ควรคบแต่บัณฑิต ไม่ควรคบคนพาล
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  30 ส.ค. 2553
หมายเลข  17063
อ่าน  1,800

     อกุศลทั้งหลาย ชื่อว่า คนพาล. การคบหาคนพาลมีแต่จะพาไปสู่ความเสื่อมอย่างเช่นพระเจ้าอชาตศัตรู ซึ่งได้คบหากับคนพาลอย่างท่านพระเทวทัตจึงพาไปสู่อกุศลกรรมทั้งปวง ตายจากภพชาตินั้นแล้วก็ไปสู่นรก  การคบคนพาลนำมาแต่ความทุกข์  ทั้งๆ ที่ท่านได้สะสมที่จะได้ถึงความเป็นพระโสดาบัน  หากท่านได้คบบัณฑิตได้โอกาสฟังพระสัทธรรม. สำหรับกุศลทั้งหลาย ชื่อว่า  บัณฑิต.  การได้เข้าใกล้บัณฑิตหรือสัตบุรุษ  ได้ฟังธรรมเข้าใจ พิจารณาธรรมโดยแยบคาย   ย่อมนำไปสู่การเจริญขึ้นของธรรม นำไปสู่การรู้แจ้งอริยสัจจธรรม นำมาแต่ความสุข

ขอเชิญคลิกอ่านได้ที่... ไม่ควรคบคนพาล ควรคบบัณฑิต [จริยาปิฎก]

....ขออนุโมทนาค่ะ...


Tag  ควรคบแต่บัณฑิต ไม่ควรคบคนพาล

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 30 ส.ค. 2553

พาล คือ สภาพธรรมที่เป็นอกุศล พาลยิ่งกว่าพาล คือ ความเห็นผิด

ความเห็นผิด เป็นอกุศลเจตสิก คือ  ทิฏฐิ...ซึ่งเป็นตอของวัฏฏะ

มิจฉาทิฏฐิ...มีโทษมาก

พระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่เคยเห็นโทษใดมากเท่ามิจฉาทิฏฐิ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 30 ส.ค. 2553

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
opanayigo
วันที่ 30 ส.ค. 2553

ตัณหา มานะ ทิฎฐิ เครื่องร้อยรัด คล้องไว้ บางขณะเป็นพาล บางขณะเป็นบัณทิต

ขอบพระคุณสำหรับ

ข้อความเตือนใจค่ะ

กราบอนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 30 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ups
วันที่ 30 ส.ค. 2553

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 30 ส.ค. 2553

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 
     
     "คบบัณฑิต  นำมาซึ่งความเจริญทั้งปวง"
 
     ...แม้ของอันไร้ชีวิต  ยังกลายเป็นของไม่น่าปรารถนา เพราะประกอบร่วมกับของอันไม่น่าปรารถนา คือ มะม่วงหวานเมื่อมีต้นสะเดาขมมาปลูกอยู่ใกล้ ๆ ย่อมทำให้ผลมะม่วงมีรสขมไปด้วย การอยู่ร่วมหรือคบกับคนพาลก็เป็นเช่นนั้น  นำมาซึ่งกุศลธรรมและความเสื่อมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเราคบบัณฑิต ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเห็นถูก(มีปัญญา) แนะนำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และ ห้ามจากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ กล่าวคือ ให้ออกจากกุศล แล้วให้ตั้งมั่นอยู่ในกุศล ก็ย่อมทำให้เรามีความเจริญยิ่งขึ้นในกุศลธรรม แต่สิ่งที่ควรพิจารณา คือ ผู้มีปัญญาเท่านั้นจึงจะรู้ว่าใครเป็นพาลหรือบัณฑิต  อุปมาเหมือนกับผู้มีตาดีทั้งสองข้าง ย่อมจะรู้ได้ว่าใครเป็นคนตาดีและใครเป็นคนตาบอด ดังนั้น ในชีวิตประจำวัน ควรอย่างยิ่งที่จะคบบัณฑิตผู้มีปัญญา ผู้เป็นกัลยาณมิตร สูงสุด คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คบด้วยการฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง ด้วยความเคารพและมีความจริงใจที่จะประพฤิตปฏิบัติตามด้วย การคบบัณฑิต กัลยาณมิตรผู้มีปัญญา  ย่อมนำมาซึ่งความเจริญทั้งปวง ไม่นำความเสื่อมมาให้เลยแม้แต่น้อย. ...
ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่เมตตาและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
h_peijen
h_peijen
วันที่ 30 ส.ค. 2553

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Jans
Jans
วันที่ 30 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
Yongyod
วันที่ 30 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
chaiyut
วันที่ 31 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

     คบบุคคลอื่นเพื่ออนุเคราะห์ตามกาล ไม่ควรคบกับอกุศลธรรมของเขา เกื้อกูลผู้มีความเห็นผิดให้เกิดความเห็นถูกตามกาล ไม่ยินดี ไม่คลุกคลี ไม่เสพคุ้นกับความเห็นผิดของเขา ไม่ละทิ้งโอกาสที่จะได้คบกับบัณฑิตบ่อยๆ เนืองๆ แล้วสุดท้ายก็อย่าลืมใจของเรา...ที่ปัญญาจะต้องขัดเกลาความเป็นพาล เพราะทุกขณะที่อกุศลเกิด ขณะนั้น "พาล" ไม่ใช่อยู่ที่ใจของใครคนอื่นเลย อยู่ที่ใจของเรานั่นเอง และพาลก็มีมากมาย ควรเห็นถูกก่อนว่าพาลเป็นอกุศลธรรม

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ผิน
วันที่ 31 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
สมศรี
วันที่ 1 ก.ย. 2553

ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
ประสาน
วันที่ 3 ก.ย. 2553

เป็นหัวข้อที่ควรศึกษาอย่างละเอียด และขออนุโมทนาทุก ๆ ท่านด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
jaturong
วันที่ 11 เม.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 17 ก.พ. 2557

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
จิตและเจตสิก
จิตและเจตสิก
วันที่ 9 ก.พ. 2558

สาธุ  ขออนุโมทนา ฯ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
talaykwang
talaykwang
วันที่ 8 ก.ย. 2562

สาธุ สาธุ สาธุค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ