สังคหวัตถุ ๔ ประการ [สังคหสูตร]
ขอถวายความนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า
[เล่มที่ 35] พระสุตตันตปิฎก
อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้า 117
๒. สังคหสูตร
ว่าด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ
[๓๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังคหวัตถุ (ธรรมเป็นเครื่องสงเคราะห์) ๔ ประการนี้สังคหวัตถุ ๔ ประการ คืออะไร คือ ทาน (การให้ปัน) ๑ เปยยวัชชะ (เจรจาไพเราะ) ๑ อัตถจริยา (บำเพ็ญประโยชน์ต่อกัน) ๑ สมานัตตตา (ความวางตนสม่ำเสมอ) ๑ นี้แล ภิกษุทั้งหลาย สังคหวัตถุ ๔ ประการ.
การให้ปัน ๑ เจรจาไพเราะ ๑ บำเพ็ญประโยชน์ ๑ ความวางตนสม่ำเสมอในธรรมนั้นๆ ตามควร ๑ เหล่านี้แลเป็นธรรมเครื่องสงเคราะห์ในโลก เหมือนสลัก (ที่หัวเพลา) คุมรถที่แล่นไปอยู่ฉะนั้น ถ้าธรรมเครื่องสงเคราะห์เหล่านี้ไม่มีไซร้ มารดาหรือบิดาก็จะไม่พึงได้รับความนับถือหรือบูชาเพราะเหตุบุตร ก็เพราะเหตุที่บัณฑิตทั้งหลายยังเหลียวแลธรรมเครื่องสงเคราะห์เหล่านี้อยู่ เพราะเหตุนั้นบัณฑิตเหล่านั้น จึงได้ถึงความเป็นใหญ่และเป็นที่น่าสรรเสริญ.
จบสังคหสูตรที่ ๒
บทว่า เปยฺยวชฺชํ คือ พูดคำน่ารัก. จริงอยู่
บุคคลบางคนพูดว่า ผู้นี้ให้สิ่งที่ควรให้ แต่ด้วยคำๆ เดียว
เขาก็พูดลบหลู่หมดทำให้เสียหาย เขาให้ทำไม ดังนี้. บางคนพูดว่า
ผู้นี้ ไม่ให้ทานก็จริง ถึงดังนั้น
เขาก็พูดได้ระรื่นเหมือนเอาน้ำมันทา. ผู้เช่นนั้น
จะให้ก็ตามไม่ให้ก็ตาม แต่ถ้อยคำของเขา ย่อมมีค่านับพัน.
บุคคลเห็นปานนี้ ย่อมไม่หวังการให้
ย่อมหวังแต่ถ้อยคำที่น่ารักอย่างเดียว
ควรกล่าวแต่คำที่น่ารักแก่เขาเท่านั้น. บทว่า
อตฺถจริยา
คือพูดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์และทำความเจริญ. จริงอยู่
บางคนมิใช่หวังแต่ทานการให้ มิใช่หวังแต่ปิยวาจา ถ้อยคำที่น่ารัก
หากหวังแต่การพูดที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลการพูดที่ทำความเจริญแก่ตนถ่ายเดียว.
พึงกล่าวแต่เรื่องบำเพ็ญประโยชน์แก่บุคคลผู้เห็นปานนั้น อย่างนี้ว่า
ท่านควรทำกิจนี้ ไม่ควรทำกิจนี้ บุคคลเช่นนี้ควรคบ
เช่นนี้ไม่ควรคบ.
อ่านความละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
๒. สังคหสูตร ว่าด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ก็กำลัง คือ การสงเคราะห์เป็นไฉน สังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ ทาน ๑ เปยยวัชชะ ๑ อัตถจริยา ๑ สมานัตตตา ๑
ในบรรดาการสงเคราะห์ คือ สังคหวัตถุ ๔ ประการ ได้แก่ ทาน การสงเคราะห์ด้วยการให้วัตถุที่เป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่น เปยยวัชชะ การพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก อัตถจริยา การประพฤติที่เป็นประโยชน์ สมานัตตตา การเป็นผู้มีตนเสมอ แต่พระผู้มีพระภาคตรัสต่อไปว่า
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ในบรรดาทานทั้งหลาย ธรรมทานเลิศกว่าทานทั้งหลาย การแสดงธรรมบ่อยๆ แก่บุคคลผู้ต้องการ ผู้เงี่ยโสตลงสดับ นี้เลิศกว่าการพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก
สำหรับเปยยาวัชชะ คือ การพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก ก็ย่อมทำให้บุคคลที่ได้ฟังสบายใจ เพียงสบายใจ แต่ว่าถ้าเป็นธรรม คือ การแสดงธรรมบ่อยๆ แก่บุคคลผู้ต้องการ ผู้เงี่ยโสตลงสดับ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นี้เลิศกว่าการพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก
วันหนึ่งๆ มีเรื่องที่จะคุยกันมาก หลายเรื่อง แต่ว่าเรื่องใดซึ่งเป็นการสงเคราะห์กันด้วยธรรม ย่อมมีประโยชน์ที่สุด เพราะทำให้บุคคลนั้นเจริญปัญญา ไม่ใช่เพียงแต่ทำให้สบายใจด้วยถ้อยคำอันเป็นที่รัก ซึ่งนอกจากจะเป็นถ้อยคำอันเป็นที่รักแล้ว ก็ยังเป็นถ้อยคำที่มีประโยชน์เกื้อกูลแก่การอบรมเจริญปัญญายิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า การแสดงธรรมบ่อยๆ แก่บุคคลผู้ต้องการ ผู้เงี่ยโสตลงสดับ นี้เลิศกว่าการพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก
เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้เวลาที่จะคุยกัน
เรื่องที่จะสนทนาก็มีมาก รวมทั้งธรรมด้วย อย่าลืม
ธรรมก็เป็นเรื่องที่จะสนทนากันได้เสมอ..
ขอเชิญเปิดฟังเสียงได้ที่
แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่
773
ขออนุโมทนาค่ะ


