ในปัจจยาการวิภังค์ กล่าวว่า นามรูปเกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย กรรมเจตนาเจตสิกเป็นกัมมปัจจัย กรรมสะสมอยู่ที่จิต

ถามว่า กัมมชรูปเกิดจากกรรมที่สะสมอยู่ที่จุติจิต หรือปฏิสนธิจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 30 ต.ค. 2553

กรรมที่ทำแล้ว สะสมอยู่ที่จิตทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นในอดีตอนันตชาติ หรือแม้ในชาตินี้ กุศล หรือ อกุศล เกิดแล้ว ดับไป สะสมสื่บต่อ ทำให้แต่ละคนมีนิสัยไม่เหมือนกัน เช่น บางคนมีเมตตตา บางคนขี้โกรธ บางคนโลภมาก

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
homenumber5
วันที่ 31 ต.ค. 2553

ขอเรียนท่านวิทยากร

จากความเห็นที่ 8 -13 จะขอความกรุณาให้ท่านวิทยากร และท่านที่สนใจ สรุปแผนภูมิการปฏิสนธิของสัตว์ในกามาวจรภูมิ อย่าง คนปุถุชน นี้ค่ะ เช่นมีคำถามที่สนใจดังนี้ค่ะ

1. คนในสุคติบุคคล สุคติภูมิ ปฏิสนธิด้วยจิตอะไร เช่น อกุศลจิต 12 หรืออเหตุกะจิตใด

2. คนที่เกิดมา ไม่มีขา แขน เขาปฏิสนธิมาอย่างไร มีกรรมใด จึงมีรูปเช่นนี้

3. คนที่หน้าตาสวยงาม จิตที่ปฏิสนธิ คือจิตใดจึงส่งผลให้รูปงาม

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
prachern.s
วันที่ 1 พ.ย. 2553

เรียนคุณ homenumber5

๑. สุคติบุคคล ปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณบ้าง มหาวิบากบ้าง รูปาวจรวิบากบ้าง อรูปาวจรวิบากบ้าง

๒. คนที่เกิดมาพิการ บางคนปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณะ บางคนปฏิสนธิด้วยมหาวิบาก เพราะอกุศลกรรมเบียดเบียน จึงเป็นเช่นนั้น

๓. คนที่หน้าตาสวยงาม ปฏิสนธิด้วยมหาวิบาก เพราะกุศลกรรม คือการไม่เป็นคน มักโกรธ จึงมีรูปงาม ..

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
ภัสร์
วันที่ 19 พ.ย. 2553

สาธุ คุณประเชิญ และทุกท่านที่ได้ให้ความรู้ อันเป็นคุณอันยิ่ง สำหรับพุทธศาสนิกทั้งหลาย ที่มีใจใฝ่ธรรม ให้เกิดปัญญา รู้ธรรม ขอให้ท่านอ.สุจินต์และทุกๆ ท่าน ที่ทำงานเผยแผ่พระธรรม จงมีสุขภาพดี ตลอดไป เพื่อยังประโยชน์ และสืบพระศาสนาให้ยืนยาว ไปนานเท่าที่จะเป็นได้ ขออนุโมทนาอีกครั้ง

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
pamali
วันที่ 22 พ.ย. 2553

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
peem
วันที่ 8 ส.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ